สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันอิศรา ได้จัดทำโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการนักข่าวประจำปี 2551 ขึ้นเพื่อพัฒนาบุคลากรในวิชาชีพสื่อมวลชน โดยเชิญวิทยากรทั้งจากผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับจากกลุ่มวิชาชีพและผู้แทนจากกลุ่มนักวิชาการเพื่อปลูกฝังอุดมการณ์ความเป็นวิชาชีพและจริยธรรมให้แก่ผู้สื่อข่าว ณ โรงแรมจุลดิส เขาใหญ่ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.นครราชสีมา เมื่อวันก่อนโดยมีทั้งนักข่าวไทยและต่างชาติเข้าร่วมชุมนุมรวมทั้งสิ้น 34 คน
เริ่มต้นด้วย นาตยา เชษฐโชติรส นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส กล่าวว่า การจัดชุมนุมในครั้งนี้เพื่อการสร้างจริยธรรมและปฏิสัมพันธ์ร่วมกันรวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จากนั้นเป็นการแนะนำตัวผู้เข้าร่วมโครงการทั้ง 34 คน ก่อนนำเข้าการสนทนาในหัวข้อแรก คำถามเปลี่ยนแปลงโลก โดย ภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการข่าว หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ถัดมาเป็น การเก็บเกี่ยวประสบการณ์เป็นตัวอักษร โดย วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ในการหาข้อมูลข่าว หาแหล่งข่าวและผลพวงจากการมีข้อมูลข่าวสู่การเขียนพ็อกเก็ตบุ๊ก ต่อด้วยการแบ่งกลุ่มลงพื้นที่และคิดประเด็นข่าวในพื้นที่เพื่อนำเสนอข่าวเป็นกลุ่ม
สำหรับผลงานข่าวที่ชนะเลิศในการนำเสนอครั้งนี้ ได้แก่ มรดกโลกสะเทือน ทุนนิยมรุมทึ้งเขาใหญ่ เป็นการนำเสนอประเด็นเขาพระวิหารเชื่อมโยงถึงเขาใหญ่ซึ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม แต่ปัจจุบันมีคนมากมายสนใจที่ดินบริเวณนี้ทั้งนักการเมือง คนดัง รวมถึงชาวต่างชาติ
วันถัดมาเริ่มต้นด้วยการบรรยายในหัวข้อ นักข่าวในสถานการณ์เปลี่ยนแปลง โดย ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ต่อด้วยการพูดคุย พี่สอนน้องส่องกระจกสื่อ โดย นงค์นาถ ห่านวิไล บรรณาธิการข่าว ธุรกิจ-การตลาด หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ร่วมด้วย ธีรเดช เอี่ยมสำราญ หัวหน้าข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ และนันทขว้าง สิรสุนทร บรรณาธิการเซกชั่นอีที หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ส่วนในช่วงบ่ายเป็นการสนทนา ปัญหาจริยธรรมสำหรับนักข่าว โดย ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ รองบรรณาธิการอำนวยการ หนังสือพิมพ์มติชน ซึ่งแนะนำถึงการรักษาช่องว่างระหว่างนักข่าวและแหล่งข่าว วิธีการปฏิเสธการรับเงินหรือของมีค่าจากแหล่งข่าว ฯลฯ
มาถึงวันสุดท้ายของการสัมมนา ช่วงเช้ามีการสนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้าน กฎหมายในสถานการณ์ความขัดแย้ง โดย รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีการหยิบยกประเด็นร้อนเขาพระวิหารมาเป็นตัวอย่าง รศ.ดร.วรเจตน์ ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า ไม่เห็นด้วยกรณีศาลปกครองรับฟ้องคดีเขาพระวิหาร และกรณีมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว
นอกจากการสัมมนาพูดคุยทางด้านวิชาการแล้ว ทางโครงการยังจัดให้มีกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ที่สนุกสนาน ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วม และงานนี้ทุกคนยังได้มิตรภาพและเพื่อนใหม่กลับไปอีกด้วย
เป็นประสบการณ์ดีๆ ที่หาได้ยากอีกกิจกรรมหนึ่ง สำหรับคนข่าวที่ควรรู้ในยุคนี้
หัวอกตำรวจจราจรพวกผมก็มีหัวใจ
เปิดบันทึกความรู้สึกตำรวจจราจรกลางผู้ถูกบริภาษกลางแยกพาหุรัดจากสาวแบงก์ ตำรวจก็เป็นมนุษย์ มีความรู้สึก มีหัวใจ กับกรณีตัวอย่างถ่ายคลิปป้องตัวเองพ้นผิด
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
