ใช่แต่เลือดรักชาติของคนไทยจะพุ่งกระฉูดจากการปลุกกระแสกรณีคณะกรรมการมรดกโลกได้พิจารณาข้อเสนอของกัมพูชาที่จะขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก เลือดรักชาติของชาวกัมพูชาก็พุ่งกระฉูดเช่นกันจากการโหมประโคมของสื่อและองค์กรเอกชนทั้งในและนอกกัมพูชาที่พร้อมใจกันประณามไทยในเชิงว่ากำลังจะปล้นอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง
การโหมประโคมข่าวที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงที่ว่าไทยไม่ได้โต้แย้งในเรื่องของการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่แย้งในเรื่องของภูมิทัศน์รอบนอกโดยขอให้ชื่อไทยร่วมอยู่ด้วย
แต่สุดท้าย ปัญหาก็บานปลายกลายเป็นเรื่องของการ เสียดินแดน ที่ต่างฝ่ายต่างกล่าวหากันอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยไม่สำนึกว่าต่างกำลังตกเป็น เหยื่อการเมือง ในประเทศนั้นๆ ที่ผู้นำประเทศและนักการเมืองต่างฉวยโอกาสกระพือข่าวนี้เพื่อกลบปัญหาการเมืองในประเทศ
โดยเฉพาะในกัมพูชากำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมา ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งทั่วไปก็มักจะมีการจุดกระแสรักชาติขึ้นมาเป็นประเด็นหาเสียง โดยเฉพาะการเลือกตั้งในครั้งนี้ พรรคสม รังสีของนายสม รังสี อดีตรัฐมนตรีคลังฝีปากกล้าผู้ผันตัวเองเป็นผู้นำฝ่ายค้านได้เดินหน้าหาเสียงโจมตีนายฮุน เซน นายกรัฐมนตรีว่าขายชาติ ก่อนหน้านี้ก็ได้ยกดินแดนส่วนหนึ่งแม้เพียงน้อยนิดให้แก่เวียดนามมาแล้ว เพื่อแลกกับผลประโยชน์ของตัวเอง ครั้งนี้ก็กำลังสมคบคิดจะยกเขาพระวิหารให้แก่ไทยแลกกับผลประโยชน์ก้อนใหญ่ให้ตัวเองอีกเช่นกัน
ยิ่งใกล้ช่วงที่คณะกรรมการมรดกโลกจะพิจารณาเรื่องการขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกมากเท่าใด ชาวกัมพูชาก็ยิ่งพยายามทุกวิถีทางที่จะสร้างความชอบธรรมให้แก่ตัวเองมากเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเขียนบทกลอนพรรณนาว่าเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชาแล้ว วิทยุเสียงอเมริกาภาคภาษากัมพูชาได้สัมภาษณ์นายฌอน เพ็งเซ ผู้อำนวยการคณะกรรมการชายแดนกัมพูชาที่ตั้งอยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ที่ย้ำว่าการขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกโดยไม่จดทะเบียนภูมิทัศน์รอบๆ ถือเป็นความผิดพลาดมหันต์ เพราะเท่ากับละเมิดคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อปี 2505 อีกทั้งยังเท่ากับละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา ซึ่งตามข้อตกลงสันติภาพปารีสปี 2534 ยืนยันว่าเขาพระวิหารอยู่ในเขตแดนกัมพูชา ไม่นับรวมไปถึงการยอมรับตามสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส ปี 2447 และ 2450
หรือล่าสุด องค์การและสมาคมสามัคคีชาวกัมพูชาในต่างประเทศ อันประกอบด้วยกลุ่มองค์กรต่างๆ 12 กลุ่มในสหรัฐ สหภาพยุโรป นิวซีแลนด์และแคนาดา ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการเฉพาะกิจชาวกัมพูชาเพื่อความยุติธรรมและความเที่ยงธรรม ในสหรัฐ สหภาพยุโรปและกัมพูชา, สมาคมชาวกัมพูชาแห่งฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐ, สมาคมชาวพุทธกัมพูชาในควิเบค แคนาดา,สมาคมกงลักชาวกัมพูชา-จีนในโอ๊กแลนด์ นิวซีแลนด์, นายฐานวุทธิ์ ตัน อดีตประธานสมาคมชาวกัมพูชาแห่งแคนาดา, สมาคมวัฒนธรรมกัมโพชแห่งลียง ฝรั่งเศส, วัดพุทธิเขมรกรอมแห่งแคนาดา, วัดสันติวรารามกัมพูชา, วัดธรรมิการามกัมพูชาแห่งมอนทรีออล ควีเบค แคนาดา, กลุ่มชาวอเมริกันเชื้อสายกัมพูชาเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐ, สมาคมชาวกัมพูชาแห่งลองวิว รัฐวอชิงตัน สหรัฐ และกลุ่มพันธมิตรกัมพูชาเสรีแห่งรัฐฟลอริดา สหรัฐ ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงดอกเตอร์คริสตินา คาเมรอน ประธานคณะกรรมการมรดกโลกแห่งยูเนสโก ลงวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ นอกเหนือจากส่งต่อให้นายสก อัน ในฐานะประธานคณะกรรมการมรดกโลกแห่งกัมพูชา และศาลโลกที่เฮก เนเธอร์แลนด์
ประเด็นก็คือเรื่องการเสนอชื่อประสาทพระวิหารให้เป็นมรดกโลก พร้อมกับอ้างอิงคำตัดสินของศาลโลกที่เฮก เมื่อปี 2505 ว่าปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา และจากสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส ปี 2447 และ 2450 ผนวกกับแผนที่ 1 ฉบับที่ระบุว่าปราสาทพระวิหารอยู่ภายใต้อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา
ในจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ได้ใช้ถ้อยคำรุนแรงประณามคนไทยว่าเป็นพวกสุดโต่งและนิยมลัทธิแผ่ขยายอำนาจที่ไม่ใส่ใจกับประวัติศาสตร์ของตัวเอง และต้องการจะขัดขวางหรือเลื่อนการขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่ข้ออ้างเหล่านี้ล้วนไม่มีผลใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมกับย้ำว่าคนไทยไม่ว่าจะเป็นคนใดหรือกลุ่มใดก็ไม่มีสิทธิ์แทรกแซงในอธิปไตย และทรัพย์สินของกัมพูชาซึ่งเป็นประเทศเล็กที่อ่อนแอ แต่ก็ปรารถนาจะอยู่ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสันติ
จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ย้ำว่าเรื่องของปราสาทพระวิหารไม่ใช่เรื่องของคนไทยที่จะยื่นมือเข้าไปเกี่ยวข้องแต่ประการใดทั้งสิ้น ก่อนจะเรียกร้องให้คณะกรรมการมรดกโลกให้ขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเพื่อปกปักและรักษาปราสาทพระวิหารให้เป็นมรดกที่น่ายกย่องแห่งมนุษยชาติ
ขณะที่สื่อแคมโบเดียน อินไซด์ได้เสนอบทความติดต่อกันหลายวันตอบโต้ความเห็นของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย ด้วยการย้ำว่าปัญหาด้านวัฒนธรรมรวมไปถึงอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ถือเป็นความภาคภูมิใจอันใหญ่หลวงของชาวกัมพูชาที่จะถูกล่วงละเมิด เหยียดหยาม แอบอ้าง ฟ้องร้องหรือแม้กระทั่งตีความผิดๆ ไม่ได้เป็นอันขาด และนี่จึงเป็นสาเหตุผลักดันให้เกิดจลาจลต่อต้านไทยและนักลงทุนไทยเมื่อปี 2546 คราวนักแสดงสาวของไทยอ้างว่านครวัดเป็นของไทย
ตกลงจะให้ประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกหรือมรดกเลือดกันแน่
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
กัมพูชาจะไม่ยอมให้ไทยแทรกแซงอธิปไตยและบูณรภาพแห่งดินแดน
ใช่แต่เลือดรักชาติของคนไทยจะพุ่งกระฉูดจากการปลุกกระแสกรณีคณะกรรมการมรดกโลกได้พิจารณาข้อเสนอของกัมพูชาที่จะขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก เลือดรักชาติ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
