ผู้สมัคร 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีเวลาน้อยกว่า 2 เท่าช่วงนี้เหตุการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เบาบางกว่าปกติมาก เหตุรุนแรงไม่ค่อยมีหรือมีบ้างประปรายแต่ไม่ค่อยเป็นข่าว เนื่องจากข่าวเลือกตั้งและสถานการณ์การเมืองกลบหมด
การหาเสียงของผมลำบากมาก เพราะเวลาที่กกต.ให้น้อยมากเหลือเกิน การลงพื้นที่จึงมีเวลาจำกัด
โดยเฉพาะการพบปะชาวบ้าน ช่วงเช้าต้องไปกรีดยาง เที่ยงถึงบ่ายจึงจะกลับมาเจอกันได้ แต่พอ 5-6 โมงเย็นเราต้องรีบออกจากพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง และบางพื้นที่มีเคอร์ฟิว อยู่ได้ไม่เกิน 2 ทุ่มก็ต้องรีบออกแล้ว
ตรงนี้ทำให้อึดอัด และทำให้ผู้สมัครใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีเวลาน้อยกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับผู้สมัครอื่นๆ ทั่วประเทศ ตรงนี้เป็นจุดเสียเปรียบเหมือนกัน
ในพื้นที่ของผมความได้เปรียบเสียเปรียบเรื่องชื่อพรรคไม่ค่อยมี เพราะชาวบ้านมองตัวบุคคลมากกว่า ผมพูดได้เต็มปากว่าชาวบ้านต้องการส.ส.ที่เข้ามาทำงานร่วมทุกข์ร่วมสุขได้
ส่วนชื่อพรรคนั้นเป็นรองแต่ไม่ใช่ไม่สำคัญ พรรคชาติไทยทำผลงานเด่นๆ หลายอย่างให้กับพื้นที่ในจ.นราธิวาส แม้ว่าผมจะเป็นส.ส.มาแค่ปีเดียว
สำหรับคู่แข่งสำคัญอย่างกลุ่มวาดะห์นั้น ผมเชื่อว่าตอนนี้ถึงยุคเปลี่ยนแล้ว ประชาชนอยากเห็นการนำเสนอใหม่ๆ ไม่อยากเห็นแบบยุคเก่าที่จะมัวมาด่า สาดโคลน ทะเลาะกัน อย่างนั้นชาวบ้านไม่เอาแล้ว ใครจะอยู่ได้วันนี้จะต้องแสดงผลงาน
เมื่อก่อนจะมีเพียง 2 พรรคที่เป็นคู่แข่ง แต่ถึงวันนี้พรรคชาติไทยนำเสนอผลงานให้มากขึ้นเพื่อเป็นตัวสอดแทรกเป็นพรรคที่ 3
ถึงเวลานี้ผมมีความมั่นใจ เชื่อมั่นในผลงานที่ทำงานกับนายบรรหาร ศิลปอาชา และพรรคชาติไทย
หน้า 6
ข้อมูลจาก ข่าวสด
