"เจิมศักดิ์" นำทีมเปิดเวทีพันธมิตรฯเชียงใหม่ ประชาชนแห่ร่วมล้นห้องประชุมกว่า 600 คน ระบุอารยขัดขืนรุกคืบหลายหน่วยงาน เหตุขรก.รับไม่ได้การเมืองสกปรก เตรียมเปิดเวทีสัปดาห์ละครั้งต้านเวทีต่อต้านพันธมิตร ด้าน "สุวัฒน์" ยัน "คณบดีรัฐศาสตร์" ไม่ลาออกแน่นอน แม้ถูกกดดัน เหตุขึ้นเวทีพันธมิตรไม่เหมาะสม ชี้นักวิชาการสามารถวิจารณ์ทุกความไม่เหมาะสมได้เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 29 มิ.ย.ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ดร.สุวัฒน์ โหราชัยกุล นักวิชาการภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและรองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายสวิง ตันอุด อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเสวนาวิชาการเรื่องมองการเมืองประเทศไทยผ่านสถานการณ์ปัจจุบัน มีประชาชนเข้าร่วมกกว่า 600 คน
ดร.เจิมศักดิ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันมีตัวแปรมากมายที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่เพียงแต่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ยังมีพรรคร่วมรัฐบาล ประชาชนและข้าราชการในสังกัดต่างๆ ที่ขณะนี้มีการเคลื่อนไหวในรูปแบบที่มองไม่เห็นหลากหลายรูปแบบซึ่งจะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองของประเทศไทยได้
ทั้งนี้ ในส่วนของกลุ่มพันธมิตรฯ จะเดินหน้ากดดันด้วยสันติวิธีอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะได้ตามข้อเรียกร้องและเจตนารมย์ของการชุมนุม ทั้งในรูปแบบการชุมนุมที่จะเดินหน้ากดดันอย่างหนักและเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ รวมถึงการประกาศอารยขัดขืนของข้าราชการหน่วยงานต่างๆ ที่เห็นว่าการบริหารงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่มีเสถียรภาพ ไม่มีความโปร่งใสและต้องการให้ประเทศไทยกลับเข้าสู่ระบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงอีกครั้ง ถือว่าเป็นการเพิ่มแรงกดดันให้รัฐบาลได้เป็นอย่างดี
"การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลและ 7 รัฐมนตรีที่พึ่งผ่านไป เป็นสัญญาณที่ดีว่าการประกาศอารยขัดขืนกำลังคืบคลานแทรกซึมได้เป็นอย่างมาก ซึ่งจากข้อมูลที่พรรคประชาธิปปัตย์ได้นำมาอภิปรายนั้นล้วนแล้วแต่เป็นข้อมูลวงในและเป็นความลับ ซึ่งข้าราชการกระทรวงต่างๆ ได้ให้ความเข้าร่วมมือนำมาบอกกล่าว ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม กรมที่ดิน รวมถึงมหาวิทยาลัยรามคำแหง แสดงให้เห็นว่าบรรดาข้าราชการแม้ว่าจะไม่สามารถมาร่วมชุมนุมได้หรือไม่สามารถพูดอะไรได้มากนัก แต่ก็อยากมีส่วนร่วมเพื่อให้ประเทศชาติสงบเรียบร้อยจึงนำข้อมูลมาช่วยในการสนับสนุนแทน" ดร.เจิมศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม พันธมิตรฯ จะเดินหน้าเรียกร้องให้การเมืองไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง นอกจากนี้ยังจะมีการขยายเวทีพันธมิตรฯ ออกต่างจังหวัดให้มากขึ้น โดยในส่วนของเวทีจังหวัดเชียงใหม่จะมีการประชุมและให้เปิดเวทีสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลและความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นไม่ถูกปิดหูปิดตาอีกต่อไป
ด้าน ดร.สุรัตน์ โหราชัยกุล นักวิชาการภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กรณีที่มีรองคณบดีคณะรัฐศาสตร์จำนวนหนึ่งลาออกเพื่อกดดันให้ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากการขึ้นเวทีพันธมิตรฯ โจมตีรัฐบาลนายสมัคร ส่งผลให้ภาพลักษณ์คณะรัฐศาสตร์เสียหายนั้น เรื่องดังกล่าวไม่ใช่พึ่งเคยเกิดขึ้นในการเมืองของประเทศไทยก่อนหน้านี้ก็เคยมี ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ อดีตคณบดี เคยมีการเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลาออกมาแล้ว
จากการพูดคุยกับ ศ.ดร.จำรัส ยืนยันว่าจะไม่ลาออกอย่างแน่นอน ซึ่งได้รับคำแนะนำจากนักวิชาการอาวุโสหลายท่านให้ดำรงตำแหน่งต่อไป เพราะในฐานะนักวิชาการ มีสิทธิ์ที่จะออกความเห็น วิพากษ์วิจารณ์ทุกการกระทำที่ส่งผลเสียต่อประเทศไทยของทุกฝ่ายได้ไม่ว่าจะเป็นเวทีไหนก็ตาม จึงไม่อยากให้เอาเรื่องขึ้นเวทีพันธมิตรฯ มากดดันให้ต้องลาออกจากตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ไม่สามารถหยุดลงได้ต้องดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง และการที่หยุดไม่ได้ไม่ใช่ถึงจุดวิกฤตแต่ถือเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในการต่อสู้ให้ได้อำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง แต่จะเดินหน้าด้วยสันติวิธี และถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่สังคมตะวันตกต้องเข้ามาเรียนรู้จากสังคมเอเชียที่ชุมนุามยืดเยื้อเป็นเวลากว่า 1 เดือนแต่ไม่มีการเสียเลือดเนื้อ แต่รัฐบาลก็ไม่กล้าแข็งข้อกับกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศกาศภายในเวทีพันธมิตรฯ เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเดินทางไปฟังอย่างต่อเนื่องจนเต็มห้องประชุมที่เตรียมเก้าอี้ไว้จำนวน 300 ตัว จึงทำให้ผู้ที่เดินทางมาต้องนั่งฟังบริเวณทางเดินตรงกลางห้องประชุม แต่บรรยากาศก็เป็นไปอย่างคึกคักและสนุกสนาน คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมฟังเสวนาไม่ต่ำกว่า 600 คน และเป็นที่น่าสังเกตว่าประชาชนที่เดินทางไปนั้นโดยส่วนมากเป็นวัยกลางคนอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปเป็นส่วนมาก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
