อินทรีเหล็ก เยอรมนี ห่างจากการครองแชมป์ยุโรปมาแล้ว 12 ปีเต็ม และสองครั้งหลังไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก แต่ในยูโร 2008 ครั้งนี้ เยอรมนี มาในฐานะทีมเต็ง ส่วนประกอบต่างๆ ดูจะเข้าทางไปหมด จึงมีลุ้นถึงการคว้าแชมป์สมัยที่ 4 เลยทีเดียว อันดับโลก - 5 อันดับยุโรป - 3 ผลงานรอบคัดเลือก รองแชมป์กลุ่ม ดี แข่ง 12 ชนะ 8 เสมอ 3 แพ้ 1 ได้ 35 เสีย 7 ชนะ ไอร์แลนด์ 1-0 เหย้า ชนะ ซานมารีโน 13-0 ชนะ สโลวะเกีย 4-1 เยือน เสมอ ไซปรัส 1-1 เยือน ชนะ สาธารณรัฐเช็ก 2-1 เยือน ชนะ ซานมารีโน 6-0 เหย้า ชนะ สโลวะเกีย 2-1 เหย้า ชนะ เวลส์ 2-0 เยือน เสมอ ไอร์แลนด์ 0-0 เยือน แพ้ สาธารณรัฐเช็ก 0-3 เหย้า ชนะ ไซปรัส 4-0 เหย้า เสมอ เวลส์ 0-0 เหย้า โปรแกรมรอบแรกกลุ่มบี 08/06/2008 โปแลนด์ 01.45 น. 12/06/2008 โครเอเชีย 23.00 น. 16/06/2008 ออสเตรีย 01.45 น.อินทรีเหล็ก เยอรมนี เป็นทีมที่ครองแชมป์ยุโรปได้มากที่สุด แต่ถึงตอนนี้ผ่านมาแล้ว 12 ปีที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสแชมป์ และผลงานในรอบสุดท้าย 2 ครั้งหลังในปี 2000 และ 2004 ยังเป็นผลงานที่น่าผิดหวังที่ต้องตกรอบแรกทั้งสองครั้ง แต่จากการที่กลับมาโชว์ฟอร์มในฟุตบอลโลก 2006 ได้ดี จึงเชื่อกันว่า เยอรมนี ทีมนี้มีศักยภาพเพียงพอที่จะกลับมาเป็นแชมป์ได้อีกครั้งภายใต้การทำทีมของ โยอาคิม เลิฟ
ในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา เยอรมนี อาจจะมีเกมที่ผลงานไม่ดีอยู่บ้างอย่าง เช่นการไปเสมอ ไซปรัส 1-1 และแพ้ สาธารณรัฐเช็ก คาบ้านตัวเอง 0-3 แต่ศักยภาพโดยรวมแล้ว อินทรีเหล็ก ยังเป็นทีมที่มาตรฐานสูง เรื่องนักเตะก็ยังเป็นทีมที่ทั้ง เลิฟ และเจอร์เก้น คลินส์มันน์ ช่วยกันปั้นขึ้นมา จึงมีนักเตะดาวรุ่งที่คอยเสริมทัพได้อย่างทันเวลา เช่น ลูคัส โพโดลสกี้ และบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์
จุดได้เปรียบอีกจุดของเยอรมนี ในยูโร 2008 ครั้งนี้ก็คือการเล่นที่ ออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์ ที่ไม่ว่าจะเล่นที่ไหนก็ไม่แตกต่างจากการเล่นในถิ่นตัวเองเท่าไรนัก และน่าจะเป็นทีมจากต่างแดนที่ได้รับเสียงเชียร์มากที่สุด ทำให้บรรดานักเตะจะได้เล่นในบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับครั้งที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก และจากการจับสลากที่ออกมายิ่งเข้าทางอินทรีเหล็กอย่างยิ่ง ทีมชุดนี้จึงน่าจะไปถึงนัดชิงชนะเลิศได้เป็นอย่างน้อย
กุนซือ
โยอาคิม เลิฟ (เยอรมนี)
โยอาคิม เลิฟ อาจจะมีชื่อขึ้นมาในช่วงที่เป็นมือขวาของ เจอร์เก้น คลินส์มันน์ ในศึกฟุตบอลโลก 2006 ครั้งที่ผ่านมา แต่จริงๆ แล้วกุนซือรายนี้มีประสบการณ์การทำทีมมากกว่าตัวเทรนเนอร์ใหญ่ซะอีก อีกทั้งในระหว่างนั้น เลิฟ ยังมีส่วนสำคัญในการวางแท็กติกและการจัดตัวผู้เล่น จนถูกมองว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเกมรุกที่ยอดเยี่ยมของทีมชาติเยอรมนีชุดดังกล่าว จน คลินส์มันน์ ยอมรับด้วยตัวเองว่า เลิฟ นั้นเป็นมากกว่าผู้ช่วย
ดังนั้นเมื่อ คลินซี่ วางมือไป สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี หรือเดเอฟเบ จึงไม่ลังเลใจที่จะให้เป็นผู้สานงานต่อ และในขณะนี้ก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะได้คุมทีมต่อจนถึงปี 2010 เนื่องจาก เดเอฟเบ เชื่อในความสามารถที่จะผลักดันศักยภาพของนักเตะดาวรุ่งออกมาอย่างเต็มที่
ก่อนหน้าการเป็นเทรนเนอร์ เลิฟ เป็นนักเตะแดนกลางของสตุ๊ตการ์ท, ไฟร์บวร์ก และแฟรงก์เฟิร์ต ก่อนจะแขวนสตั๊ดในปี 1995 และเริ่มงานโค้ชแบบพาร์ทไทม์ให้ วินเทอร์เธอร์ ในสวิตเซอร์แลนด์ และกลับมาทำทีมสตุ๊ตการ์ท ในปี 1995 จนช่วยให้ทีมครองแชมป์เดเอฟเบ โพคาล ในฤดูกาล 1996-1997 รวมทั้งยังพาทีมเข้าชิงชนะเลิศคัพ วินเนอร์ส คัพ ในฤดูกาลถัดมา ก่อนจะไปเป็นแชมป์กับ ติโรล อินสบรูค ในฤดูกาล 2001-2002 และรวมงานกับ ออสเตรีย เวียนนา, เฟเนร์บาห์เช และอดานาสปอร์
แท็กติก
ฉลามขาว เจอร์เก้น คลินส์มันน์ เคยพาทีมชาติเยอรมนีประสบความสำเร็จในฟุตบอลโลก 2006 ด้วยระบบ 4-4-2 ดังนั้นเมื่อ โยอาคิม เลิฟ เข้ามาทำทีมต่อจึงไม่แปลกที่ยังคงยึดแท็กติกนี้เอาไว้เหมือนเดิม โดยแนวรับจะมี คริสโตฟ เมตเซลเดอร์ กับ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ เป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็ก ขณะที่แบ็กทั้งสองข้างยังมีการปรับเปลี่ยนได้ อยู่ที่ว่า เลิฟ จะให้ ฟิลิปป์ ลาห์ม เล่นข้างไหน หากว่าเล่นทางขวา มาร์เซลล์ แยนเซน จะลงมาเล่นทางซ้าย และหากจับไปเล่นทางซ้ายก็จะเป็น อาร์เน ฟรีดริช ที่มาเล่นทางขวา
แดนกลางการบาดเจ็บของ แบร์นด์ ชไนเดอร์ จนไม่มีช่องอยู่ในทีมชุดนี้ทำให้ขาดความลงตัวไปบ้าง แต่ มิชาเอล บัลลัค, ทอร์สเทน ฟริงก์ส และ ทิม โบรอฟสกี้ ยังจะเป็น 3 ตัวหลักเช่นเดิม ส่วนอีกตำแหน่งน่าจะเป็นโอกาสของ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ที่ทำผลงานได้ดีในฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา โดยจะแบ่งงานกันชัดเจนเมื่อ ฟริงส์ กับ โบรอฟสกี้ จะคุมเกมรับ และเกมรุกเป็นหน้าที่ของ บัลลัค และชไวน์สไตเกอร์
ขณะที่คู่หัวหอก มิโรสลาฟ โคลเซ ยังเป็นตัวเลือกหมายเลข 1 ส่วนคู่ขานั้นมีความเป็นไปได้ทั้ง มาริโอ โกเมซ, ลูคัส โพโดลสกี้ และเควิน คูรานี
ผู้เล่น 11 ตัวหลัก ผู้รักษาประตู - เยนส์ เลห์มันน์, กองหลัง - อาร์เน ฟรีดริช, คริสโตฟ เมตเซลเดอร์, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม, กองกลาง - ทอร์สเทน ฟริงก์ส, ทิม โบรอฟสกี้, มิชาเอล บัลลัค, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, กองหน้า - ลูคัส โพโดลสกี้, มิโรสลาฟ โคลเซ
รายชื่อ 26 นักเตะชุดยูโร 2008
ผู้รักษาประตู - เยนส์ เลห์มันน์ (อาร์เซนอล), โรเบิร์ต เอ็งเค (ฮันโนเวอร์), เรเน อัดเลอร์ (เลเวอร์คูเซน)
กองหลัง - คริสโตฟ เมตเซลเดอร์ (รีล มาดริด), แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ (เบรเมน), ฟิลิปป์ ลาห์ม (บาเยิร์น), อาร์เน ฟรีดริช (แฮร์ธา เบอร์ลิน), มาร์เซล แยนเซน (บาเยิร์น), เคลเมนส์ ฟริทซ์ (เบรเมน), ไฮโค เวสเตอร์มันน์ (ชาลเก้)
กองกลาง - มิชาเอล บัลลัค (เชลซี), โธมัส ฮิตเซิลสแพร์เกอร์ (สตุ๊ตการ์ท), ไซมอน โรลเฟส (เลเวอร์คูเซน), ทอร์สเทน ฟริงก์ส (เบรเมน), บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ (บาเยิร์น), ปีเตอร์ โทรชอฟสกี้ (ฮัมบูร์ก), ทิม โบรอฟสกี้ (เบรเมน), เจอร์เมน โจนส์ (ชาลเก้), ดาวิด โอดอนคอร์ (รีล เบติส), มาร์โก มาริน (มึนเชนกลัดบัค)
กองหน้า - มิโรสลาฟ โคลเซ (บาเยิร์น), ลูคัส โพโดลสกี้ (บาเยิร์น), มาริโอ โกเมซ (สตุ๊ตการ์ท), เควิน คูรานี (ชาลเก้), โอลิเวอร์ นอยวิลล์ (มึนเชนกลัดบัค), พาทริค เฮลเมส (โคโลญจน์)
เรื่องจริงที่น่ารู้ - เยอรมนี คือเจ้าแห่งยุโรปตัวจริง จากการคว้าแชมป์ไปครองแล้วถึง 3 สมัยในปี 1972, 1980,1996 และมีเพียง ฝรั่งเศส ทีมเดียวเท่านั้นที่มีโอกาสไล่ได้ทัน
ฟันธง
นัดชิงชนะเลิศ
จิตติ
ไตรภาค...คดีสมชายเบาะแสหรือเกมชำระแค้น
การพบหลักฐานถังน้ำมัน ซึ่งอาจนำไปสู่การคลี่คลายคดีทนายสมชาย กระพือขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางกระแสข่าวเป็นการหักดิบของตำรวจด้วยกันเอง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
