หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า เลิฟ มี เลิฟ มาย ด๊อก มาเนิ่นนาน แต่สำหรับ ลินา ภัคศรณ์ ลีนุตพงษ์ คงต้องใช้คำว่า เลิฟ มี เลิฟ มาย พุสซี่ แทน เพราะเธอชื่นชอบการเลี้ยงเจ้าเหมียวเอามากๆจนตอนนี้มี 3 ตัวแล้ว จึงกลายเป็นลูกสาวสุดรักของเธอกับแฟนหนุ่ม บี พีระพัฒน์ เถรว่อง นักร้องนำวงเครสเซนโด ไปโดยปริยาย เพราะรักและทะนุถนอมแมวมากขนาดนี้ วันว่างของเธอทั้งหมดจึงทุ่มเทให้เจ้าเหมียว ด้วยการปรนนิบัติพัดวีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายหาง และทุกครั้งที่เจ้าเหมียวทั้งสามตัวถึงเวลาทำความสะอาด ลินาก็ไม่เคยลืมหนีบแฟนหนุ่มไปด้วยทุกครั้ง
และแล้วก็ถึงเวลาที่ลูกสาวทั้งสามตัวของลินาและบี ต้องมาทำความสะอาดขนกันสักที เธอจึงนัดเราไปที่ร้าน บีเลิฟอิด เพ็ทส์ ซึ่งลินากับบีแอบกระซิบมาว่า จะลงมืออาบน้ำและทำความสะอาดขนเจ้าเหมียวแสนรักด้วยตัวเองเลยล่ะ
ถึงเวลานัดบีและลินาก็หอบหิ้วตะกร้าใส่เจ้าเหมียวสีชมพูน่ารักมา 3 ใบ ลินาไม่รอช้ารีบเปิดตะกร้าโชว์แมวของเธอทันที พร้อมกับคุยว่า เอมิลี่และเอลล่า เป็นพันธุ์เปอร์เซียอายุ 2 ปี ส่วนจิงกาเบลเป็นพันธุ์เปอร์เซีย หิมาลายัน ช็อกพอยต์ อายุ 7 ปี ซึ่งจิงกาเบลเคยนำไปแข่งขัน พร้อมกับคว้ารางวัลความสวยที่ 2 มาครองซะด้วย
ลินาชอบแมว เพราะเขาไม่มีกลิ่น สะอาด เพราะเขาจะทำความสะอาดขนเขาทุกวัน แล้วลินาอยู่คอนโดแมวจะไม่มีเสียงเห่าเหมือนสุนัข ลินาติดพวกเขามาก เวลาจะไปไหนกันทีต้องพาไปเป็นแพ็คเกจ แล้วแต่ละตัวเขาก็จะชิงดีชิงเด่นกันมากๆ ลินา กล่าว
ถึงตอนนี้บีก็หันมาเสริมว่า อย่างจิงกาเบลเขาจะอายุมากสุด จะค่อนข้างเรียกร้องความสนใจเป็นพิเศษ บี เล่าให้ฟังว่า เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง เขานั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา จิงกาเบลก็มาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ ถ้าเขาไม่สนใจจิงกาเบลก็จะขึ้นมานอนที่หน้าอก แล้วจะนอนมองหน้า จนกว่าเขาจะเอามือมาลูบจิงกาเบลจึงจะพอใจ
ส่วนเอมิลี่จะติดผมมาก ถ้าเกิดเขานั่งอยู่แล้วผมเดินผ่านไม่สนใจ เขาก็จะร้องเรียกอยู่แบบนั้น จนกว่าผมจะไปจับไปลูบไปเกามันจนพอใจ แต่เอลล่าจะเป็นแมวขี้งอนมาก ตอนที่ลินาซื้อเอมิลี่มาแรกๆ เอลล่าร้องไห้เลย เหมือนเจ็บปวดที่เราเอาเอมิลี่มาเลี้ยง ต้องกอดเขาเหมือนเด็กๆ เลย บางทีเขาก็สะบัดหน้าหนีเหมือนนักแสดงในละครเลย (หัวเราะ) ช่วงนั้นเขางอนผมอยู่ประมาณ 2 เดือน ไม่มองหน้าผม ไม่ยอมให้ผมจับ พอจับได้เขาก็หันหน้าหนีไปเลย บีเล่าพฤติกรรมของเจ้าเหมียวสุดรักอย่างอารมณ์ดี
ลินา ฟังบีเล่าถึงอาการติดเจ้าของ เลยอดไม่ได้ที่จะเสริมว่า บี เป็นคนซื้อเอลล่ามาให้ แต่เอลล่าจะติดเธอมากกว่า ส่วนเอมิลี่ที่ ลินา เป็นคนซื้อจะติด บี มากๆ วันไหนที่ บี ติดงานมาหาเอมิลี่ไม่ได้ เขาจะไปนั่งเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้อง พวกเขามีชีวิตจิตใจมีความรู้สึกเหมือนคน เพียงแต่เขาพูดไม่ได้เท่านั้นเอง เมื่อก่อนลินากับพี่บีก็เลี้ยงสุนัข แต่พอมีโอกาสได้มาใกล้ชิดกับแมว เลยกลายเป็นรักแมวไปเลย ลินา กล่าว
คุยกันมาได้พักใหญ่เจ้าหน้าที่ของร้านก็มาตามให้ลินาและบีนำแมวขึ้นไปอาบน้ำ ทั้งสองคนช่วยกันหอบหิ้วตะกร้าแมวสุดรักขึ้นไปข้างบนทันที เพราะมีเครื่องเป่าขนเพียงเครื่องเดียว จึงต้องอาบน้ำทีละตัว และเอลล่าก็แจ็คพอตได้อาบเป็นตัวแรก
ขณะอาบน้ำให้เอลล่า บี หันมาคุยว่าปกติเวลาอยู่บ้านก็จะแปรงขน เช็ดขี้ตาให้ปกติ แต่อาบน้ำไม่ค่อยได้ทำให้สักเท่าไร เนื่องจากแมวไม่ชอบน้ำ กอปรกับแมวเปอร์เซียมีขนเยอะ ทำให้เวลาอาบน้ำแล้วแห้งยาก ต้องใช้ไดร์เป่านานกว่าขนจะแห้ง 3 ตัวเสียเวลาไปเกือบวันเลยทีเดียว เขาและแฟนสาวจึงตัดสินใจว่า หากนำแมวมาทำความสะอาดที่ร้านน่าจะสะอาดกว่าเขาทำเป็นไหนๆ
จริงๆ แล้วสัตว์เลี้ยงก็ควรอาบน้ำให้เขาอาทิตย์ละครั้ง หรือไม่ก็ 2 อาทิตย์ครั้ง ปกติแมวจะเป็นสัตว์ที่หวงตัว ไม่อยากให้ใครมาจับ ไม่กล้าสบตาคน แต่ 3 ตัวนี้เหมือนชอบโชว์ตัว กล้าที่จะสบตาคน ยิ่งเอมิลี่นี่ชอบถ่ายรูปมาก เวลาบอกให้มองกล้องเขาจะโพสท่าของเขา เวลาผมมองหน้าพวกเขาก็อารมณ์ดีแล้ว เห็นหน้าแล้วก็ตลกๆ ดี คลายเครียดไปในตัว บี กล่าวพร้อมยิ้ม
แม้ทุกครั้งที่ทั้งสองคนจะไปทำงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ จะมีการบอกกล่าวเจ้าเหมียวสุดรักไว้ก่อนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่วายที่แมวจะแสดงอาการเศร้าซึมหรืองอนเจ้าของออกมาให้เห็น
พอเลี้ยงพวกเขา เราก็ผูกพัน ไม่อยากให้เขาเป็นอะไร ถ้าวันหนึ่งที่เขาต้องจากเราไป ลินาคงทำใจไม่ได้ อย่างตอนที่การ์ฟิลด์เสียไปก็เศร้ามาก ทุกวันนี้ลินายังร้องไห้อยู่เลย แต่เวลาอยู่กับพวกเขาก็ทำให้ลินาหายเครียด คลายเหงาให้ลินาได้เหมือนกัน ยิ่งลินาเป็นนักแต่งเพลงด้วย บางครั้งเนื้อเพลงก็ได้แรงบันดาลใจมาจากพวกเขาด้วยเหมือนกัน อย่างตอนที่ลินาเห็นเขานอนอย่างอบอุ่น ก็หยิบเอามาเขียนเป็นท่อนๆ หนึ่งของเพลง หรือตอนที่การ์ฟิลด์เสียก็เอามาเขียนเป็นเพลง ยังอยู่ ให้ค่ายโซนี่ ซึ่งเพลงนี้เป็นหนึ่งในเพลงของบิ๊กบราเธอร์ด้วย ลินา เล่าแรงบันดาลใจในการเขียนเพลงของเธอ
ก่อนที่ทั้งคู่จะจับจิงกาเบลไปอาบน้ำ บีก็หันมาคุยกับเราว่า แมว 1 ตัวต้องการเจ้าของเพียงคนเดียว อย่างเอมิลี่จะยึดบีเป็นเจ้าของ ส่วนเอลล่าก็จะยึดว่าลินาเป็นเจ้าของ แต่จิงกาเบลแล้วเป็นแมวที่ไม่เรื่องมาก ทั้งสองคนจะให้ความรักกับมันอย่างเต็มที่
ลินาอยากจะให้คิดสักนิดหนึ่งก่อนตัดสินใจเลี้ยงพวกเขา ยิ่งเมื่อสัตว์มีลูกเราก็ต้องพร้อมที่จะรับผิดชอบ แล้วสัตว์พวกนี้เขาอายุยืน ไม่ใช่ผีเสื้อที่แค่ 7 วันก็ตาย อย่างลูกหมาลูกแมวเกิดใหม่ๆ มันก็น่ารัก น่ากอด พอมันโตขึ้นไม่น่ารัก น่ากอดเหมือนเก่า เราก็ทิ้งขวางเขา เขาก็เสียใจ เป็นบาปอีกต่างหาก เวลาไปทำบุญที่วัดเห็นพวกเขาถูกนำมาปล่อยทิ้งๆ ขว้างๆ ก็รู้สึกเศร้า ถ้าเลี้ยงเขาแล้วไม่อยากให้เขามีลูกก็เอาไปทำหมัน เขาก็ไม่เป็นปัญหาแล้ว ลินา ให้คำแนะนำก่อนจากลา
ใครที่คิดจะมีสัตว์เลี้ยง ถ้าไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบ ก็อย่าเอามาเลี้ยงให้เป็นบาปติดตัวเราดีกว่านะคะ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
