โดยเฉพาะ สมัคร สุนทรเวช และ นพดล ปัทมะ รมว.การต่างประเทศ ที่ถือวิสาสะออกมติครม. 17 มิถุนายน 2551 ในการออกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา สนับสนุนให้มีการจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแม้รัฐบาลจะยืนยันว่าไม่มีการเสียดินแดนแม้แต่ตารางนิ้วเดียว แต่ตอนนี้แถลงการณ์ฉบับนี้ต้องตกไปแล้ว เพราะศาลปกครองกลางได้ให้ความคุ้มครองชั่วคราว พร้อมคำวินิจฉัย 4 ข้อ คือ
1) ให้เพิกถอนการกระทำของนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่เสนอร่างคำแถลงการณ์ร่วมฯ ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและมีมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ
2) เพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 17 มิถุนายน 2551 ที่มีมติเห็นชอบร่างคำแถลงการณ์ร่วมฯ โดยมอบหมายให้นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมฯ
3) ให้เพิกถอนการลงนามในคำแถลงการณ์ร่วมฯ ของนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ลงนามเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2551
4) มีคำสั่งให้นายนพดล ปัทมะ ยุติความผูกพันตามคำแถลงการณ์ร่วมฯ ต่อประเทศกัมพูชาและองค์การยูเนสโก
สรุปก็คือ มีคำสั่ง ห้ามมิให้ ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองดำเนินการใดๆ ที่เป็นการอ้างหรือใช้ประโยชน์จากมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2551 ที่เห็นชอบแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา และการดำเนินการตามมติดังกล่าว จนกว่าคดีจะถึงที่สุดและจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น
ความคืบหน้า ณ นาทีนี้ มีแนวโน้มว่ากระทรวงการต่างประเทศจะอุทธรณ์เรื่องนี้ต่อศาลปกครองสูงสุดต่อไป
ขณะเดียวกัน นพดล ก็จะนำเรื่องนี้มาหารือในที่ประชุม ครม.ด้วยเพื่อหาทางออก
แต่ที่สำคัญกว่านั้น อยู่ตรงเสียงกระซิบที่แว่วมาว่ากัมพูชาจะเดินหน้าขึ้นทะเบียนมรดกโลกทันทีในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ อย่างแน่นอน โดยมีการขอแรงสนับสนุนจากหลายประเทศไว้แล้ว
ถึงแม้ไทยกำลังจะขอให้กัมพูชาชะลอเรื่องนี้ออกไปก่อน แต่ดูแล้วไม่น่าจะมีโอกาส เพราะกัมพูชาไม่พอใจไทยในเรื่องนี้เช่นกัน
หากมองด้วยความเป็นธรรมทางกฎหมาย ครม.ชุดปัจจุบันยังไม่ถือว่าเป็นผู้ต้องหา เพราะคดีนี้ศาลเพียงมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว โดยยังไม่ได้ตัดสินอย่างเป็นทางการ
แต่อย่างน้อยเครดิตการทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินของ ครม.ชุดนี้ก็หม่นหมองไปแล้ว พร้อมกับหลายฝ่ายในสังคมออกมาบีบคั้น นพดล ให้แสดงสปิริตทางการเมืองโดยเร็วที่สุด
เพราะสังคมพิพากษาเบื้องต้นแล้วว่า นพดล มีความบกพร่องในการบริหารราชการแผ่นดิน
เกมนี้คือแรงกดดันที่รัฐบาลชุดนี้ต้องเผชิญอย่างเลี่ยงมิได้ และน่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจทำให้อายุของ ครม.สั้นกว่าปกติ
สมมติว่า สมัคร จะต้านแรงบีบนี้โดยไม่สนใจเสียงโห่ไล่ มันก็เป็นการลำบากพอสมควรที่จะอุ้มรัฐมนตรีที่มีภาพแห่งปัญหาคลุมกายไว้ในช่วงการทำงาน
เพราะกรณี จักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่มีทัศนคติอันตรายต่อสถาบันนั้น สมัคร ก็เคยกางปีกป้องอดีตแกนนำ นปก.คนนี้ไว้หลายเพลา จนสุดท้ายเจ้าตัวก็ต้องไขก๊อกไปเองตามใบสั่ง นายใหญ่
สมัคร นั้น ถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาที่ดีระดับหนึ่งที่ออกมาโต้ตอบแทนลูกน้องแทบทุกเรื่อง
แต่บางครั้งการออกมาชกแทนนั้น มันก็ทำให้ สมัคร เสียรังวัดไปด้วย เพราะบางเรื่อง สมัคร มองว่าถูก แต่สังคมส่วนใหญ่มองในมุมตรงข้าม
และผลสุดท้ายมักจะออกมาในมุมที่สังคมเชื่อถือเสียด้วย
เมื่อเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นมาแล้ว แต่ สมัคร ก็มักจะหูทวนลมกับเรื่องนั้นไปดื้อๆ โดยไม่มีการพูดถึงอีก
ตรงนี้มันอาจจะจุดกระแสความไม่พอใจให้ฝ่ายต่อต้านนำไปขยายผลทางการเมืองเพื่อขย่มบัลลังก์ ครม.ชุดนี้ว่า ไร้ความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น
อย่าลืมว่าสังคมคลางแคลงใจในเรื่องนี้เป็นอันดับหนึ่ง แม้ นพดล จะออกตัวว่า การเจรจาในเรื่องนี้มีมานานพอควรแล้ว และไทยเป็นฝ่ายพลิกกับมาได้เปรียบ และเรื่องนี้ก็ถือว่าทั้งสองประเทศต่าง วิน-วิน
แต่เมื่อเกมภายในพลิกกลับ เพราะ นพดล ไม่ได้ประสานกับหลายฝ่ายในบ้านเมืองเพื่อเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการหารือ
จนกลายเป็นว่ายามนี้ นพดล คือผู้ยกดินแดนให้ต่างชาติไปเสียแล้ว เมื่อบวกกับการอภิปรายของฝ่ายค้านที่ยืนยันข้อมูลจากบุคคลใน ครม.และสื่อกัมพูชาที่ระบุว่า ทักษิณ ชินวัตร กำลังจะได้รับการสัมปทานหลายอย่างจากรัฐบาลกัมพูชา
มันจึงมีคำถามซ้อนตามมาว่า ทักษิณ คือหนึ่งในผู้ประสานงานอย่างไม่เป็นทางการที่มีบทบาทสูงสุด จนทำให้การเจรจาตกลงร่วมของทั้งสองประเทศลุล่วงไปด้วยดีหรือไม่
ที่สำคัญอดีตกาลที่ผ่านมา นพดล คือ ทนายความคู่กายของ ทักษิณ เมื่อลงมาดำเนินการเรื่องนี้ในฐานะ รมว.การต่างประเทศ คำถามต่างๆ นานาที่ล้วนแล้วมีแต่ข้อกังหาว่า
นพดล ดำเนินการเรื่องนี้เพื่อสมกับผลประโยชน์ของ อดีตนายจ้าง ที่น่าจะร่วมได้รับอานิสงส์พ่วงไปด้วยหรือไม่
เกมนี้ทีมกุนซือจะแก้เกมอย่างไร เพราะกระทำการใดๆ ที่พลาดไปนั้น
มันอาจหมายถึง จุดจบของ ครม.นอมินี ที่เกิดขึ้นได้แบบมิคาดฝันก็เป็นได้
โต๊ะข่าวการเมือง
เปิดเกมรุก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทล.สอนหลักสูตรป้องภัยยาเสพติด
ตำรวจทางหลวงเปิดยุทธศาสตร์เชิงรุก นำโครงการ D.A.R.E อบรมเด็กนักเรียนปฐมวัย ณ จ.ปัตตานี หวังลดปัญหายาเสพติดในพื้นที่เสี่ยง จุดกำเนิดปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
