แซงหน้าซีซั่นก่อนค่อนข้างแน่นอนแล้ว เพราะตัวเลขนับเฉพาะที่เซ็นสัญญาว่าจ้างอย่างเป็นทางการ พุ่งไปถึง 150 ล้านปอนด์ (9,750 ล้านบาท) เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ยังไม่รวมพวกเซ็นสัญญาล่วงหน้า ตกลงซื้อขายแล้วแต่ยังไม่ได้เซ็นสัญญา หรือกำลังจะเซ็นสัญญาในเร็วๆ นี้สำหรับแชมป์มือเติบล่าสุด ตกเป็นของสองทีมในกรุงลอนดอน ได้แก่ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ แชมป์ถ้วยคาร์ลิ่ง คัพ ซึ่ง ฆวนเด้ รามอส ผู้จัดการทีมชาวสแปนิช ใช้เงินซื้อ 5 ผู้เล่นหน้าใหม่ไปแล้วรวมกัน 29.9 ล้านปอนด์ (1,944 ล้านบาท) ส่วนอีกทีมคือ เชลซี ทริปเปิลรองแชมป์พรีเมียร์ลีก, คาร์ลิ่ง คัพ-สโมสรยุโรป ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี กุนซือคนใหม่ ใช้เงินไปแล้วถึง 24.2 ล้านปอนด์ (1,573 ล้านบาท) สำหรับการนำเข้า เดโก้ เพลย์เมกเกอร์ กับ ชูเซ่ โบซิงวา แบ็กขวา สองนักเตะทีมชาติโปรตุเกส ที่เป็นลูกทีมของ บิ๊กฟิล มาก่อน
อย่างไรก็ตาม พรีเมียร์ลีกกำลังจะกลายเป็นนักเตะส่งออกที่ทำกำไรมากที่สุดลีกหนึ่งของโลก หาก แมนฯ ยูไนเต็ด ดับเบิลแชมป์พรีเมียร์ลีก-ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ยอมขาย คริสเตียโน โรนัลโด้ ปีกทีมชาติโปรตุเกส ให้ รีล มาดริด แชมป์สแปนิช ลาลีกา ด้วยค่าตัวมูลค่ารวม 75 ล้านปอนด์ (4,875 ล้านบาท) หรือ สิงโตน้ำเงินคราม ที่อาจยอมปล่อย แฟรงค์ แลมพาร์ด กองกลางทีมชาติอังกฤษไปให้ อินเตอร์ มิลาน แชมป์กัลโช่ ซีรีส์ เอ อิตาลี ด้วยค่าตัว 9 ล้านปอนด์ (585 ล้านบาท) และอาจทำกำไรจาก ดิดิเยร์ ดร็อกบา หัวหอกทีมชาติไอวอรี โคสต์ ได้ถึง 22 ล้านปอนด์ (1,430 ล้านบาท) เช่นเดียวกับ อาร์เซนอล อีกหนึ่งทีมในกลุ่ม บิ๊กโฟร์ ที่กำลังจะปล่อยตัว เอมมานูเอล อเดบายอร์ ดาวยิงทีมชาติโตโก ไปให้ เอซี มิลาน ด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์
หลังบ้าน ตร.ไทยกับภารกิจส่งกำลังบำรุง !
ตามไปดูภารกิจหลังบ้านตำรวจ ในฐานะกองส่งกำลังบำรุง และการทำงานสาธารณประโยชน์ เพื่อน้องๆ เด็กนักเรียนในจังหวัดห่างไกล กับโครงการปันจักรยานให้น้อง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
