เห็น ลัตเวีย(Latvia) ตอนที่ลูบคลำผ่านแผนที่แล้วนึกอึดอัดแทน เพราะเป็นประเทศที่อยู่ตรงกลาง ถูกขนาบไว้ด้วยเอสโตเนียและลิทัวเนีย เหมือนแซนด์วิชไม่มีผิด แถมมีรัสเซียและเบลารุสมาล้อมไว้อีก แต่เมื่อพาตัวเองมาถึง ริกา (Riga)เมืองหลวงของลัตเวียที่มีอายุมากกว่า 800 ปี ก็รู้สึกว่าคนลัตเวียเองคงไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น เพราะรูปพรรณสัณฐานที่ตั้งอยู่ในอ่าวริกา ทำให้มีลมพัดโกรกเย็นตลอดทั้งปี ยิ่งเป็นช่วงฤดูหนาวแบบนี้ มันไม่ใช่ลมหนาวธรรมดาซะด้วยสิ แต่เป็นลมหนาวที่หนีบเอาปรอยหิมะและอุณหภูมิติดลบพ่วงมาเป็นแพ็กเกจ คอยกรรโชกใส่เราอย่างดุดัน
ที่จริงระยะทางจากทาลลินน์ไปริกาแค่ 310 กิโลเมตร แต่เมื่อถูกจำกัดความเร็วบนไฮเวย์ไม่ให้เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บวกกับสภาพการจราจรที่ติดหนึบของริกา จึงต้องใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง กว่าจะคลานไปถึงดาวทาวน์ของริกาได้ เหมือนผ่านสีลม สาทรแล้วไปต่อที่ลำสาลี ติดสาหัส
อย่างหนึ่งที่เห็นตลอดการเดินทางคือ อากาศที่แปรปรวนอยู่ตลอดเวลา บางช่วงหิมะตกอย่างรุนแรงจนแทบไม่เห็นพื้นถนน 10 นาทีผ่านไปกลายเป็นฟ้าใสกระจ่าง แดดเปรี้ยง บางช่วงหิมะตกทั้งที่แสงยังทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง สลับกันไปแบบนี้จนคนต่างถิ่นอย่างฉันงงกับอารมณ์ของดินฟ้าอากาศเหลือเกิน
ลัตเวียไม่ใช่ประเทศใหญ่สุดในกลุ่มบอลติก แต่ถ้าวัดกันที่ขนาดของเมืองหลวง ริกาเป็นเมืองหลวงที่ใหญ่สุดในเขตบอลติก ผสมผสานกันระหว่างเก่าและใหม่ มีทั้งกลิ่นอายของรัสเซียและยุโรปเคล้ากัน
ที่จริงเยอรมนีเป็นชาติที่ค้นพบเมืองริกาเมื่อศตวรรษที่ 12 ทุกวันนี้ตึกรามบางส่วนของริกาจึงมีเค้าโครงของความเป็นเยอรมนีอยู่ ทุกวันนี้ ชาวเยอรมันจึงนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวที่ลัตเวีย เพื่อย้อนรอยดูประวัติศาสตร์ของตัวเอง
ริกากับทาลลินน์ดูเหมือนคนบ้านใกล้เรือนเคียงที่หน้าตาละม้ายคล้ายกัน แต่คนละบุคลิก ริกาดูเชยๆ มีความเป็นรัสเซียหลงเหลืออยู่เยอะ ต่างกับทาลลินน์ที่ดูทันสมัยได้มาตรฐานยุโรป อย่างที่เคยบอกว่าเอสโตเนียเล็กสุดก็จริงแต่ก้าวหน้าและไฮเทคมากที่สุด
ที่จริงลัตเวียมีประชากรเกือบ 2.5 ล้านคน ก็เท่าๆ กับผู้คนที่ จ.นครราชสีมา ของบ้านเรา ที่อยู่กันทุกวันนี้เป็นชาวลัตเวียซะ 50% รัสเซีย 34% ที่เหลือเป็นชาติอื่นผสมผสานกันไป
เคยเล่าไปแล้วว่า ถ้าเป็นคนเอสโตเนียมักจะนับถือศาสนาคริสต์นิกายลูเธอรัน แต่ชาวลัตเวียส่วนมากเป็นนิกายโรมันคาทอลิก และรัสเซียนออร์โธดอกซ์
อาจจะแปลกสำหรับคนลัตเวียที่มีนักท่องเที่ยวจากสยามมาเยือน แต่สำหรับคนลัตเวียไม่ใช่คนแปลกหน้าของเราชาวไทย เพราะหลังจากที่แยกตัวออกจากรัสเซีย เมื่อปี 2534 ก็เหมือนกบที่ออกมาอยู่นอกกะลา ชาวลัตเวียก็เริ่มออกเดินทางท่องโลก
แน่นอนว่าไทยเป็นที่หมายที่พวกเขาพาตัวเองมาทำความรู้จัก แหล่งท่องเที่ยวที่ถูกใจชาวลัตเวียนอกจากกรุงเทพฯ ก็มีพัทยา ภูเก็ต และเกาะสมุย เฉพาะช่วงปี 2537-2539 บริษัทนำเที่ยวของลัตเวียได้จัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำมายังประเทศไทยหลายเที่ยวบิน
เมื่อเดินเหินตามท้องถนนของริกา ฉันถูกเตือนจากไกด์ท้องถิ่นให้ระวังกระเป๋าสตางค์ เพราะเมื่อเทียบกันใน 3 ประเทศบอลติก ริกาดูเหมือนจะใหญ่สุดแต่เศรษฐกิจโตช้ากว่าทาลลินน์และวิลนีอุส ผู้คนก็มีรายได้น้อยกว่า
ข้ามแม่น้ำดวินาจากเมืองใหม่เข้าสู่เขตเมืองเก่า ลมหนาวก็ยังตามรังควานไม่เลิกรา วิธีเดียวที่จะหนีมันได้ ต้องผลุบเข้าโบสถ์ และโบสถ์ที่โดดเด่นที่สุดในย่านเมืองเก่าคือโบสถ์คาทอลิกชื่อเซนต์ จาคอบ ข้างๆ โบสถ์เซนต์ จาคอบมีอนุสาวรีย์อิสรภาพเพื่อแสดงถึงอิสรภาพที่ลัตเวียได้จากรัสเซีย
ใกล้ๆ กันเป็นบ้านสามพี่น้อง สร้างขึ้นเมื่อปี 1646 ที่พวกพ่อค้าวาณิชมาสร้างเอาไว้ ชั้น 2 เป็นที่เก็บของ ส่วนชั้นล่างเป็นที่พักอาศัย
เดินถัดไปอีกนิดเป็นย่านใจกลางเมืองเก่าที่เรียกว่าโดม สแควร์ มีโบสถ์ประจำเมืองริกาอยู่ริมจัตุรัส สร้างเมื่อปี 1211 ข้างในมีออร์แกนขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป โบสถ์แห่งนี้มาปรับปรุงซ่อมแซมอีกครั้ง แล้วเสร็จตอนปี 1999 เพื่อให้ทันฉลองพร้อมกับรัสเซียที่ครบรอบก่อตั้งกรุงมอสโกมา 850 ปี
ตลาดใหญ่ประจำเมืองริกาเป็นอีกแห่งหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อยู่หมัด ที่นี่มีทั้งผักผลไม้ เสื้อผ้าอาภรณ์ให้เลือกช็อปอย่างจุใจ ข้อสำคัญระวังเงินในกระเป๋าให้ดี เพราะถึงไม่ถูกมิจฉาชีพฉกไป คุณอาจจะถูกข้าวของที่วางขาย ดูดทรัพย์ในกระเป๋าได้
แต่มีอยู่ที่หนึ่งที่ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของริกา นั่นคือ บ้านแบล็กเฮดส์ (House of Blackheads) บ้านสไตล์โกธิก ที่ถึงแม้ว่าจะเคยถูกทำลายเมื่อตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ได้รับการบูรณะใหม่จนสวยสด
กระเถิบไปนิดเป็นโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ จุดสำคัญอีกแห่งหนึ่งของริกา ที่นี่มีลิฟต์ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปจุดชมวิว ดูริกาในมุมพาโนรามา
โดยภาพรวมของริกา ถือว่าพยายามจะโละทิ้งวัฒนธรรมความเป็นรัสเซียออกจากลัตเวีย แต่สิ่งปลูกสร้างบางอย่าง เช่น สะพานแขวนของรัสเซียก็ยังเก็บรักษาเอาไว้และใช้งานจนถึงปัจจุบัน
แม้ต้องต่อสู้กับลมหนาวที่กระแทกหน้าเราอย่างไม่ถ้อยทีถ้อยอาศัย แต่ฉันก็ยังเดินสั่นทำความรู้จักกับริกาอย่างไม่ยี่หระ จำได้ว่าก่อนเข้าไปชอนไชไออุ่นในที่พัก เอาหัวโหม่งหิมะไปหลายรอบ ริกาเวอร์ชั่นอาบลมหนาว เคล้าหิมะ ยังไม่เคยพร่าเลือน
คราวหน้าจะพานั่งรถเลื้อยต่อไปยังวิลนีอุส เมืองหลวงของลิทัวเนีย พี่ใหญ่แห่งประเทศในกลุ่มบอลติก
คนไทยยังไม่ค่อยนิยมเดินทางไปเที่ยวกลุ่มประเทศบอลติกด้วยตัวเอง ถ้าสนใจเดินทางในเอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย ติดต่อบริษัท โกลบอล ยูเนี่ยน เอ็กซ์เพรส ที่เชี่ยวชาญและชำนาญเส้นทางในแถบรัสเซีย และยุโรปตะวันออก โทรศัพท์ 0-2308-2104 และ 0-2308-2106 หรือคุณรัชนี ปิติตระกูล โทร.08-1837-8269
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
