เป็นเวลากว่าครึ่งเดือนแล้ว ที่การชุมนุมเพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรียกร้องให้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง โดยการนำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ดำเนินไปอย่างเข้มข้น แม้บางวันผู้เข้าร่วมจะบางตาลงบ้าง แต่ก็กลับมาคึกคักอีกครั้งในห้วงสุดสัปดาห์หรือมีประเด็นที่ถูกจุดขึ้นใหม่
การประท้วงที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมหลายคนต้องนอนค้างอ้างแรมบนถนนราชดำเนินนอก สถานที่ซึ่งถูกยึดเป็นลานการต่อสู้ แน่นอนว่า เสบียงกรังของกองทัพ ทั้งข้าวปลาอาหารจะต้องพร้อมพรักแล้ว สีสัน และบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ก็ช่วยทำให้ดีกรีของการชุมนุมไม่เร่าร้อนเกินไปนัก
บนเวทีปราศรัยอาจจะดูดุเดือดเลือดพล่าน แต่กระนั้นก็ยังสลับไปด้วยเวทีดนตรี และการโชว์ตัวของคนที่ถูกเรียกว่า ดารา
หนึ่งในจำนวนดาราที่มาขึ้นเวทีแห่งนี้เป็นคนแรกก็คือ ตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง นักแสดงรุ่นเก๋า ผู้ประกาศตนต่อต้านระบอบทักษิณมาตั้งแต่ต้นนั่นเอง
ความน่าสนใจของผู้คนที่พุ่งเป้าไปยัง ตั้ว ศรัณยู หาใช่เพียงแต่การขึ้นเวลาประกาศจุดยืนทางการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว ทว่า ดารานักแสดงอาวุโสผู้นี้ ยัง มีความเชื่อมั่น อย่างสูงสุด ซึ่งเป็นที่ยอมรับนับถือของคนทั่วไปในหัวจิตหัวใจของคนไทยคนหนึ่งผู้จงรักภักดีอย่างที่สุด
ประเด็นสำคัญที่มาขึ้นเวทีพันธมิตร ?
ผมมาที่การชุมนุมของพันธมิตรไม่ได้มาเป็นครั้งแรก ตอนที่ชุมนุมครั้งแรกเมื่อปี 2549 ผมก็มา และเหตุผลที่ผมมาขึ้นเวทีในครั้งนี้ก็เหมือนกับคนที่มาร่วมชุมนุมในที่แห่งนี้ทุกคน บางคนอาจจะลังเล อาจจะไม่กล้าออกมาร่วม แต่ผมเห็นว่าตอนนี้รัฐบาลกำลังทำทุกอย่างที่จะไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และที่ผมทนไม่ได้คือ การล่วงเกินสถาบันพระมหากษัตริย์ใครจะทนได้ก็ทนไป แต่ผมทนไม่ได้ นอกจากนี้ การที่มาเพื่อเป็นการแสดงออก เพราะไม่มีเวทีไหนให้เราแสดงความเห็นได้ แม้แต่ระบบรัฐสภาก็ทำไม่ได้ และเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาของระบอบประชาธิปไตยที่ไหนๆ ก็ทำได้ อย่างเกาหลีใต้ ล่าสุดเมื่อมีคนออกมาประท้วงรัฐบาลก็ต้องลาออกไป
ตอนพรรคไทยรักไทยเริ่มตั้ง คุณศรัณยูก็เคยไปช่วยงาน แต่ตอนนี้ทำไมถึงเปลี่ยนมาต่อต้านอย่างรุนแรง ?
อาจเป็นเพราะผมฉลาดขึ้น และตอนที่เข้าไปนั้นไม่ใช่แค่เข้าไปช่วย แต่เข้าไปเป็นกรรมการบริหารพรรคด้วย ตอนที่เข้าไปอยู่นั้น วันนั้นเขามาในคราบของคนรุ่นใหม่ ทักษิณ มาในรูปแบบที่จับต้องได้ เขาเดินเข้ามาจับไหล่ โอบผมบอกให้มาช่วยกัน และก็ตั้งผมเป็นกรรมการบริหารพรรค แต่เมื่ออยู่ไปไม่รู้จะทำอะไรเลย เพราะมันไม่มีอะไรจะทำ เขาให้ไปนั่ง รู้ว่ามี ศรัณยู เป็นกรรมการบริหาร แต่ไม่มีอะไรให้ทำ เขาเริ่มพูดภาษานักการเมือง มันไม่เหมือนตอนเริ่มต้น แล้วยังมีคนในพรรคมาบอกให้หาธุรกิจอะไรทำ ผมเลยต้องถอยออกมา และเมื่อยิ่งถอยออกมาก็ยิ่งเห็นความผิดพลาดมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องออกมาร่วมต่อต้าน
การออกมาอย่างนี้มีผลกระทบต่องานในวงการบันเทิงหรือเปล่า ?
ผมไม่รู้ว่ากระทบอะไรหรือไม่ เพราะผมไม่อยู่ในสังกัดของใคร หากทำงานมากเหนื่อยก็หยุด แล้วผมก็ยังทำบริษัทเล็กๆ ของตัวเอง รับงานกำกับละคร ทั้งบริษัทมีพนักงานอยู่ 3 คน เป็นการอยู่อย่างพอเพียง และงานของผมนั้น กว่าจะทำเรื่องหนึ่งต้องมีการวางแผนทำสัญญาเป็นเวลา 4-5 เดือน กำกับละครปีหนึ่งก็ได้ประมาณเรื่องครึ่ง จึงยังไม่มีอะไรมาวัดได้ว่ามีผลกระทบหรือไม่
พอไปขึ้นเวที คนในวงการบันเทิงมองเราแปลกๆ ไปไหม ?
ผมไม่แคร์เรื่องนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องของชาติบ้านเมือง และมองเป็นเรื่องธรรมดา ที่อื่นอาจจะไม่ชอบ แต่อาจจะได้ใจคนที่นี่ ส่วนเรื่องที่มีสายตาที่แปลกๆ หรือไม่ ผมไม่เอามาเป็นบรรทัดฐานหรอก เรื่องแบบนี้ต้องเกิดกับตัวเอง
แล้วคนในวงการบันเทิงมองเรื่องนี้อย่างไร ?
ผมไม่ทราบ เรื่องแบบนี้ต้องรู้สึกกันเอง บอกกันไม่ได้ บางคนโตมาแบบมีสังกัด แต่ละคนมีความต่างกัน เมื่อต่างคนต่างภาวะ จะให้ผมโทรไปชวนใครมา ผมคงไม่ทำ เพราะเขาอาจจะอึดอัดใจก็ได้ ผมไม่ไปบอกใครให้มาหรอก เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องของแต่ละคน ใครจะทำอย่างไรก็ได้
ในส่วนครอบครัวเห็นด้วยหรือไม่ ?
เขาเข้าใจดี ก่อนที่จะมาผมก็บอกลูกไว้แล้วว่าไปไหน ไปทำอะไร เด็กเขาก็มีหน้าที่ของเขา เขาต้องเรียน ต้องทำกิจกรรม ส่วนผมกลับไปก็ต้องไปดูการบ้านของลูก
ไม่คิดจะพาลูกมาร่วมชุมนุมด้วยหรือ เพราะผู้ชุมนุมหลายคนก็พาลูกหลานมา ?
เขาก็อยากมาเหมือนกัน แต่มันก็ต้องดูจังหวะ เพราะตอนนี้เขาอายุสิบสองแล้ว มีกิจกรรมมากมาย ต้องเรียนพิเศษ แล้วเด็กวัยขนาดนี้ไม่เหมาะที่จะนอนดึก ต้องดูเวลา หากวันไหนไม่ต้องไปโรงเรียนก็อาจจะพามาด้วย
ถ้าถามถึงจุดยืนของการมาชุมนุม จริงๆ แล้วอยู่ตรงไหน ?
ผมคงตอบไม่ได้ว่าจะชุมนุมไปถึงเมื่อไร เพราะเราไม่ใช่แกนนำ แต่การมาชุมนุมครั้งนี้ เพราะมีจุดยืนว่าเรารับรัฐบาลไม่ได้ เราทนตรงนี้ไม่ได้ และคงจะมาเรื่อยๆ การชุมนุมอาจจะจบลงตรงที่นายกรัฐมนตรีลาออกก็ได้ เรื่องนี้ยังตอบไม่ได้ หากให้มองเลยไปก็อยากให้ทุกคนเป็นคนดี คนโกงต้องออกจากระบบการเมือง
อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ
เบื้องลึกเงิน2ล้านเมื่อนายท้าทายศาล
แฉเบื้องลึกเงิน 2 ล้าน ทนายไอ้โม่งยัดกล่องขนมหอบติดสินบนศาล ภารกิจนี้เพื่อ นาย ต่อสายตรงถึงรุ่นพี่ บยศ.ขออนุเคราะห์ความสะดวกเดินทางออกนอกประเทศ แต่ความแตกและศาลท่านไม่เล่นด้วย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
