พิภพ-สมศักดิ์-สมเกียรติ ขึ้นเวที โต้ สมัคร ละเมิดสิทธิดูถูก ปชช. ฉีก รธน. เหมาะเป็นนายกฯ ระบบเผด็จการ ไม่ใช่นายกฯ ระบอบประชาธิปไตย ระบุ สฤษดิ์-รัฐบาลทุกสมัย ไม่เคยยอมรับเรื่องเขาพระวิหารที่เวที พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สะพานชมัยมรุเชรษฐ ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 22 มิ.ย.51 เวลา 11.50 น. นาย พิภพ ธงชัย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรฯ ขึ้นเวทีกล่าวตอบโต้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ สนทนาประสาสมัคร เช้าวันนี้ ว่ากลุ่มพันธมิตรฯ เป็น แก๊งค์ข้างถนน
นายพิภพ กล่าวว่า นายสมัคร ไม่เหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตย แต่เหมาะจะเป็นนายกฯ ระบบเผด็จการมากกว่า เพราะนายสมัครดูถูกประชาชนผู้ชุมนุมว่า เป็นแก๊งค์ข้างถนน ซึ่งคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตย จะไม่ดูถูกประชาชน เพราะการชุมนุมถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ที่ประชาชนมีสิทธิตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาล แม้จะบอกว่า เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ตาม แต่การบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ ก็ไม่สอดคล้องไม่เป็นไปตามนโยบาย ซึ่งประชาชนไม่เห็นด้วยจึงต้องออกมาเดินขบวนขับไล่
ดังนั้น ไม่ใช่ว่า อยู่ดีๆ แล้วประชาชนออกมาอย่างไร้เหตุผล โดยการชุมนุมครั้งนี้ ก็เป็นไปอย่างสันติ สงบ อหิงสา ดังนั้นจะมองว่า เป็นแก๊งค์ข้างถนนไม่ได้
นายกฯ กำลังฉีกรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิเสรีภาพภาพประชาชน ซึ่งไม่ถูกต้อง ส่วนที่นายสมัครบอกว่า หากตัวเองเป็นฝ่ายค้าน จะออกมาทำตัวแบบนี้บ้าง ผมก็อยากบอกว่า ให้ออกมาเลย และที่กล่าวหาว่า การชุมนุมทำให้เศรษฐกิจเสียหายนั้น ความจริงเศรษฐกิจเสียหายตั้งแต่ปี 2540แล้ว
นายพิภพ กล่าว
เขาบอกว่า งานวิจัยของประเทศและทั่วโลก ออกมายืนยันว่า การชุมนุมไม่ได้เป็นปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจ ซึ่งระบบเศรษฐกิจจะพังหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า รัฐบาลทุจริตคอรัปชั่นหรือไม่
นายพิภพ ยังกล่าวตอบโต้นายสมัคร ที่ระบุว่า ปราสาทเขาพระวิหาร เป็นของกัมพูชาด้วยว่า ที่ผ่านมา จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลโลก รัฐบาลทุกสมัยก็คัดค้านมาโดยตลอด ดังนั้น นายกฯ ไม่ควรพลั้งปากว่า ปราสาทเขาพระวิหารเป็นของเขมร ซึ่งเราต้องโต้แย้ง ไม่ใช่ยอมรับว่า ปราสาทเป็นของเขา แล้วยังไปสนับสนุนเขาอีก
ถ้านายสมัครเป็นคนธรรมดา ผมจะไม่ว่าเลย แต่นี้เป็นถึงนายกรัฐมนตรีแล้วไปยอมรับ ก็เท่ากับเสียงของคนทั้งประเทศยอมรับ ทั้งที่จริงแล้วไม่ใช่ ประชาชนไม่ได้ยอมรับ มีแต่รัฐบาลนี้ไปยอมรับ
นายพิภพกล่าว
ขณะที่นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การออกมาโต้แย้งของนายสมัครในวันนี้ สะท้อนให้เห็นว่า นายสมัครหมดสภาพแล้ว และเรื่องปราสาทเขาพระวิหาร นายสมัครน่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่วนนายนพดล ปัทมะ ไปเป็นรมว.ต่างประเทศของกัมพูชามากกว่า
ทั้งนี้ การที่นายนพดล ลงนามในข้อตกลงร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา ในข้อ 1 ที่ระบุว่าไทยสนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกนั้น เท่ากับว่า ยอมรับว่า เป็นของกัมพูชาโดยสมบูรณ์แล้ว ส่วนที่นายสมัคร บอกว่า เราเสียดินแดนไปแล้วตั้งแต่ 45 ปีก่อน น่าสังเหตุว่านายสมัครใช้คำว่า เสียดินแดน ทั้งที่ตามคำตัดสินของศาลโลก โดยหลักการแล้วตัวปราสาทเขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา แต่บันไดทางขึ้นปราสาทเป็นของเรา ซึ่งการที่ศาลโลกตัดสินเช่นนั้น เพราะดูตามแผนที่ที่ประเทศฝรั่งเศสเขียนขึ้นมา ซึ่งไทยไม่ได้โต้แย้งตั้งแต่แรกเท่านั้น
นายสมศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสมัคร ได้พูดในรายการเมื่อเช้าเกี่ยวกับศาลปกครองกลาง กรณีที่ทนายความพันธมิตรยื่นร้องต่อศาลปกครองให้ระงับข้อตกลง เห็นชอบให้กัมพูชาจดทะเบียนปราสาทเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลก ว่า "ศาลปกครองอายุมากแล้ว คงจะรู้ว่าอะไรคืออะไร" นายสมศักดิ์กล่าวว่า นายสมัครพูดได้อย่างไร ซึ่งนายสมัครเป็นฝ่ายบริหาร ศาลเป็นฝ่ายตุลาการ ดังนั้นไม่ต้องพูดเลย ซึ่งศาล รุ้อยู่แล้วว่าอะไรควร อะไรไม่ควร ซึ่งคำพูดของนายสมัคร สะท้อนให้เห็นว่า นายสมัคร กำลังแทรกแซงศาล
ด้านนายสมเกียรติ กล่าวว่า วันนี้ นายสมัครกล่าวหาว่าพันธมิตรฯ เป็นแก๊งค์ข้างถนน ซึ่งที่จริงไม่ใช่ เราเป็นเทพข้างทำเนียบ ที่มาไล่แก๊งโจรที่อยู่ในทำเนียบ ซึ่งเป็นแก๊งโจรขายแผ่นดินให้ออกไป เพราะข้อหาต่างๆ รวมถึงการจาบจ้วงในหลวง ก็เพียงพอที่จะทำให้รัฐบาลชุดนี้ไม่มีแผ่นดินจะอยู่แล้ว