สมเกียรติ แถลงเตรียมนำทีมกฎหมาย ปชป. โร่ฟ้องศาลอาญาบ่ายนี้ เอาผิด การุณ อีกกระทง ฐานพูดหมิ่นฯออกวิทยุ เผยโดนกล่าวหาเป็นคนปลุกปั่นระดมฆ่า แถมว่ามาจากรัฐประหารล้มล้าง ปชต. รับแขยงพึ่งตำรวจแล้ว เหตุโผย้ายบิ๊กสีกากีล่าสุดส่อเอื้อพวกพ้องวันนี้ (23 เม.ย.) เมื่อเวลา11.30 น.ที่รัฐสภา
นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์
ส.ส.สัดส่วน
พรรคประชาธิปัตย์
และนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา
พรรคประชาธิปัตย์
ในฐานะทนายความส่วนตัว ร่วมกันแถลงความคืบหน้าในการดำเนินการกรณีที่นายสมเกียรติ ถูก
นายการุณ โหสกุล
ส.ส.กทม.
พรรคพลังประชาชน
ถีบที่สภาเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา
นายสมเกียรติ
กล่าวว่า ขณะนี้มีการดำเนินการแล้ว 2 ส่วนคือ 1.คณะกรรมการประมวลจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร ที่มีพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา คนที่ 2 เป็นประธาน ซึ่งกำลังสอบสวนอยู่ 2.การดำเนินคดีทำร้ายร่างกายและดูหมิ่น ซึ่งมีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน โดยตำรวจ สน.ดุสิต ดำเนินการอยู่ และในวันนี้ เวลา 14.00น. ตนและฝ่ายกฎหมายของพรรค จะไปฟ้องศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อดำเนินคดีกับนายการุณ ข้อหาหมิ่นประมาทด้วย เนื่องจากนายการุณ ไปออกรายการทีวีและวิทยุช่องหนึ่ง และให้สัมภาษณ์มีข้อความทำให้เสื่อมเสีย ซึ่งฝ่ายกฎหมายได้ตรวจสอบเทปบันทึกภาพและเสียงแล้ว จำเป็นต้องดำเนินคดีโดยตรง เพื่อให้สภาเป็นสภาผู้ทรงเกียรติ และจะไม่ยอมให้อันธพาลมีอิทธิพลเหนือสภา
ผมเป็นนักเคลื่อนไหวประชาธิปไตยไม่ยอมรับอันธพาลการเมืองที่จะมาแทรกแซงควบคุมการทำงานของสภา ทั้งนี้บุคคลนี้เป็นผลผลิตของพรรคหนึ่ง ซึ่งทำผิดกฎหมายมา และเป็นมรดกตกทอด ซึ่งยอมไม่ได้ที่จะให้มาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ เรื่องนี้ต้องไปสู่กระบวนการยุติธรรมคือศาล และจะไม่ยอมให้มีการขอโทษ แม้จะมีผู้ใหญ่ทางวิปรัฐบาลพยายามประสานมาก็ตามนายสมเกียรติ กล่าวและว่าการสอบสวนของคณะกรรมการประมวลจริยธรรมของสภา ที่กำหนดไว้ 30วัน ขณะนี้ผ่านมา 21 วันแล้วขอให้ประธานเร่งรัดการสอบสวนด้วย เพราะคดีนี้ประชาชนสนใจ มีพยานรู้เห็นมาก เมื่อผลสรุปออกมา แม้จะไม่มีบทลงโทษทางกฎหมาย แต่สภาสามารถประนามต่อสาธารณะได้ ส่วนจะเชื่อหรือไม่เชื่อขึ้นกับสาธารณะ ส่วนในทางกฎหมายก็ต้องดำเนินการไป
ด้านนายวิรัตน์ กล่าวว่า วันที่ 3 เม.ย. เวลา 6 โมงเศษ
นายการุณ
ให้สัมภาษณ์ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 90.5 เมกะเฮิร์ต ข้อความว่า ผมไม่ควรค่าไปแลกกับไอ้คนชื่อ
สมเกียรติ
ไอ้นั่นมันพวกปลุกปั่นระดมฆ่า แต่ผมเป็นเพชรที่ต้องเข้ามาทำงานให้ประชาชน และข้อความว่า แหล่งที่มาของผมนี่นะมาจากพี่น้องประชาชนให้การสนับสนุนผมมา ตั้งใจให้มาทำหน้าที่ในสภา เพื่อที่จะดูแลทุกข์สุขและปากท้องของประชาชน แต่แหล่งที่มาของคุณสมเกียรติ นั้น มาจากการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วก็ได้รางวัลจากพรรคประชาธิปัตย์ให้มาลงในบัญชีรายชื่อในการเข้าทำงานในสภา ซึ่งข้อความดังกล่าวเป็นการใส่ความใส่ร้ายอย่างร้ายแรง ดังนั้นต้องไปฟ้องร้องดำเนินดคี เพราะข้อความดังกล่าวทำให้
นายสมเกียรติ
ที่เป็นส.ส.ของพรรคและเป็นอาจารย์ ซึ่งเป็นที่รู้จักนับหน้าถือตาของคนในสังคม เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นได้รับความเสียหาย ส่วนกระบวนการดำเนินคดีของตำรวจ แม้พรรคจะมั่นใจในกระบวนการสอบสวน ของระดับผู้กำกับ แต่ไม่มั่นใจในระดับสูงขึ้นไป เพราะดูจากโผโยกย้ายตำรวจที่เพิ่งผ่านพ้นไปก็รู้กันอยู่ว่าโยกย้ายเพื่อใคร.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
