นักวิชาการสื่อ-ตัวแทนวิทยุชุมชน สับร่าง พ.ร.บ.คลื่นความถี่ฯ ของรัฐบาล บิดเบือนรัฐธรรมนูญให้อำนาจ ครม.สรรหา กสช. ทั้งที่มีส่วนได้ส่วนเสีย แถมยื่นดาบให้ อปท.ครอบงำ วิทยุชุมชน อีกชั้น เตรียมใช้ ม.57 ฟ้องศาลปกครอง-ศาล รธน.ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ....ที่รัฐบาลกำลังผลักดันอย่างเร่งรีบก่อให้เกิดกระแสต้านเป็นวงกว้างจากพันธมิตรองค์กรสื่อ นักวิชาการ และตัวแทนภาคประชาชน โดยเฉพาะการให้อำนาจคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้สรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสช.) ในขั้นตอนสุดท้ายให้เหลือ 10 คน ซึ่งถูกมองว่า เป็นการ รวบอำนาจ และ แทรกแซงสื่อ อย่างชัดเจนที่สุด
รายการ คม-ชัด-ลึก เมื่อวันอังคารที่ 17 มิถุนายน 2551 ดำเนินรายการโดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ ในตอน พ.ร.บ.ฮุบคลื่นความถี่ เชิญผู้ร่วมรายการที่เป็นตัวแทนนักวิชาการสื่อ และตัวแทนภาคประชาชนมาวิพากษ์ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อเปิดหูเปิดตาประชาชน
โดยมีผู้เข้าร่วมรายการ ได้แก่ รศ.จุมพล รอดคำดี อดีตคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.สุรสิทธิ์ วิทยารัฐ รองประธานสภาสถาบันนักวิชาการสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย นายบุญส่ง จันทร์ส่องรัศมี ตัวแทนสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ และสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ดร.มั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (รมว.ไอซีที)
อดีตคณบดีนิเทศ จุฬาฯ ชี้บิดเบือนเจตนารมณ์ รธน.
@ อาจารย์ได้รับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เมื่อไหร่
ผมเพิ่งเห็นร่างเมื่อวานนี้ (16 มิ.ย.) ตอนเย็น เขาส่งอีเมลมาให้ และก่อนหน้านี้ก็ทราบว่ามีการร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่ไม่ทราบว่าจะมีการนำเข้าสภาพรุ่งนี้ (18 มิ.ย.)
@ก่อนหน้านี้เคยเห็นร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มาก่อนหรือเปล่า
เคยเห็นครั้งหนึ่งตอนวันประชุมร่วมกับสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งจากร่างฉบับนั้นดูแล้วค่อนข้างหละหลวม แต่ฉบับนี้ไม่ทราบว่าได้ร่างไปเพิ่มเติมแค่ไหน
@เห็นร่างฉบับของรัฐบาลครั้งแรกมีความรู้สึกอย่างไร
ผมว่านั่นมันก็แย่แล้ว ความคิดเชิงปฏิรูปสื่อตั้งแต่ปี 2540 มันไม่ใช่แล้ว มันเพี้ยนไปเยอะ โดยเฉพาะที่มาของคณะกรรมการสรรหา กสช. ที่เดิมจะสรรหามาจากกลุ่มวิชาการ วิชาชีพ เอกชน เลือกกันเอง แต่ฉบับนี้ ครม.จะเป็นผู้คัดเลือกให้เหลือ 10 ซึ่งจริงๆ แล้วนี่เป็นองค์กรอิสระนะ แต่องค์กรอิสระที่เลือกโดย ครม.คงจะไม่อิสระ และไม่แน่ใจว่า ครม.จะเลือกคนที่มารักษาผลประโยชน์ประชาชนได้จริงแค่ไหน
@เนื้อหาส่วนไหนที่อาจารย์มองว่าบิดเบือนเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ
ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ สัดส่วนการได้รับจัดสรรคลื่นความถี่จำนวน 20 เปอร์เซ็นต์ ของภาคประชาชนหายไปเฉยๆ เลย และไปดูบทเฉพาะกาลก็ไม่มี แต่ใช้วิธี คือ ใครเคยได้รับจัดสรรมาก่อนก็รับคลื่นไปเลย ซึ่งมองแล้วเป็นการพิทักษ์ผลประโยชน์ให้คนกลุ่มเดิม
นอกจากนี้ยังให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีอำนาจในการเรียกเก็บเงิน และดูแลวิทยุชุมชนที่มีรายได้นอกเหนือจากส่วนที่ไม่แสวงหากำไร ซึ่งเท่ากับว่าวิทยุชุมชนจะไปตกอยู่ใต้อำนาจของการเมืองถิ่น
ส่วนกระบวนการสรรหาคณะกรรมการ กสช.ตามร่างของปี 43 ดีอยู่แล้ว เพราะมีตัวแทนทุกฝ่ายคัดเลือกเข้ามา และแต่งตั้งโดยวุฒิสภา ซึ่งมีคนพิจารณาเป็น 100 คน และน่าจะมีความรอบด้านมากกว่า ครม.ที่มีแค่ 30 กว่าคน และเป็นคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง
สุรสิทธิ์ เตรียมใช้ ม.57 ฟ้องศาลปกครอง-ศาล รธน.
@ได้รับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เมื่อไหร่
ผมก็เพิ่งทราบว่าจะมีการนำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เข้าสภาเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน โดยก่อนหน้านั้นก็ได้ทราบจากการประชุม สศช.เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน และอ่านจาก นสพ.กรุงเทพธุรกิจ มาบ้าง แต่ไม่รู้รายละเอียดเท่าไหร่ และจู่ๆ ก็จะมีการนำเข้าสภา โดยที่พวกเราไม่รู้มาก่อนเลย
ตัวแทนภาคประชาชนไม่มีโอกาสในการรับฟัง และเข้าร่วมการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มาก่อน ซึ่งถือเป็นการตัดโอกาสเสียงของภาคประชาชนนอกสภาไม่ให้มีโอกาสได้พูดถึงกฎหมายฉบับนี้เพื่อปรับปรุงแก้ไข พูดง่ายๆ คือ ไม่ชอบธรรม
@ไม่ชอบธรรมตรงจุดไหนบ้าง
มีสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความขัดกันแห่งหลักกฎหมาย คือ การเปิดช่องให้ กทช.เข้ามามีบทบาท เช่น การกำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะขอขึ้นทะเบียน ซึ่งกำหนดให้ กทช.มีอำนาจพิจารณา
ส่วนใน ม.45 ก็กำหนดให้วิทยุชมชนสามารถหากำไรได้ และให้อำนาจ อปท.มาตรวจสอบดูแล ซึ่งเท่ากับเป็นการนำเอาการเมืองเข้ามาพัวพัน และครอบงำสื่อ เป็นการครอบงำความคิดโดยยืมมือของการเมืองท้องถิ่น ซึ่งเป็นเส้นทางการเมืองระดับชาติที่โยงใย และรับใช้กัน
สื่อสาธารณะไม่จำเป็นต้องหากำไร เพราะเรามีกองทุนให้อยู่แล้ว แต่รัฐบาลพยายามบิดเบือนให้การเมืองเข้ามาครอบงำ ซึ่งไม่มีทางที่สื่อเมืองไทยจะก้าวไปข้างหน้าได้เลย
@จะเคลื่อนไหวคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นี้อย่างไร
พันธมิตรสื่อทั้ง 18 องค์กรจะคัดค้านกฎหมายนี้อย่างเต็มที่ และไม่คิดว่ากฎหมายฉบับนี้จะผ่านไปได้ เพราะมีคนไม่เห็นด้วยจำนวนมาก และจริงๆ แล้วรัฐบาลจะต้องถอนออกด้วยซ้ำ
เราจะยื่นหนังสือประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คุณรสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพฯ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน เพื่อให้คนในแวดวงรัฐสภาได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น
แต่ถ้ารัฐบาลไม่รับฟัง เราคงต้องใช้ช่องทาง ศาลปกครอง และศาลรัฐธรรมนูญ เป็นที่พึ่ง โดยอาศัย ม.57 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งระบุว่า การออกกฎหมายที่กระทบต่อประชาชนจำนวนมากจะต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน
ตัวแทนวิทยุชุมชนระบุ ไม่มีที่ยืนให้ประชาชน
@เห็นร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ครั้งแรกเมื่อไหร่
ผมเพิ่งเห็นร่างเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ในที่ประชุม สศช. โดยก่อนหน้านั้นไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ ก็เห็นร่างกฎหมาย และจะมีการนำเข้าสู่สภาเลย
ผมอยากให้ รมว.ไอซีที ไปเปิดดูรัฐธรรมนูญปี 2550 ม.57 ซึ่งบอกชัดเจนว่า การออกกฎหมายใดก็ตามที่เกี่ยวของคนจำนวนมากจะต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อน
ผมคิดว่ากระบวนการนี้ขัด และละเว้นต่อการปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน
@จุดที่ไม่เห็นด้วยในร่างคืออะไร
ที่น่าเป็นห่วง คือ ที่มาของคณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งแต่งตั้งโดยฝ่ายการเมือง จะเป็นอิสระไม่ได้ ทั้งที่คณะกรรมการชุดนี้จะต้องดูแลกิจการด้านสื่อที่มีผลประโยชน์เป็นแสนๆ ล้าน แต่คนที่จะเข้ามารับตำแหน่งนี้ ไม่มีที่ยืนให้ประชาชนเลย
ขณะที่ที่มาของคณะกรรมการจัดสรรคลื่นความถี่ตามรัฐธรรมนูญปี 2440 จะได้รับการสรรหาโดยวุฒิสภา แต่วันนี้กลับมีการตรวจสอบ และแต่งตั้งโดย ครม. ซึ่งเป็นกระบวนการการรวบอำนาจ และปิดโอกาสภาคประชาชน
มั่น ถอยครึ่งก้าว ขอรับฟังความเห็น แต่ไม่คายอำนาจ ครม.
@จะนำร่าง พ.ร.บ.เข้าสภาตามกำหนดการเดิมหรือไม่
ขณะนี้เราได้รับเสียงทักท้วงมากจากสมาคมผู้สื่อข่าวไอซีที และสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์
โดยวันจันทร์ที่ 23 มิถุนายนนี้ จะไปรับฟังความคิดเห็นทั้งหมดจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมผู้สื่อข่าววิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ทีดีอาร์ไอ สศช. เป็นต้น
@เมื่อรับฟังความคิดเห็นแล้วจะมีการปรับแก้หรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นการให้อำนาจ ครม.สรรหา กสช.
หลังจากรับฟังความคิดเห็นแล้วคงจะมีการนำมาพิจารณาปรับแก้ แต่คงจะไม่มีความเปลี่ยนแปลงในส่วนคณะกรรมการสรรหาที่ยังเป็น ครม. โดยหลังจากรับฟังความคิดเห็น และปรับแก้แล้วอาจจะนำกฎหมายเข้าพิจารณาได้ทันในวันพุธ-พฤหัสบดีหน้า
กองทัพกดดันนพดลบี้เขมรปรับแผนที่กินแดนไทย
เผยเบื้องลึกปมเปิดเผยแผนที่เขาพระวิหาร หลังกองทัพไม่สบายใจแผนที่ของกัมพูชารุกล้ำเขตพื้นที่ทับซ้อน 10 เมตร หวั่นเสียดินแดน แต่ต้อง เจรจาลับ หลายรอบจน นพดล ยอมบินไปคุยกัมพูชา โดยยึดแผนที่ปี 2505 ตามคำพิพากษาศาลโลก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
