รัฐชิงออก พ.ร.ฎ.ปิดสภา 28 มิ.ย.ตัดตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ด้าน ปชป.มีมติยื่นญัตติวันนี้ ซักฟอก สมัคร พ่วง 7 รมต. มิ่งขวัญ ปัดข่าวท้อใจเตรียมไขก๊อกเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาในวันที่ 28 มิถุนายนนี้
ส่วน กรณีที่ ส.ว.จำนวน 61 คน ได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารราชการของรัฐบาล และเพื่อให้รัฐบาลได้ชี้แจงประเด็นต่างๆ ในที่ประชุมวุฒิสภา ซึ่งกำหนดให้ ครม.ชี้แจงในวันที่ 23 มิถุนายนนั้น นายกรัฐมนตรีได้รับทราบเรื่องดังกล่าวและมอบหมายให้ส่วนที่เกี่ยวข้องทำหนังสือแจ้งไปทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา โดยมีเนื้อหาว่า เนื่องจาก ครม.ติดภารกิจอยู่ระหว่างการเตรียมการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ จึงไม่พร้อมที่จะไปชี้แจงในญัตติดังกล่าว
รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวในเรื่องนี้ว่า รัฐบาลไม่ได้ขัดข้องในการเปิดอภิปราย แต่เนื่องจากรัฐบาลเพิ่งทำงานได้ 4 เดือน และวันที่ 25-27 มิถุนายน จะมีการประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ต้องแล้วเสร็จภายใน 180 วัน จึงติดขัดในเรื่องเวลา ยืนยันรัฐบาลไม่ได้หนีการอภิปราย เพราะ ครม.พร้อมชี้แจง
วิปรัฐยันไม่เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงการประชุมสมัยวิสามัญว่า ส่วนตัวเห็นว่าการเปิดสมัยวิสามัญครั้งนี้เพื่อเร่งพิจารณากฎหมายตามที่รัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งพิจารณาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษารัฐธรรมนูญ รวมทั้งเรื่องงบประมาณ จึงไม่สามารถจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ตนเชื่อว่าการอภิปรายงบประมาณถือว่าเป็นการเปิดอภิปรายทั่วไปเช่นเดียวกัน เพราะสามารถอภิปรายได้ทุกเรื่อง มากกว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยื่นอภิปรายรัฐมนตรีได้เพียงไม่กี่คน
ทั้งนี้ คาดว่าจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ในวันที่ 25-27 มิถุนายน และปิดสมัยการประชุมในวันที่ 28 มิถุนายน ขอยืนยันว่าเราไม่ได้รีบชิงปิดการประชุม
สะพัด มิ่งขวัญ ท้อเตรียมไขก๊อก
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า แหล่งข่าวผู้ใกล้ชิดนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า นายมิ่งขวัญ อาจจะขอลาออกจากตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ เพื่อเปิดทางให้พรรคพลังประชาชนหาผู้ที่เหมาะสมกว่ามาทำงานแทน เพราะรู้สึกเหนื่อยและท้อกับการทำงาน หลังจากกระแสการเมืองกดดันอย่างหนัก
นอกจากนี้ ยังมีการปล่อยข่าวจากฝ่ายการเมือง โดยบอกว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กำลังเตรียมปรับคณะรัฐมนตรีลอตใหญ่ โดยจะดึงนายโอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้ามารับตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ แทนนายมิ่งขวัญ ซึ่งจะเหลือเพียงเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีเท่านั้น
มิ่งขวัญ ปัดทันควันชี้แค่ลือ
ด้าน นายมิ่งขวัญ กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวลือการลาออก โดยยืนยันว่ายังคงทำงานในตำแหน่งต่อไปและพร้อมที่จะให้เข้ามาตรวจสอบ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการสต็อกข้าว ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าข้าวในสต็อกรัฐหายไป รวมถึงตนยังพอใจเรื่องการรับจำนำข้าวรอบใหม่ ที่ชาวนาได้รับราคา 1.4 หมื่นบาทต่อตัน ถือเป็นราคาที่น่าพอใจ
มติ ปชป.ยื่นซักฟอก หมัก + 7 รมต.
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมแกนนำและ ส.ส.ของพรรคเพื่อพิจารณารายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ในวันที่ 18 มิถุนายน เวลา 10.30 น. พรรคได้มอบหมายให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานวิปฝ่ายค้าน ไปยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยยืนยันว่าสามารถอภิปรายได้ทันในการปิดสมัยประชุมสภาวิสามัญภายในวันที่ 28 มิถุนายน แน่นอน อย่างไรก็ตามการวางตัวผู้อภิปรายนั้นจะไม่เน้นให้มีผู้อภิปรายเยอะ คาดว่าจะมีคนอภิปรายทั้งผู้ที่เป็น ครม.เงา และ ส.ส.ของพรรคประมาณ 1-2 คนต่อรัฐมนตรี 1 คน
ส่วนคณะรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย ได้แก่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในความผิด 9 ข้อหา อาทิ คัดเลือกบุคคลที่ไม่เหมาะสมมาเป็นรัฐมนตรี ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของผู้มีอิทธิพล บกพร่องร้ายแรงในการปล่อยปละให้รัฐมนตรีบริหารราชการตามอำเภอใจ ขาดเอกภาพไร้ทิศทาง ส่วน รัฐมนตรีอีก 7 คน คือ 1.นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และ รมว.การคลัง ในข้อหาไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจทุกด้าน 2.นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในข้อหาการแก้ปัญหาราคาข้าวและการแก้ปัญหาราคาสินค้าแพง 3.นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม และ 4.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.คมนาคม ในข้อหาการเช่ารถโดยสารปรับอากาศเอ็นจีวีของ ขสมก. ที่ส่อทุจริตจำนวน 6,000 ล้านบาท 5.นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรม ในกรณีการบริหารบุคคลที่ผิดพลาดและการใช้ตำแหน่งหน้าที่ทางมิชอบ รวมไปถึงกรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) 6.นายนพดล ปัทมะ รมว.การต่างประเทศ ข้อหาการบริหารงานที่ผิดพลาดบกพร่องภายในกระทรวง รวมไปถึงการนำปราสาทเขาพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก 7. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ข้อหาไร้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ การสั่งตัดสัญญาณเอเอสทีวี
ปชป.อัด หมัก ลืมอดีตเคยยื่นซักฟอก
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ว่า มติที่ประชุมได้หยิบยกการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจขึ้นมาหารือ โดยมีการเสนอข้อมูลเพิ่มเติมให้แก่กรรมการบริหารพรรคที่เป็น ส.ส.และรัฐมนตรี (เงา) นำข้อมูลไปเป็นส่วนหนึ่งของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เชื่อมั่นว่าข้อมูลที่นำเสนอจะทำให้ประชาชนเห็นว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องที่ถูกต้องและเหมาะสม
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าในช่วงการประชุมสมัยวิสามัญไม่มีประเพณีและไม่มีเวลาเพียงพอที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนเห็นว่านายสมัครคงลืมไปแล้วว่า สมัยที่ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2522 สมัยนั้นนายสมัครเป็นฝ่ายค้าน ได้ลงชื่อยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจในการประชุมสภาสมัยวิสามัญ ในวันที่ 10 ตุลาคม 2522 ครั้งนั้นเป็นการประชุมร่วมกัน 2 สภา ตามรัฐธรรมนูญฉบับ 2521 จะเห็นได้ว่าที่นายสมัครบอกว่าไม่มีประเพณีอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยวิสามัญนั้น เป็นเรื่องเท็จทั้งสิ้น
"ขอเรียนท่านนายกฯ ว่าเมื่อวันนี้ท่านไม่ได้เป็นฝ่ายค้าน แต่มาเป็นนายรัฐมนตรี ก็ไม่ควรมีพฤติกรรมได้หน้าแล้วลืมหลัง และควรยึดถือแนวทางที่ถูกต้องในอดีต และสิ่งที่นายกฯ พูดล้วนแล้วแต่เป็นข้ออ้างทั้งนั้น นายองอาจกล่าว
แย้มจับมือ ส.ว.เปิดวิสามัญอีกรอบ
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า เราคงทำไปทีละขั้น ขั้นนี้ก็ทำหน้าที่ของเราโดยการรวบรวมรายชื่อให้ได้จำนวนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ แล้วยื่นเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ส่วนจะทำไปแล้วสำเร็จหรือไม่สำเร็จ และจะดำเนินการอย่างไร ค่อยมาคิดกันใหม่
"คนฝ่ายรัฐบาลยโสโอหังอย่างนี้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติเราก็ทำของเราไป อย่าไปสนใจ เราก็ทำตามกฎเกณฑ์กติกา เรื่องข้างหน้าก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ที่อาจจะร่วมมือกับ ส.ว.ใช้ช่องทางตามมาตรา 129 เพราะ ส.ว.ก็ยื่นเรื่องให้มีการอภิปรายทั่วไป โดยไม่มีการลงมติ เมื่อรัฐบาลปฏิเสธช่องทางนี้ อาจทำให้ ส.ว.ได้เห็นว่าจำเป็นต้องหาช่องทางอื่นในการพูดจาในสภา จะได้รู้ว่ารัฐบาลทำอะไรผิด และไม่ดีไม่ชอบตรงไหน ดังนั้นก็มีโอกาสที่จะร่วมมือกันได้ นายสุเทพกล่าว
เมื่อถามว่าฝ่ายรัฐบาลพยายามจะบอกว่าฝ่ายค้านรู้อยู่แล้วว่ายื่นญัตติไปก็ไม่ได้อภิปราย แต่อยากให้ญัตติคาไว้ จะได้ไม่มีการยุบสภา เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ไม่มีอะไรน่ากลัว คิดว่าคนฝ่ายรัฐบาลกันเอง เอาเรื่องยุบสภามาขู่กันเอง ไม่รู้ว่าก๊วนไหนขู่ก๊วนไหน ตนไม่ได้เกรงกลัวอะไรเลยกับรัฐบาล ยิ่งรัฐบาลทำตัวเน่าอย่างนี้ทุกวัน ยิ่งยุบสภาก็ยิ่งเน่าใหญ่ อย่างไรก็ตามหากมีการยื่นญัตติไปแล้ว ไม่สามารถอภิปรายได้ เนื่องจากปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญไปก่อน ซึ่งจะทำให้ญัตติที่ยื่นต้องตกไปตามข้อบังคับการประชุมสภาฉบับใหม่ เมื่อเป็นเช่นนี้เราก็สามารถยื่นกลับเข้าไปใหม่ได้ทันที เพื่อให้เป็นญัตติค้างไว้ เพราะหากมีใครขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญอีกครั้ง ก็สามารถอภิปรายได้ทันที
ส.ว.ขู่เปิดห้องเล็กอภิปรายรัฐบาล
นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา หนึ่งในกลุ่ม 61 ส.ว.ที่ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายโดยไม่ลงมติตามมาตรา 161 เปิดเผยความคืบหน้าในการเตรียมตัวเปิดอภิปรายทั่วไปว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายนนี้ ได้นัดหารือกับเพื่อน ส.ว.จำนวน 61 คน เพื่อหาแนวทางการดำเนินการหากรัฐบาลไม่มาตอบอภิปรายที่ ส.ว.จะตั้งกระทู้ถาม และในวันนั้นจะมีการแบ่งหน้าที่กันว่าใครจะอภิปรายเรื่องใดบ้าง ซึ่งคร่าวๆ ขณะนี้มีประมาณ 10 ด้าน 10 ปัญหา อาทิ ด้านน้ำมันแพง ราคาข้าวแพง น้ำตาลแพง เรื่องเขาพระวิหาร ด้านสาธารณสุข เรื่องการโยกย้ายข้าราชการไม่เป็นธรรม และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นต้น ในส่วนตนจะขออภิปรายเรื่องสาธารณสุข โดยจะอภิปรายนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข เรื่องการทบทวนการเปิดซีแอลยารักษาโรคใหม่
เมื่อถามว่ารัฐบาลเบี้ยวไม่มาร่วมอภิปรายจะมีแนวทางดำเนินการอย่างไร นายประสารกล่าวว่า ขณะนี้มี 2 แนวทางคร่าวๆ คือ อาจจะให้ประธาน ส.ว.พิจารณาเปิดประชุมอภิปรายฝากถามผ่านสื่อ และอาจจะเปิดห้องเล็กๆ ในรัฐสภาอภิปราย แต่ตามหลักเขาต้องมา ถ้าไม่มาถือว่าไม่ให้ความสำคัญในการทำงานแบบระบบรัฐสภา
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
