(1ก.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แม้ว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจและชี้ให้เห็นว่าคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้มีพฤติการอย่างไร และประชาชนมีความรู้สึกอย่างไร แต่การจะปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ คงต้องแยกประเด็นกัน เพราะการจะปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ เชื่อว่าเป็นเรื่องของคนที่อยู่เบื้องหลังนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาลที่จะกดดันได้ และในส่วนของฝ่ายค้านก็ทำได้เท่านี้ และจะต้องติดตามดูต่อไปว่านายกรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งบางทีอาจจะปรับครม.เมื่อสายก็ได้ อย่างไรก็ตามอยากเตือนว่าการบริหารราชการบ้านเมืองในวันนี้จะต้องคำนึงถือความรู้สึกและความคาดหวังของประชาชนไม่คิดว่าพรรคร่วมจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรได้ อาจจะเกิดให้ต่อรองเกิดขึ้น ไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้น เพราะเคยรู้จัก เคยเห็นกัน ผมว่าการจะปรับครม.อยู่ที่คุณทักษิณมากกว่า เพราะเป็นเจ้าของพรรคตัวจริง นายสุเทพ กล่าว
สำหรับกรณีที่มีเสียงกดดันให้ปรับนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพราะมีความชัดเจนกรณีปราสาทพระวิหารที่ศาลปกครองได้คุ้มครองชั่วคราวการลงนามแถลงการณ์ร่วมนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีคงคิดมาก เพราะกรณีปราสาทพระวิหารแม้ว่าความผิดพลาดบกพร่องอาจจะอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่เรื่องนี้เป็นมติคณะรัฐมนตรี ดังนั้นการจะปรับนายนพดลเพียงคนเดียว ก็คงคิดมาก ทั้งนี้ขอย้ำว่ากรณีปราสาทพระวิหารนั้น ตอนนี้รัฐบาลจะต้องถอย เพราะเสียงของประชาชน นักวิชาการ และผู้รู้ ต่างเป็นไปในทิศทางเดียวกับที่ฝ่ายค้านอภิปราย ทั้งเอกสารหลักฐานข้อเท็จจริงต่างๆ ก็ชัดเจน อีกทั้งศาลปกครองได้มีคำวินิจฉัยออกมาเช่นนี้ด้วย ดังนั้นหากยังดื้อดึง เชื่อว่าประชาชนคงไม่ยอม
เสียงร้องจากปั๊มก๊าซไม่มีปัญญากักตุน แต่ ปตท.ส่งให้น้อย
ท่ามกลางความตื่นตระหนกตกใจของผู้ใช้รถยนต์ก๊าซแอลพีจี ไม่ว่าจะเป็นรถแท็กซี่ รถตู้ หรือรถบ้าน อันเนื่องมาจาก ปัญหาก๊าซขาดแคลนแบบเฉียบพลันในระยะ 2-3 วันที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
