นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ขณะนี้ กกต.มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงแก่พนักงานของสำนักงาน กกต. 2 คน ที่ถูกกล่าวหาว่าปลอมแปลงเอกสารการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของนายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ กำนัน ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย พยานสำคัญในคดีที่ กกต.ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกา แผนกคดีการเลือกตั้ง ให้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชนทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จัดทำเอกสารขอตรวจสอบการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของนายชัยวัฒน์ โดยปลอมลายมือชื่อของ พ.ต.อ.ณัฐศักดิ์ นานาวัน ผอ.สำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 5 มอบให้แก่ทนายความของนายยงยุทธ เพื่อนำไปยื่นศาลในการเบิกความสู้คดีที่ กกต.ฟ้อง ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ผิดกฎหมายและระเบียบของสำนักงาน กกต. ทำให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน กกต.อย่างร้ายแรง และหากสอบสวนพาดพิงถึงการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของพนักงานผู้อื่นก็ให้มีอำนาจสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย
นอกจากนี้ สำนักงาน กกต.กำลังเร่งสอบสวนข้อเท็จจริงประเด็นที่นายศิริโชค โสภา กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตว่ากิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติสำนักงานกกต. ชี้แจงผลการตรวจสอบข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ของนายชัยวัฒน์ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2551 และวันที่ 15 พฤษภาคม 2551 ไม่ตรงกันเพื่อประโยชน์ทางคดีแก่นายยงยุทธ เพื่อนำเสนอผลสอบต่อ กกต.ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย 2 เจ้าหน้าที่ กกต.มีขึ้นภายหลังจากที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่มีนายปกครอง สุนทรสุทธิ์ เป็นประธาน สรุปแจ้งต่อที่ประชุม กกต. เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา พบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารกรณีดังกล่าวจริง โดยพนักงาน กกต. 2 คน คือ ว่าที่ พ.ต.ท.กฤษณ์ ณ เชียงใหม่ เจ้าพนักงานฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 10 ที่ให้การยอมรับว่าได้เป็นผู้ปลอมลายเซ็น และว่าที่ ร.ต.เอกลักษณ์ บุญรุ่ง พนักงานฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 9 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่นำเอกสารขอตรวจสอบการเป็นสมาชิกพรรคของนายชัยวัฒน์ไปยื่นต่อนางสุนทรี ไพรหิรัญ ผอ.ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบบริหารฐานข้อมูลพรรคการเมือง ซึ่งโทษความผิดวินัยร้ายแรงมีเพียง 2 ทาง คือ ไล่ออก หรือปลดออก
ซักฟอกเขาพระวิหารสภาไทยสะท้อนถึงเลือกตั้งเขมร
สถานทูตไทยในกัมพูชาเตรียมแผนอพยพฉุกเฉิน หวั่นนักการเมืองใช้ข้อพิพาทปราสาทพระวิหารเป็นประเด็นหาเสียง ยั่วยุ ปลุกปั่นจนเกิดเหตุร้าย ขณะที่นักธุรกิจวอนรัฐเจรจากันเอง ประชาชนอย่าออกมาประท้วง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
