นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการนำข้าวสารในโกดังรัฐบาลออกบรรจุถุงจำหน่ายในราคาต้นทุน ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดปริมาณ ชนิดและราคาจำหน่ายของข้าวสารที่จะให้องค์การคลังสินค้าเป็นผู้นำมาบรรจุถุงจำหน่าย โดยอยู่ระหว่างคำนวณต้นทุนแต่จะขายในราคาต้นทุนไม่เอากำไร ส่วนวิธีการขนย้ายและจัดจำหน่ายเพื่อให้ทั่วถึงประชาชนทุกคนนั้น เบื้องต้นจะจัดจำหน่ายให้แก่คนไทยทุกกลุ่มไม่จำกัดว่าจะเป็นคนจนหรือคนรวย เพราะคนไทยทุกคนต้องกินข้าวเหมือนกัน โดยจะประสานขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ พาณิชย์จังหวัด ค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศให้เข้ามาช่วยดูแลการจัดจำหน่ายให้ทั่วถึงทุกครัวเรือน และหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดมีการซื้อข้าวไปกักตุน และนำมาขายต่อในลักษณะที่เก็งกำไรสร้างความเดือดร้อนและเอาเปรียบประชาชนคนอื่นเบื้องต้นคาดว่าจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอแต่ละแห่งสำรวจดูทะเบียนบ้านของแต่ละบ้านว่ามีสมาชิกในบ้านทั้งหมดกี่คน สมาชิกที่มาซื้ออาจจะต้องนำทะเบียนบ้านมาด้วย เพื่อนำไปคำนวณปริมาณข้าวถุงที่สามารถซื้อจากทางการได้ หากบ้านไหนมีสมาชิกมากจะซื้อได้มากหากมีสมาชิกน้อยก็ซื้อได้น้อย ซึ่งจะทำให้ทุกคนได้กินข้าวอย่างทั่วถึงเป็นธรรมในปริมาณที่เหมาะสม รวมทั้งยังช่วยป้องกันการมาเข้าคิวซื้อข้าวทีละมากๆ ไปขายต่อในลักษณะของการเก็งกำไร ซึ่งเราไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ยืนยันว่าภายใน 1 เดือนต่อจากนี้จะสามารถนำออกจำหน่ายได้แน่นอนนายมิ่งขวัญกล่าว
อย่างไรก็ตาม ปริมาณข้าวในสต๊อกรัฐบาลมีรวม 2.1 ล้านตัน รัฐบาลจะไม่มีการนำออกประมูลขายแก่ผู้ส่งออกเอกชน เพราะส่วนหนึ่งจะนำมาบรรจุถุงออกจำหน่ายแก่ประชาชนภายในประเทศ อีกส่วนจะเก็บเป็นสต๊อกสำรองความมั่นคงด้านอาหาร และนำบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความสมดุลด้านราคาจำหน่าย นอกจากนี้ทุกๆ 3 เดือนประเทศไทยจะมีผลผลิตข้าวออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ข้าวมีเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศและไม่เกิดปัญหาขาดแคลนแน่นอน
นายมิ่งขวัญ กล่าวต่อถึงแนวโน้มราคาข้าวไทยว่า อนาคตราคาข้าวไทยจะไม่กลับมาอยู่ที่เดิมอีกแล้วราคาจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะประชากรของโลกมีการเกิดเพิ่มขึ้นทุกวัน รวมทั้งความเจริญของโลกทำให้มีการสร้างเมืองมากขึ้นกินพื้นที่การเพาะปลูกข้าวทำให้พื้นที่ผลิตข้าวโลกลดลง ซึ่งเร็วๆนี้จะได้เห็นข้าวไทยราคาทะลุเกิน 1,000 เหรียญสหรัฐ/ตันแน่นอนเพราะผลผลิตทั่วโลกขาดแคลน
นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรมช.พาณิชย์เงา กล่าวว่า กรณีที่นายมิ่งขวัญ ระบุอีก 3 เดือนข้างหน้าราคาข้าวเปลือกจะมีราคาสูงตันละ 30,000 บาท วิธีการดังกล่าวน่าจะเป็นการชวนเชื่อ และจะเป็นปัญหาในอนาคต ซึ่งหน้าที่ของรัฐมนตรีต้องดูทั้งระบบตั้งแต่เกษตรกร โรงสี ผู้ประกอบการส่งออก ผู้บริโภค หากโรงสีกักตุน ผู้ประกอบการส่งออกที่รับใบสั่งสินค้าจากต่างประเทศไว้ก็จะได้รับผลกระทบ ฉะนั้นรัฐมนตรีต้องไปดูว่า ชาวนาขายข้าวให้โรงสีได้ราคาเป็นธรรมหรือไม่ และที่สำคัญต้องแก้ปัญหาราคาปุ๋ยและยาฆ่าศัตรูพืชให้มีราคาลดลง และดูแลเรื่องโรคระบาด
หน้า 8
ข้อมูลจาก ข่าวสด
