สุริยะใส เผยแกนนำรอถกคืนนี้จะเป่านกหวีดรอบสุดท้ายเพิ่มแรงกดดันไล่รัฐบาล เหน็บ5พรรคร่วมโหวตหนุนสร้างตราบาป พร้อมเปิดสูตรการเมืองใหม่สรรหา70เลือกตั้ง30นายสุริยะใส กตะศิลา
ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ให้สัมภาษณ์ว่า ตนอยากจะชี้แจงในประเด็นเกี่ยวกับรูปแบบการเมืองใหม่ที่แกนนำพันธมิตรฯ นำมาจุดประเด็นในการเคลื่อนไหวในช่วงเวลานี้ เพราะหลังจากมีการนำประเด็นดังกล่าวขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวที ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตถึงระบบการเมืองใหม่
ซึ่งบางฝ่ายการนำไปเผยแพร่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่พันธมิตรฯ คิดเอาไว้ แต่บางฝ่ายได้นำเสนออย่างคาดเคลื่อน อีกทั้งมีการมองว่าการนำประเด็นเรื่องการเมืองใหม่ขึ้นมาเคลื่อนไหวของพันธมิตรเป็นการสร้างเงื่อนไขใหม่หรือไม่ ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการสร้างประเด็นใหม่ในการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ แต่รูปแบบการเมืองใหม่พันธมิตรฯได้คิดขึ้นมาต้องการที่จะให้สังคมนำไปคิดและสานต่อ
โดยเฉพาะนักวิชาการสาขาต่างๆ ส่วนวิธีการและกติกาจะเป็นอย่างไรนั้น เรื่องนี้เราอยากให้สังคมช่วยกันคิด เพราะการเมืองในระบบเก่าที่เราเห็นได้ล้มเหลวและไม่สามารถใช้กลไกในการตรวจสอบได้ อีกทั้งยังถูกแทรกแซง รวมทั้งระบบการเมืองเก่าไม่สามารถที่จะใช้กลไกในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้ เพราะการเมืองที่มาจากระบบการเลือกตั้งเรายังคงได้นักการเมืองหน้าเดิม ถึงแม้จะหมดคนเก่าไปแต่การสืบทอดอำนาจทางการเมืองยังคงมีอยู่
นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า หลังจากที่แกนนำขึ้นกล่าวปราศรัยเมื่อคืนที่ผ่านมา และระบุว่าจะมีการเป่านกหวีดครั้งใหม่ ซึ่งการเป่านกหวีดในครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้าย ส่วนจะมีรูปแบบการเคลื่อนอย่างไร ขณะนี้ ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะต้องการผลการประชุมจากแกนนำในคืนนี้อีกครั้ง
"การเป่านกหวีดในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับแรงกดดันให้กับรัฐบาล เพราะหลังจากที่เราเดินทางมาปักหลักชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ พบว่ารัฐบาลยังคงเพิกเฉยและไม่ยอมรับรู้อะไร ดังนั้น เราจึงต้องเพิ่มแรงกดดันให้กับรัฐบาลต่อไปอีก แต่เรายังคงต้องรอดูผลการลงมติที่จะมีขึ้นในวันศุกร์นี้ด้วย แต่สำหรับตน ผลการลงมติคงจะไม่พลิก พรรคร่วมรัฐบาลคงโหวตให้การรับร้องรัฐมนตรีทำงานต่อไป"
นายสุริยะใส กล่าวถึงการเดินทางไปศาลปกครอง เพื่อไปร่วมรับฟังว่าศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองในคดีคำร้องที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบสนับสนุนขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียวของกัมพูชา ว่าผลการชี้ขาดของศาลปกครองในวันพรุ่งนี้(26 มิ.ย.) จะออกมาอย่างไร ก็พร้อมที่จะยอมรับคำตัดสินของศาล
แต่ถ้าหากศาลมีคำสั่งให้คุ้มครองในคดีนี้การดำเนินการจะต้องหยุดลงทั้งหมด เพื่อรอการวินิจฉัยของศาล รวมทั้งการลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้ง 7 คน ในวันศุกร์นี้ ตนเห็นว่าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 5 พรรค ควรนำผลการตัดสินของศาลไปประกอบกับการตัดสินใจลงมติ
สำหรับกรณีเขาพระวิหารไม่ใช่เรื่องของ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพียงคนเดียวแล้ว แต่เกี่ยวกับ ส.ส.ในสภาทั้งหมด เพราะถ้าหากศาลมีมติชี้ขาดว่าการดำเนินการของรัฐบาลในกรณีเขาพระวิหารไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ที่ไปร่วมลงมติสนับสนุนรัฐบาลจะต้องมีความผิดด้วย ฐานร่วมกันกระทำความผิดร่วมกับรัฐบาล อย่างไรก็ตามตนมั่นใจในข้อมูลของฝ่ายกฎหมายเราที่มีการเตรียมการเอาไว้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรฯ ได้แจกเอกสารบทความ เรื่อง "การเมืองใหม่ภายใต้การต่อสู้ของพันธมิตรฯ" โดยมีเนื้อหาระบุว่า พันธมิตรฯ ได้เสนอแนวทางการเมืองใหม่ในการชุมนุม โดยห้าแกนนำได้ชูธงการเมืองใหม่เพื่อใช้ในการต่อสู้ ซึ่งตนมองว่าเป็นการยกระดับการต่อสู้ และอาจจะเกินกว่าความเข้าใจของประชาชนทั่วไป จากการที่พันธมิตรฯ เคยขับไล่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2549 จนสุดท้ายเกิดการรัฐประหาร แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ยุติลงตามไปด้วย กับยิ่งพบว่าการเมืองไทยมีทิศทางกลับไปสู่ระบบทักษิณ
ดังนั้นการเคลื่อนในครั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การชูธงสร้างชาติ ภายใต้วาทกรรมการเมืองใหม่ เพื่อหนีให้พ้นระบบรัฐสภาของการเลือกตั้ง
การเมืองใหม่ในความหมายของพันธมิตรฯ เป็นการเมืองที่เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง และลดหน้าที่ของผู้แทนลง และไม่ใช่แค่ให้ความสำคัญกับที่มาหรือกระบวนการในการตัดสินใจอำนาจเท่านั้น แต่ต้องสร้างหลักประกันว่าทุกชนชั้นจะต้องเข้าถึงอำนาจการตัดสินใจ หรือกำหนดทิศทางในการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ชาวนา พ่อค้า ไปสู่ระบบทักษิณ ดังนั้นการเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะรวมไปถึง ผู้หญิง คนพิการ เป็นต้น
ข้อเสนอสูตรผสมของแกนนำพันธมิตรฯ 70 ต่อ 30 กล่าวคือเพิ่มกระบวนการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งเป็นร้อยละ 70 และลดที่มาของผู้ดำรงตำแหน่งโดยวิธีการเลือกตั้งเหลือร้อยละ 30 จึงเป็นเพียงการนับหนึ่งที่ให้สังคมต้องถกเถียงต่อไป ทั้งนี้เสนอให้นักวิชาการนำเรื่องนี้ไปขยายผล ซึ่งหากเราไม่รีบแก้โดยการเมืองใหม่ ก็อาจถึงต้องรบราฆ่าฟันอย่างที่หลายฝ่ายกังวล และการต่อสู้ของพันธมิตรฯเพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณ จึงเป็นเพียงระยะสู่การเมืองใหม่ให้เป็นความจริงเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมว่า สำหรับการชุมนุมของกลุ่มของกลุ่มพันธมิตรฯในวันนี้ถือเป็นวันที่ 32 โดยกิจกรรมบนเวทียังคงมีการปราศรับโจมตีรัฐบาลเกี่ยวกรณีเขาพระวิหารและการทำงานล้มเหลวของรัฐบาลตลอด 4 เดือน สำหรับประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมในช่วงเย็น พบว่ามีประชาชนเริ่มทยอยเดินทางมาเข้าร่วมรับฟังการปราศรัยและคาดว่าก่อนช่วงแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯจะขึ้นกล่าวปราศรัยน่าจะมีประชาชนเดินทางเข้ามารับฟังจำนวนมากเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา