ไชยวัฒน์ นำผู้ชุมนุมพันธมิตรฯบางส่วนยึดหน้าทำเนียบแล้ว ตำรวจหน่วยอรินทราช เตรียมแก๊สน้ำตารับมือ พร้อมรวมพลที่แยกมิส กวัน รองโฆษกสตช. ระบุ จับแน่หากทำผิดกฎหมาย(20มิ.ย.) เวลา 13.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มพันธมิตรฯนำโดยนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ได้รวมตัวที่วัดเบญจมบิตร ถนนนครปฐม เพื่อมุ่งหน้าไปถนนพิษณุโลก หน้าทำเนียบรัฐบาล โดยมีประชาชนกว่าพันคนรวมตัวผลักดันตำรวจที่ตั้งแผงปิดปากถนนนครปฐมแน่นหนาถึง 4 ชั้น และยังนำรถตำรวจที่ใช้คุมขังผู้กระทำความผิดปิดถนนไว้อีก 4 คัน โดยกลุ่มแกนนำได้ปลุกระดมให้ผู้ชุมนุม สู้ๆ เพื่อจะผลักดันให้ตำรวจเปิดทาง ทั้งนี้ได้มีการเจรจาเป็นระยะพร้อมกับมีการปรบมือให้กำลังใจตำรวจ พร้อมขอให้ตำรวจเปิดทางโดยดี แต่ตำรวจไม่เปิดพร้อมกับมีการปะทะและยื้อยุดกันประมาณ 20 นาที
ในที่สุดตำรวจได้ปล่อยให้ผู้ชุมนุมเดินออกทางขวามือเพื่อมุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล โดยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรกที่เข้าถึงหน้าทำเนียบรัฐบาลเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามระหว่างการเคลื่อนขบวนได้มีการปลุกระดมผู้ชุมนุมให้สู้เป็นระยะๆ นอกจากนี้ผู้ชุมนุมยังขอให้ผู้สื่อข่าว ช่างภาพบันทึกภาพกลุ่มชุมนุมขณะปะทะกับตำรวจไว้ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนที่แยกมิกสกัน ตำรวจจากหน่วยอรินทราช ที่ตรึงกำลังบริเวณแยกมิสกวัน พร้อมเตรียมแก๊สน้ำตาไว้รับมือผู้ชุมนุม โดยตำรวจสวมหน้ากากกันแก๊สเรียบร้อย พร้อมปฏิบัติการทันที หากม็อบปฏิบัติการรุนแรง ส่วนด่านสกัดแยกวังแดงพันธมิตรฯ เข้ามาอออยู่ที่แยกมิสกวัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.25 น. ผู้ชุมนุมพันธมิตรฯที่ทะลักเข้ามาถนนพิษณุโลกประชิดรั้วทำเนียบฯ ได้พยายามทำร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เคลื่อนกำลังเข้ามาสมทบ เพื่อกันผุ้ชุมนุมที่เหลือ ที่พยายามจะกันแนวของตำรวจ หน้าสำนักงานป.ป.ช. ทำให้ตอนนี้เกิดเหตุวุ่นวาย โดยผู้ชุมนุมได้ล้อมตำรวจ 1 กองร้อยอยู่กลางถนนพิษณุโลก ไม่ให้ตำรวจเคลื่อนไปสมทบกับกำลังที่ป้องกันอยู่ ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บหลายคนจากทั้ง 2 ฝ่าย และทำให้รั้วเหล็กริมถนนได้หักลง
ด้านพล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงสถานการณ์ ว่า มีประชาชนเดินทางมาสมทบเรื่อยๆ แต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นคน ตำรวจได้ตั้งจุดสกัดเส้นทางบริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาล 5 จุดหลัก และ 4 จุดเสริม จุดแรกสะพานมัฆวานฯ เป็นจุดที่คาดว่าผู้ชุมนุมจะฝ่าด่านของตำรวจ โดยวางกำลังไว้มากเป็นพิเศษโดยแบ่งเป็น 3 ส่วน จุดที่ 2 แยกนางเลิ้ง จุดที่ 3 แยกสวนมิสักวัน จุดที่ 4 แยกวันเบญจมบพิตร และจุดที่ 5 แยกวิษณุกรรม
ซึ่งจุดสกัดกั้นดังกล่าวครอบคลุมทุกเส้นทางที่เข้าสู่ทำเนีบยรัฐบาล มีการนำรถควบคุมผู้ต้องหามาปิดกั้นไว้ทุกจุด แต่มีการฝ่าด่านแนวกั้นไปได้บางส่วน ซึ่งขณะนี้ได้ใช้ความระมัดระวังไม่ให้กลุ่มต่อต้านเคลื่อนขบวนมาปะทะกลุ่มพันธมิตรฯ เพราะถ้าเกิดเหตุรุนแรง ตำรวจก็จะตกเป็นจำเลย ซึ่งก็ไม่อยากตกเป็นจำเลยรอบสองอีก
"ขอยืนยันว่าตำรวจจะใช้นโนบายเดิม ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับความตกลงใจของพันธมิตร ตำรวจคงใช้วิธีการตั้งจุดสกัดเท่านั้น และใช้วิธีการชุมนุมโดยสงบ อหิงสา ตามวิธีการของพันธมิตรฯ ก็ไม่มีปัญหา แต่อย่างไรก็ตาม ที่ผู้ชุมนุมอยู่ตรงจุดนี้ ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน แต่หากมีการกระจายตัวออกไป ตำรวจก็ดูแลยาก เพราะตำรวจไม่สามารถจะทิ้งประชาชนกลุ่มอื่นได้" พล.ต.ต.สุรพล กล่าว
พล.ต.ต.สุรพล กล่าวว่า ตำรวจไม่ใช้เครื่องขยายเสียงเพื่อก่อกวน แต่เป็นการใช้เครื่องขยายเสียงเพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารต่างๆให้กลุ่มผู้ชุมนุมทราบ ว่า การเคลื่อนขบวนฝ่าแนวกั้นของตำรวจเพื่อปิดล้อมทำเนียบเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิผู้อื่น ขณะเดียวกันการรวบรวมอาวุธและสิ่งคล้ายอาวุธต่างๆ หากถูกนำไปใช้ก่อเหตุก็จะกลายเป็นการชุมนุมที่มิชอบทันที ความคุ้มครองต่าสงตามรัฐธรรมนูญ ที่ชุมนุมมาจะหมดไปโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้หากมีการสร้างความวุ่นวาย ซึ่งหากมีการทำผิดกฎหมายก็จะถูกดำเนินคดีโดยทันที
"ผมขอยืนยันว่าหากพบมีการกระทำผิดกฎหมายหรือดำเนินการก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ผู้ที่สั่งการหรือผู้กระทำจะถูกดำเนินคดีทุกคน ซึ่งตำรวจจะใช้กฎหมายเป็นอาวุธ เป็นเครื่องมือ แทนที่จะเน้นการใช้กำลังปราบปราม ทางนครบาลได้ประกาศเตือนเกี่ยวกับการฝ่าด่าน การละเมิดกฎหมาย ให้ผู้ชุมนุมทราบตลอดและต่อเนื่อง หากแกนนำหรือผู้ชุมนุมยังดำเนินกิจกรรมการเมืองที่ฝ่าฝืน และละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้อื่น ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ จะต้องรับผิดชอบสิ่งที่กระทำ ตอนนี้ไม่ห่วงอะไร นอกจากห่วง การสร้างสถานการณ์ไม่ว่า กลุ่มใดก็แล้วแต่ ซึ่งเหตุที่บานปลาย จะนำมาเชื่อมโยงเป็นเครื่องต่อรอง หรือข้อเรียกร้อง ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จในการชุมนุม" รองโฆษก ตร.กล่าวในที่สุด
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
