เพื่อเป็นการปลูกฝังให้เด็กรุ่นใหม่ รู้จักการ ให้ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ด้อยโอกาสทางสังคม คาร์เทียร์ จึงร่วมมือกับโครงการเพื่อนที่แสนดี (เบส บัดดี้ส์ ไทยแลนด์)องค์กรที่ไม่แสวงผลกำไรในประเทศไทย ช่วยส่งเสริมสนับสนุนเด็กด้อยโอกาสทางสังคม จัดกิจกรรมสุขหรรษาให้แก่เด็กจำนวน 15 คน จากมูลนิธิชัยพฤกษ์ และสถาบันราชานุกูล
งานนี้ได้เชื้อเชิญอาสาสมัครจากโครงการเพื่อนที่แสนดี 10 คน อาทิ หญิงแม้น ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล แพททริก ม.ล.ศรุศักดิ์ ศักดิเดช ภาณุพันธุ์ ปุด ม.ล.ภัสรดิศ ดิศกุล นาฑี โอสถานุเคราะห์ พราว ก้องธรนินทร์ ภูผา เตชะณรงค์ รูดี้ วรุธ อัสสกุล พักตร์ ขุนพักตร์ อิสสระ เจนิส พัชนา สงวนสัตย์ และ มูลี่ อัญชิสา วัชรพล มาเป็นบัดดี้ให้แก่น้องๆ ตลอดการทำกิจกรรม ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยเริ่มจากพาไปกินอาหารกลางวันกันที่ร้านแมคโดนัลด์ ก่อนจะไปชมโลกใต้น้ำ สยามโอเชี่ยน เวิร์ล กิจกรรมพัฒนาทักษะกับ เบบี้ จีเนียส และปิดท้ายด้วยการชมภาพยนตร์ 3ดี ที่ไอแมกซ์
พราว ประธานโครงการเพื่อนที่แสนดี กล่าวว่าโครงการเบส บัดดี้ส์ จะทำกิจกรรมกับสถาบันราชานุกูลเป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว แต่กิจกรรมครั้งนี้ได้ชวนเด็กๆ จากมูลนิธิชัยพฤกษ์ให้มาร่วมทำกิจกรรมกับโครงการด้วย กิจกรรมที่เลือกมาให้ทำคราวนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสทางสังคมให้แก่พวกเขาอย่างชัดเจน
เห็นเด็กๆ เหล่านี้แล้วก็สงสารเขา อย่างกลุ่มเด็กราชานุกูลจะเป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางสมอง สติปัญญา เด็กกลุ่มนี้จะขาดการยอมรับจากสังคม โครงการนี้จะทำให้เด็กๆ เหล่านี้รู้สึกว่า เราจะเป็นเพื่อนกับพวกเขา ที่ต่างประเทศโครงการนี้จะมีบทบาทมากในสังคม แต่ของเมืองไทยเพิ่งจะนำโครงการนี้เข้ามา ก็อยากจะให้คนรู้จักโครงการของเรามากขึ้น อย่างเพื่อนๆ ที่อาสามาช่วยดูแลน้องๆ ในวันนี้ พราวชวนกันมาทั้งหมด 9 คน รวมพราวเป็น 10 คน ดีใจที่เพื่อนๆ มีใจช่วยเหลือน้องๆ เหล่านี้กันเต็มที่ และเต็มใจที่จะมอบความสุขให้แก่พวกเขา ด้วยความที่พราวเป็นประธานโครงการ พราวอยากจะทำให้ดีที่สุด และไม่เคยคิดว่าการต้องมารับผิดชอบโครงการนี้จะเป็นภาระของเรา แต่พราวกับสนุกกับการทำงานแบบนี้ ประธานโครงการเพื่อนที่แสนดีกล่าวยืนยัน
เพราะเด็กเหล่านี้ไม่มีโอกาสได้พบปะผู้คนมากนัก จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะปิดกั้นตัวเอง ด้วยการไม่สื่อสารกับคนแปลกหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่พราวค่อนข้างหนักใจ แต่เธอก็พยายามอย่างดีที่สุดเพื่อจะเข้าถึงจิตใจของน้องๆ เหล่านี้ให้ได้
แรกๆ ต้องบอกเลยว่ายากมาก ต้องใช้เวลากับพวกเขาพอสมควร พักหลังเหมือนเด็กๆ ค่อยๆ ปรับตัวก็เริ่มที่จะพูดคุย ตอบคำถามของเราบ้าง แต่บางคนก็เอาแต่ร้องไห้ อาจจะตกใจที่เห็นคนเยอะๆ ตรงนี้เราเองก็ต้องปรับความคิดต้องเข้าใจถึงจิตใจของเขาและของเราด้วย ที่สำคัญพราวจะบอกตัวเองเสมอว่า ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด พราวบอก
ด้าน เจนิส พีชนา หนึ่งในอาสาสมัครที่ดูแลน้องสมชาย วัย 8 ขวบ กล่าวว่านับเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสพาเด็กด้อยโอกาสมาทัศนศึกษา แม้เด็กจะไม่คุ้นเคยกับเธอ แต่ก็จะทำหน้าที่ของอาสาสมัครให้ดีที่สุด
ก่อนหน้านี้เจนิสเคยไปเยี่ยมเด็กผู้พิการซ้ำซ้อนมา ทุกครั้งที่เห็นพวกเขาก็จะสงสาร และเสียดายแทนน้องๆ เหล่านี้ที่เขาไม่มีโอกาสเหมือนที่เรามี เจนิสเลยคิดว่า ถ้าเรามีโอกาสมากกว่าเขาก็อยากจะให้โอกาสเหล่านี้กับพวกเขาบ้าง แต่เหนือสิ่งอื่นใดเจนิสคิดว่าน้องๆ เขาคงอยากได้ความรักมากกว่าเงินทองที่เป็นของนอกกาย เพราะพวกเขาไม่เคยได้รับความรักและความสุขจากพ่อแม่อยู่แล้ว เจนิสมองว่าความรักเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดด้วย ตอนแรกที่พราวชวนก็ตอบตกลงเลย เพราะนอกจากจะได้มาทำกิจกรรมกับน้องๆ เหล่านี้แล้ว เจนิสยังระหว่างการปิดเทอมด้วย ถ้าได้มาทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ก็น่าจะทำให้เวลาที่เรามีอยู่มีค่ามากยิ่งขึ้นด้วย เจนิสกล่าว
ส่วน ปุด ม.ล.ภัสรดิส ที่ดูแลน้องบ๊อบบี้ กล่าวว่า นานๆ ทีจะมีโอกาสได้ทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคม ครั้งนี้รู้สึกดีมากที่ได้มาช่วยดูแลเด็กๆ เพราะกิจกรรมในวันนี้เป็นการให้ความสุขกับพวกเขาโดยตรง และเป็นประสบการณ์ของเด็กที่เขาไม่เคยมีโอกาสได้ทำเหมือนกับพวกเรามาก่อน
ผมจะพยายามคุยกับน้องบ๊อบบี้ ถามเรื่องสารทุกข์สุกดิบกับน้องเขา ทำให้เขาคุ้นเคยและชินกับเราก่อน ตอนทำกิจกรรมจะได้ไม่รู้สึกอึดอัด ก่อนที่จะมาทำกิจกรรมผมก็ต้องเตรียมความพร้อมของตัวเองพอสมควร เพราะผมไปเรียนต่างประเทศไม่เคยมีโอกาสได้มากิจกรรมแบบนี้มาก่อน แต่น้องเขาก็น่ารักคุยรู้เรื่อง คำว่าบัดดี้ส์สำหรับผมแล้ว หมายถึงคนที่อยู่เคียงข้างเราตลอดเวลา คอยดูแลและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน มีปัญหาก็ช่วยกันแก้ไขในทุกๆ เรื่อง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสมาทำอะไรดีๆ แบบนี้ ผมคิดว่าถ้ามีโอกาสผมคงจะมาร่วมทำกิจกรรมแบบนี้อีกเหมือนกัน ปุดกล่าวทิ้งท้าย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
