ชมรมผู้สูงอายุอำเภอแม่วาง ที่บ้านกาด เป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งมีการรวมตัวของผู้สูงอายุใน อ.แม่วาง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเพิ่งเปิดอาคารสำนักงานหลังใหม่ไปเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ตั้งอยู่ติดกับโรงเรียนบ้านกาดวิทยาคมที่แห่งนี้มีผู้สูงอายุและเด็กๆ มาทำกิจกรรมร่วมกันจำนวนมาก ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นผลงานที่ทำมาจากภูมิปัญญาผู้เฒ่าชราที่ถ่ายทอดวิชาสู่เด็กน้อย ในโครงการ อุ้ยสอนหลาน สืบสานภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นแม่วาง
คำว่า อุ้ย หรือ อุ๊ย หลายคนคงคุ้นเคยจากบทเพลงอุ๊ยคำ ของจรัล มโนเพ็ชร และเพลงอุ๊ย ของศิลปินเด็กนกแล ที่เป็นคำเรียกรวม ทั้งปู่ ย่า ตา ยาย หรือผู้เฒ่าผู้แก่ทางภาคเหนือ
นางประทุม ปิยะพันธ์โอภาส ประธานชมรมผู้สูงอายุอำเภอแม่วาง บอกเล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของโครงการนี้ว่า ชุมชนแม่วาง จ.เชียงใหม่ มีทั้งหมด 5 ตำบล 58 หมู่บ้าน จำนวนประชากร 31,296 คน มี 4 ตำบลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบเชิงดอย มีทั้งคนเมือง คนไทยใหญ่ และ 1 ตำบลตั้งอยู่ในพื้นที่บนดอยซึ่งมีชาวปะกาเกอะญอ หรือกะเหรี่ยง และม้ง อาศัยอยู่ ผู้เฒ่าผู้แก่ที่รวมตัวกันเป็นชมรมผู้สูงอายุ อำเภอแม่วาง เมื่อปี 2535 ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 5 พันคน เห็นว่าเด็กเยาวชนลูกหลานขาดการสืบทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาของท้องถิ่นจากคนเฒ่าคนแก่หรือผู้รู้ในชุมชน จึงเกิดความคิดในการถ่ายทอดความรู้แก่บุตรหลาน ซึ่งอาคารสำนักงานหลังใหม่แห่งนี้จะใช้ในการเตรียมงานที่จะออกแสดงตามสถานที่ต่างๆ ทั้งฝึกฟ้อนรำ ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเจิง เป็นต้น
สำหรับการก่อตั้งเริ่มต้นในปี 2539 พ่ออุ้ยใจคำ ตาปัญโญ เป็นผู้หนึ่งที่ริเริ่มดำเนินการโครงการอุ้ยสอนหลาน โดยประสานความร่วมมือกับท่านเจ้าคุณพระญาณสมโภช วัดดอยสัพพัญญู ดำเนินการสอนดนตรีพื้นบ้าน สะล้อ ซอ ซึง เรื่อยมาจนถึงเรื่องหัตถกรรมต่างๆ ทั้งการทอผ้า ปักผ้า การทำผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว การทำร่ม ศาสตร์นวดและสมุนไพร การเกษตร และการแปรรูปผลผลิตพื้นบ้าน รวมไปถึงการดูแลรักษาจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม การจัดการป่าชุมชน การจัดการเหมืองฝาย อาหารและขนมพื้นเมือง การตำข้าวก้อง ตัดช่อ ตัดตุงและแป๋งเตียน ประเพณีพิธีกรรมทางศาสนาและความเชื่อในรอบปี การทำบายศรี สวยดอกและขันดอก
บางครั้งมีการพานักเรียนไปเรียนรู้ที่บ้านผู้รู้ เช่น เรียนรู้การจักสานที่บ้านพ่ออุ้ยใจคำ เรียนรู้การทำร่มที่บ้านพ่ออุ้ยปั๋นบ้านดอนเปา เรียนรู้สมุนไพรพืชผักพื้นบ้านที่บ้านพ่อน้อยบูรณ์ บ้านใหม่สวรรค์ เรียนรู้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติป่าชุมชน กับพ่อหลวงจอนิที่บ้านหนองเต่า
การสอนนั้นแบ่งเป็น 2 รูปแบบ รูปแบบแรก เปิดสอนทุกวัน โดยวันจันทร์ หลักสูตรการทำร่ม จักสาน เครื่องใช้สอยในครัวเรือน ของเล่นเด็ก วันอังคาร สมุนไพร พืชผักผลไม้พื้นบ้าน วันพุธ หลักสูตรอิดฝ้าย ปั่นฝ้าย ย้อมสีธรรมชาติ ทอผ้า ปักผ้า วันพฤหัสบดี สอนการทำกิ๋นอ้อผะญ๋า ตัดช่อ ตัดตุง แป๋งเตียน ตัวหนังสือเมืองและพิธีกรรม วันศุกร์ หลักสูตรตีมีด ฟ้อนดาบ ตบมะผาบ รำไม้ วันเสาร์ ดนตรีพื้นเมือง ของเล่นเด็ก และวันอาทิตย์ หลักสูตรดนตรีพื้นเมือง ของกิ๋นพื้นเมือง ซึ่งใช้บ้านอุ้ยใจคำ ตาปัญญา เป็นสถานที่จัดสอน
รูปแบบที่สอง เป็นการประสานงานให้ครูภูมิปัญญาที่เข้าร่วมโครงการไปสอนเด็กนักเรียนในโรงเรียนที่มีความต้องการ โรงเรียนใดที่ต้องการร่วมอนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นติดต่อไปได้ที่ศูนย์ประสานงานโครงการบ้านพ่ออุ้ยใจคำ ตาปัญโญ เลขที่ 227 หมู่ 3 บ้านกิ่วแลป่าเป้า ต.บ้านกาด อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ (บริเวณสามแยกโก้งกิ่วแล) โทร. 0-5348-9228 และทุกวันพุธ บริเวณข่วงบ้านพ่ออุ้ยใจคำมีตลาดนัดเพื่อสุขภาพ จำหน่ายพืชผักผลไม้พื้นบ้านปลอดสารพิษ อาหารพื้นเมือง เครื่องใช้ไม้สอย รวมทั้งหัตถกรรมพื้นบ้านจากชาวบ้าน มาจัดจำหน่าย ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น.
อุ้ยปี๋ นายปี๋ สุวรรณ วัย 73 ปี ซึ่งไปไหนมาไหนจะมีแฟ้มเอกสารผลงานของตนเอง คือการตีมีด ตีดาบ เครื่องจักสานไม้ไผ่ และแกะสลักกะลามะพร้าว ภาพถ่ายผลงานที่สวยงามชวนให้หลายคนอยากเปิดแฟ้มอุ้ยปี๋ หน้าปกแฟ้มเขียนไว้ว่า อยากถ่ายทอดไว้กับลูกหลาน เพราะหากสิ้นบุญไปแล้วมันจะสูญหายไปหมด
อุ้ยปี๋บอกว่า ทุกวันนี้ลูกศิษย์ยังน้อยอยู่ เพราะเด็กที่สนใจเข้ามาศึกษาหาความรู้เรื่องตีเหล็กและงานฝีมือต่างๆ ยังไม่มากเท่าที่ควร เพราะบางคนไปทำงาน ไปเรียนโรงเรียนในเมือง อย่างไรก็ตามยังมีบุตรหลานจำนวนหนึ่งที่สนใจ โดยเฉพาะเด็กที่กำลังเรียนอยู่ในหมู่บ้าน นักเรียนระดับประถมและมัธยมต้น จากที่เข้าไปให้ความรู้ที่โรงเรียนบางคนสนใจตามมาเรียนถึงที่บ้านก็มี
ส่วนอุ้ยต๋า นางต๋า ศรีวรรณ อายุ 72 ปี ชาวบ้านน้ำต้น เล่าว่า ที่บ้านทำน้ำต้น (คนโทโบราณของล้านนา) มานานหลายสิบปี เด็กสนใจศึกษาเรียนรู้ การเล่นดินเหนียวแล้วปั้นเป็นรูปสัตว์หรือเครื่องใช้ต่างๆ เช่นกระถางหรือจาน สร้างความสนุกสนานให้กับเด็กไปด้วย ถึงจะไม่สวยงามก็ยังดูน่ารักและจำหน่ายได้ ทุกวันนี้บ้านน้ำต้นมีชื่อเสียงในงานเครื่องปั้นดินเผาจนกลายเป็นสินค้าโอท็อป
ขณะที่อุ้ยแดง หรือครูแดง อิ๊นต๊ะวงศ์ อายุ 73 ปี ชาวบ้านท่าโป่ง ศิลปินครูเพลงชื่อดังของเชียงใหม่ ผู้ทำเครื่องเล่นดนตรีไทยทุกอย่าง บอกว่า มีความสุขกับการเล่นดนตรีไทย และชอบเล่นดนตรีไทยทุกอย่าง ที่ชอบที่สุดคือระนาดเอก เสียงดนตรีทำให้มีความสุข จากที่เล่นดนตรีมาทั้งชีวิตพอแก่ตัวยังมีโอกาสได้ทำเครื่องเล่นดนตรีไทยให้กับลูกศิษย์ลูกหา และมีโอกาสเดินทางไปสอนลูกศิษย์คือนักเรียนนักศึกษาตามสถาบันต่างๆ ที่สำคัญการเข้ามาอยู่ชมรมผู้สูงอายุแล้วมีเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันหลากหลายอาชีพ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กันทำให้ชีวิตมีคุณค่า ยิ่งเห็นลูกศิษย์ที่มีจำนวนมากขึ้นยิ่งทำให้มีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป ครูแดงกล่าวด้วยความภูมิใจ
เป็นความภูมิใจของอุ้ยที่ยังรอหลานๆ เข้าไปเยี่ยมเยือนและสืบทอดวิถีล้านนาให้คงอยู่ตลอดไป
หน้า 35
ข้อมูลจาก ข่าวสด
