(17มิ.ย.) นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เรื่องนี้คณะกรรมการประสานงาน (วิป) รัฐบาลและรัฐบาลได้ดูอย่างละเอียดแล้วว่า การเปิดสภาสมัยวิสามัญต้องพิจารณากฎหมายหลายฉบับ รวมถึงร่าง พรบ.งบบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 ด้วย และท้ายสุดนายกฯบอกว่าไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการเปิดสภาสมัยวิสามัย เพราะความจริงทุกคนรู้ว่าการเปิดสภาเพื่ออะไร ยืนยันว่าการที่รัฐบาลไม่เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้เป็นการหนี แต่มีปัญหาเรื่องของเวลาที่มีจำกัดจริง ๆ อย่างไรก็ตามในส่วนของฝ่ายค้าน และ สว.มีสิทธิที่จะยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกมาตรา 129 มาเตรียมยื่นญัติอภิปรายนั้น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเขียนว่าเขามีสิทธิ์ยื่นต่อประธานสภาฯ และประธานสภาฯก็ยื่นต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามขั้นตอนต้องยื่นกับประธานรัฐสภา แต่ประธานรัฐสภาเป็นคนของพรรคพลังประชาชนจะเกิดความเป็นธรรมหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อเขายื่นมาประธานก็มีหน้าที่ส่งมาให้รัฐบาลพิจารณาไม่ส่งไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิของฝ่ายค้าน
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลไม่ยอมให้เปิดอภิปรายทั่วไปจะส่งผลให้การเมืองนอกสภารุนแรงขึ้นหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดูเฉพาะปัจจัยว่าจะเปิดวิสามัญก็ถามกันตั้งแต่ครั้งแรกว่าเปิดมาเพื่อทำอะไร หลักคือพิจารณางบประมาณ ในอดีตเปิดมาสองสามวันก็ปิด เพียงแต่สมัยนี้ตรงกับที่นายกรัฐมนตรีพูดว่ามีความจำเป็นต้องตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ เขาจึงใช้เวลาช่วงหนึ่งเพื่อพิจารณากฎหมาย ซึ่งตนเข้าใจว่ากฎหมายเหล่านี้มีประมาณ 5 - 6 ฉบับที่ต้องทำหากรัฐบาลไม่ทำในการพิจารณากฎหมายในสมัยประชุมนี้ก็จะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญก็จะถูกถอดถอนกันอีก
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีเคยระบุว่า จะเปิดประชุมสภาฯวันที่ 9 และปิดวันที่ 30 มิ.ย.แต่ตอนนี้เปิด 27 มิ.ย.รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ได้พูดเฉพาะเจาะจงว่าเปิดวันไหนปิดวันไหน ทั้งนี้ในส่วนของสำนักงบกำหนดไว้วันที่ 25-26 มิ.ย. เขาคิดว่าสองวันน่าพิจารณาเสร็จและขณะนี้มีความชัดเจนแล้ว เพราะพระราชกฤษฎีกาได้ประกาศออกมาแล้ว
อยากจะฝากไปถึงฝ่ายค้านว่าการเปิดวิสามัญก็มีข้อจำกัดอย่างนี้ ซึ่งควรที่จะต้องหารือกันว่าเราจะใช้แนวทางใด หากฝ่ายค้านมีมติยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจริงก็คงต้องหารือกับประธานรัฐสภาว่าจะทำอย่างไรและตามข้อบังคับของสภาได้เขียนบัญัติไว้ว่าประธานสภามีหน้าที่ตรวจสอบญัตติภายใน 7 วัน และแจ้งรัฐบาลโดยเร็ว เพื่อที่จะได้หารือในทางปฏิบัติว่าจะต้องทำอย่างไร ทั้งนี้ตนอยากให้ฝ่ายค้านมองว่าการเปิดวิสามัญเพื่อทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อชาติ บ้านเมือง ดังนั้นอยากให้วิเคราะห์กันเองว่าการทำอย่างนี้มีความจำเป็นหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าว
แกะรอย...บึ้มผู้จัดการปมปั่นหัว-มือวางทีมเดียวกัน
3 ปีกับเหตุระเบิดข่มขู่ 3 ครั้ง บริเวณเขตรั้วบ้านพระอาทิตย์ในเครือ นสพ.ผู้จัดการ ผู้บงการมุ่งหวังให้เกิดความแตกแยก ระหว่างรัฐกับกลุ่มพันธมิตร เงื่อนไขที่เน้นให้เกิดความวุ่นวายในสังคม
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
