พิษรักแรงแค้นของสาววัย 28 ทำให้เธอพลั้งมือฆ่าปาดคอเด็กสาววัย 13 ขวบ ลูกของชายที่เธอหลงรัก หลังถูกกีดกันและเข้ากันไม่ได้ระหว่างเธอทั้งสองความตายของ หัทญา คัมพีระพงษ์ เด็กนักเรียนชั้น ม.1/9 ร.ร.จ่านกร้อง จ.พิษณุโลก วัย 13 ปี เกิดจากแรงรักแรงอาฆาตของผู้ใหญ่ นำมาสู่จุดจบก่อนวัยอันควร !
หัทญาเป็นลูกสาวของ ธนาดร คัมพีระพงษ์ กับ ศรีไพร สงวนสิน ซึ่งชีวิตคู่เดินมาถึงจุดสิ้นสุดเมื่อปีเศษที่ผ่านมา ธนาดรได้สิทธิดูแลเลี้ยงดูลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนคนนี้
แม้ทั้งคู่จะหย่าขาดจากกัน แต่น้องหัทญาก็ยังไปมาหาสู่และนอนพักอยู่กับแม่บ่อยครั้ง โดยที่ผู้เป็นพ่อก็ไม่ได้กีดกันหวงห้าม
หลังตัดสินใจแยกทางกับภรรยา ธนาดรได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่ง และคบหาดูใจในฐานะคนชอบพอกัน
อริษา สร้อยสน วัย 28 ปี คือผู้หญิงคนที่ว่า !
ดูเหมือนว่าปัญหาแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงเข้ากันไม่ได้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวของธนาดรด้วย เนื่องจากอริษากับน้องหัทญามักมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง ฝ่ายหนึ่งพยายามให้พ่อกลับไปคืนดีกับแม่ ขณะที่อีกฝ่ายก็พยายามเอาอกเอาใจ กระนั้นก็ยังเข้ากันไม่ได้อยู่ดี
และนี่คือสาเหตุของคดีฆาตกรรมในเวลาต่อมา !?!
เย็นวันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2551 ร.ร.จ่านกร้อง ปล่อยเด็กเลิกเรียนเร็วกว่าปกติ น้องหัทญากลับบ้านไปพร้อมกับรถเก๋งคันหนึ่ง จากนั้นก็หายตัวไปไม่สามารถติดต่อได้
ความผิดปกติที่เกิดขึ้นร้อนถึงธนาดรต้องเที่ยวตามหาตามบ้านเพื่อน แต่กระนั้นก็ไม่ได้ข่าวคราวอะไร นอกจากเบาะแสหนึ่งเดียว คือ มีเพื่อนเห็นลูกสาวของเขาขึ้นรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีดำ ซึ่งมีผู้หญิงเป็นคนขับมารับตัวกลับไป
บังเอิญเหลือเกินว่าอริษาเองก็ใช้รถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีดำ เหมือนกัน เขาจึงโทรศัพท์ไปหาอริษา พยายามพูดคุยสอบถาม รวมถึงเกลี้ยกล่อมให้บอกที่กักขังลูกสาวแล้วจะไม่เอาเรื่อง ทว่าอริษาไม่ยอมบอกอะไรเลย ขณะเดียวกันก็พยายามบ่ายเบี่ยงตลอดเวลา เมื่อเห็นว่าไม่เป็นผลแน่แล้ว ธนาดรจึงแจ้งเบาะแสนี้แก่ พ.ต.ต.รังสรรค์ พูลนุช พนักงานสอบสวน สน.บางระกำ จ.พิษณุโลก
เด็กสาวหายตัวไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็มีคนพบศพลอยอยู่ในสระน้ำ บ้านโปร่งหม้อข้าว หมู่ 4 ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก !!!
การสืบสวนหาตัวฆาตกรเริ่มต้นขึ้นแทนการตามตัวคนหาย แล้วข้อมูลต่างๆ ก็มาถึงมือตำรวจ นั่นก็คือ น้องหัทญามักมีปากเสียงและเข้ากันไม่ได้กับผู้หญิงคนใหม่ของพ่อ และพยายามให้พ่อกับแม่บังเกิดเกล้าหวนกลับไปคืนดีกันอีกครั้ง
ฝ่ายอริษาเองก็พยายามเฝ้าพะนอเอาใจ ขับรถพาไปเที่ยวบ้าง ดูหนังบ้าง ขณะเดียวกันก็ขอร้องให้ธนาดรมาอยู่ที่บ้านใน อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก แต่ธนาดรมีข้อแม้ว่าหากต้องการให้เขาไปอยู่กินด้วยก็ต้องพาน้องหัทญาลูกสาวคนเดียวไปอยู่ด้วยเช่นกัน นี่คือชนวนปัญหาแรกที่นับวันก็ยิ่งสะสมไปเรื่อยๆ น้องหัทญาอยากให้พ่อแม่คืนดีกัน ส่วนอริษาเองก็มองว่าเด็กสาวเป็นอุปสรรคขัดขวางความรักของเธอ
เมื่อได้ข้อมูลมาค่อนข้างชัดเจนแล้ว ตำรวจจึงไปเชิญตัวอริษามาสอบปากคำ ขณะเดียวกันก็เชื่อว่าภายในรถเก๋งฮอนด้า แจ๊ส น่าจะมีร่องรอยหลักฐานหลงเหลืออยู่บ้าง จึงไปตรวจสอบก็พบคราบเลือดบริเวณเบาะหน้าคู่คนขับ จากนั้นจึงย้อนกลับมาตรวจสอบอริษา ก็พบคราบเลือดติดอยู่ในซอกเล็บ นำมาสู่การเปิดปากรับสารภาพและลำดับเหตุการณ์ในเย็นวันเกิดเหตุ
...ก่อนเกิดเหตุ อริษาขับรถเก๋งคู่ใจไปรับน้องหัทญาที่ ร.ร.จ่านกร้อง แล้วพาไปดูหนังที่ห้างบิ๊กซี จากนั้นก็ขับรถวนอยู่ในตัวเมืองก่อนกลับบ้าน ระหว่างอยู่ในรถทั้งสองคือหญิงสาวที่อยู่ในฐานะแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงมีโอกาสได้พูดคุยกันหลายเรื่อง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ลงรอยกันเลยแม้แต่เรื่องเดียว กระทั่งอริษาวกมาพูดถึงความสัมพันธ์ของเธอกับพ่อของน้องหัทญา
อริษา : ฉันรักพ่อของเธอมากนะ แต่พ่อเธอตั้งแง่ว่าให้เธอมาอยู่ด้วย ถึงจะยอมมา
น้องหัทญาไม่เห็นด้วยและอยากให้พ่อกับแม่คืนดีกันมากกว่า เธอบอกว่าอยากมีครอบครัวที่อบอุ่น นั่นทำให้อริษาไม่พอใจมาก เลยหยิบมีดปอกผลไม้ที่อยู่ในรถออกมาขู่ฆ่า
น้องหัทญา : ไม่กล้าทำหรอก ถ้าทำไม่ตายจะฟ้องพ่อ
ประโยคนี้เองที่อริษายอมรับกับพนักงานสอบสวนว่าทำให้เธอโมโหและยิ่งบันดาลโทสะมากขึ้น เมื่อน้องหัทญาเอื้อมมือมาผลัก เธอเลยพลั้งมือตวัดปลายมีดถูกเส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอ ทำให้น้องหัทญาเสียชีวิตในเวลาต่อมา
อริษา บอกว่า ตอนนั้นรู้สึกตกใจมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร งงไปหมด ได้แต่ขับรถวนไปเรื่อยๆ กระทั่งมาถึงสระน้ำบ้านโปร่งหม้อข้าว รอจนปลอดคนแล้วจึงอุ้มร่างอันปราศจากลมหายใจของเด็กสาวโยนทิ้งน้ำ แต่ก่อนอื่นเธอได้ใช้มีดมรณะเล่มเดียวกันนี้กรีดป้ายชื่อออกไป เพื่อให้การติดตามตัวทำได้ยากขึ้น แล้วเช่าโรงแรมทำความสะอาดเนื้อตัวและคราบเลือดในรถ
สุดท้ายอริษาก็หนีกรรมไปไม่พ้น เป็นกรรมที่เกิดจากพิษรักแรงแค้นจริงๆ !
ฆ่าปาดคอเด็ก 13 เหยื่อพิษรักแรงแค้น
พิษรักแรงแค้นของสาววัย 28 ทำให้เธอพลั้งมือฆ่าปาดคอเด็กสาววัย 13 ขวบ ลูกของชายที่เธอหลงรัก หลังถูกกีดกันและเข้ากันไม่ได้ระหว่างเธอทั้งสอง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
