อภิสิทธิ์ แนะ สมัคร ถอนญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญออกมา ทุกอย่างก็จบ ด้านเลขา กฤษฎีกา ชงครม.ชี้ ขาดแนวทางประชามติ ย้ำ กฎหมายประชามติ 41 ใช้ไม่ได้ เผย ให้กกต.ดำเนินการ กระทบน้อยสุด(27พ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของเครือข่ายพันธมิตรฯ ในการต่อต้านการแก้ไขรธน.ว่า อยากให้ทุกฝ่ายได้ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายและตามรัฐธรรมนูญ และเคารพซึ่งกันและกัน ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง การเสนอแนวคิด ทำประชามติ การแก้ไข รธน.ของสมัคร สุนทรเวช นายกฯ ไม่ได้ทำให้ปัญหายุติลงได้
ดังนั้นอยากให้นายสมัคร ได้ใช้ความเป็นผู้นำและหัวหน้าพรรคพปช.ในการขอร้องให้สมาชิกที่เข้าชื่อยื่นญัตติแก้รธน. เพื่อให้ถอนญัติ ดังกล่าวออกมาทุกอย่างก็จบ และอยากให้เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย โดยมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมารับฟัง และแก้ปัญหา ให้เกิดความรอบคอบ การทุ่มงบประมาณ 2000 ล้าน ไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้นรัฐบาลควรสนใจ เรื่องปากท้องประชาชน เรื่องเศรษฐกิจ และพลังงาน มากกว่า เพราะไม่อยากให้สังคมเกิดการปะทะกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.00น.ที่ทำเนียบรัฐบาล คุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงการทำประชามติว่า การพิจารณาเรื่องนี้ ครม.จะเป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งในแต่ละแนวทางมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน
เมื่อถามว่ากฎหมายเกี่ยวกับการทำประชามติเมื่อปี 2541 ยังมีผลบังคับใช้ได้หรือไม่ คุณพรทิพย์ กล่าวว่า เท่าที่ดูไม่น่าใช้ได้ เพราะเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญปี 2540 ก็น่าจะหมดไปพร้อมกับรัฐธรรมนูญ แต่ยังมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันอยู่ อย่างไรก็ตามประเด็นที่ว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจะหมดไปพร้อมกับรัฐธรรมนุญหรือไม่ ก็ยังมีความเห็นที่ต่างกัน เพราะเป็นเรื่องใหม่ของประเทศ ซึ่งนักกฎ หมายหลายคนบอกว่าสิ้นผลบังคับใช้ไปพร้อมกับรัฐธรรมนูญ มีเพียงบางฉบับที่ยังมีผลบังคับอยู่ เพราะมีประกาศคณะปฏิรูปฯรองรับจึงยังมีผลบังคับใช้อยู่ ทั้งนี้กฎหมายประชามติไม่ได้อยู่ในรายชื่อของประกาศคณะปฏิรูปที่ให้มีผลบังคับต่อไป
เมื่อถามว่ามีข่าวว่า นายกรัฐมนตรีจะใช้อำนาจตามมาตรา 11 ของ พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน ให้นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีแทนการออกกฎหมายประชามติได้หรือไม่ คุณพรทิพย์ กล่าวว่า คำสั่งนายกรัฐมนตรีจะไปมีผลบังคับใช้เช่นเดียวกับกฎหมายไม่ได้ คำสั่งในลักษณะนี้ เป็นในทางบริหารเท่านั้น แต่กรณีนี้จะต้องมีกระบวนการ วิธีการ บทลงโทษผู้กระทำผิด คล้ายกับการลงประชามติครั้งที่แล้ว จึงต้องออกมาเป็นพ.ร.บ. ซึ่งแนวทางที่มีข้อเสียน้อยที่สุดคือดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ โดยให้กกต. เป็นผู้ดำเนินการ แต่ก็เป็นขั้นตอนที่ล่าช้า
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
