ช่วงนี้เป็นเวลาแห่งความสุข ด้วยเป็นช่วงปิดเทอมของเด็กๆ แต่การอยู่ไกลสายตาครูและผู้ปกครอง หลายครั้งอาจเกิดความทุกข์ จากความประมาทเลินเล่อ และรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้ จะทำอย่างไรให้เด็กอยู่บ้านอย่างปลอดภัยและมีความสุข ลองมาฟังคนดังบอกเล่าวิธีการดูแลเด็กๆ กันดีกว่าเริ่มจาก น้อง มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวในฐานะคุณแม่ลูกสอง ว่าเห็นข่าวเด็กจมน้ำก็ตกใจ ดีที่ว่าลูกๆ จะอยู่ในสายตาเธอเสมอ
จริงๆ แล้วช่วงปิดเทอมของลูกๆ ไม่ค่อยหนักใจมากนัก เพราะโรงเรียนที่ลูกเรียนจะมีกิจกรรมให้ลูกทำในช่วงปิดเทอม อย่างเร็วๆ นี้จะไปซัมเมอร์ที่แคนาดา และก่อนที่จะไปน้องพินก็เลือกที่จะเรียนดนตรี หลังเลิกเรียนก็มาเดินอยู่ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ในที่ทำงานของแม่ เพื่อที่จะกลับบ้านพร้อมกัน จึงไม่ค่อยเป็นห่วงมากนัก ที่สำคัญเราจะเลี้ยงลูกอย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่เขาเกิด ไม่ว่าจะไปไหนทำอะไร เราจะไปด้วยกัน หรือถ้าพ่อติดธุระก็ไปกับแม่ แม่ติดธุระก็ไปกับพ่อ และทุกครั้งที่ไปโดยไม่มีพ่อแม่ ลูกๆ จะรายงานตัวตลอดเวลา ซึ่งเรื่องอย่างนี้ต้องฝึกกันต้องแต่เด็ก คุณแม่ลูกสองแจง
ส่วน คุณแม่นุชนาฎ สุพรรณพงศ์ พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง กล่าวว่า การดูแลลูกในช่วงปิดเทอม เธอจะให้ความสำคัญกับเรื่องทักษะด้านกีฬา โดยเฉพาะการว่ายน้ำ เพราะจากการรายงานข่าวว่า เด็กไทยจมน้ำตายเยอะ ทำให้รู้สึกเป็นห่วงและกังวลมาก จึงอยากให้ลูกว่ายน้ำเป็น โดยทุกเช้าก่อนมาทำงานคุณแม่จะไปส่งที่สระว่ายน้ำ และคอยดูแลระหว่างที่ลูกเรียนว่ายน้ำก่อนมาทำงานทุกวัน
เรื่องการเรียนคุณแม่จะไม่ค่อยเข้มงวดกับลูกมากนัก เพราะรู้สึกว่าตลอดเวลาของการเรียนในแต่ละชั้นปี ลูกตั้งใจและเต็มที่กับการเรียนมากแล้ว คุณแม่เลยไม่ค่อยเห็นด้วยกับเรื่องเรียนพิเศษ แต่ถ้ารู้ว่าลูกเรียนอ่อนวิชาไหนก็จะพยายามเสริมวิชานั้นให้ โดยไม่ทำให้ลูกรู้สึกว่าโดนบังคับ เช่น น้องยังจับดินสอไม่แข็ง ก็จะพยายามเล่นระบายสีน้ำกับน้องมากๆ เพื่อที่น้องจะได้ฝึกการใช้มือไปในตัว คุณแม่นุชนาฎ ย้ำ
ส่วนในวันที่เธอมาทำงาน ก็จะมีคุณยายช่วยดูแลน้องให้ เลยลดความกังวลลงได้บ้าง หากมีเวลาจะพาน้องไปบ้านญาติๆ บ้าง เพื่อฝึกให้น้องได้เรียนรู้เรื่องการเข้าสังคม หรือพาไปร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเด็กๆ ในช่วงปิดเทอม ที่ลูกชอบมากเป็นพิเศษก็คงจะเป็นการไปเที่ยวสวนสัตว์ หรือไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันทั้งครอบครัว
ด้าน พญ.ปิยาภรณ์ บวรกีรติขจร หัวหน้ากลุ่มงานกุมารเวชกรรม รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ กล่าวว่า เมื่อถึงเวลาปิดเทอม ทำให้เด็กมีเวลาว่างและอยากจะพักมากขึ้น เด็กๆ ทุกคนชอบเล่นสนุก ในขณะที่ผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองเองอยากจะให้เด็กเป็นตัวของตัวเอง ดังนั้นกิจกรรมของเด็กๆ โดยเฉพาะการเล่นน้ำซึ่งอยู่ระหว่างฤดูร้อนเป็นสิ่งคู่กัน
เด็กในวัย 5-6 ปี อาจจะว่ายน้ำไม่เป็น หรือว่ายน้ำไม่เก่ง ทั้งยังไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแลระหว่างที่พวกเขาเล่นน้ำ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาก็ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ แต่ถึงเด็กๆ จะว่ายน้ำเป็นและเก่งแค่ไหน ก็ต้องมีผู้ใหญ่ดูแลอย่างใกล้ชิด อย่าชะล่าใจ ปล่อยให้เด็กไปเล่นน้ำเพียงลำพังเด็ดขาด ควรพาลูกๆ ไปเรียนว่ายน้ำ เพื่อจะได้ช่วยตัวเองได้ยามเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน พญ.ปิยาภรณ์ แนะนำ
ปิดท้ายกันที่ หมอแอร์ พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเด็กและผู้ใหญ่ กล่าวว่า ช่วงปิดเทอมไม่เพียงแต่มีอัตราเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำเท่านั้น หากแต่มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งเหตุผลหลักมาจากการปล่อยปละละเลยของผู้ปกครอง แต่การเรียนว่ายน้ำของเด็กๆ ถือเป็นการเรียนรู้ทักษะพื้นฐานในการยังชีพด้วย
ทางที่ดีไม่ว่าพ่อแม่จะไปไหนควรจะเอาลูกๆ ไปด้วย อย่างพ่อแม่ที่ขายของก็ควรจะสอนให้ลูกช่วยขายของ ฝึกให้เขาทำงาน ให้เขาได้เรียนรู้การใช้จ่ายเงินไปในตัว ซึ่งเราอาจจะให้รางวัลเขาเป็นค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ หรือคำชม สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง ทำให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทั้งยังเป็นการแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ไปอีกด้วย หรือพ่อแม่คนไหนทำงานออฟฟิศก็พาเขาไปด้วย สอนให้เขาช่วยหยิบจับของ เดินส่งเอกสาร เป็นการสอนให้เขาเข้าสังคมไปอีกทางหนึ่งด้วย พญ.อัญชุลี แนะนำ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
