สมัคร ฮัลโหลคุยนายกฯกัมพูชา แจ้งคำสั่งศาลปกครอง เขมร ไม่สนเตรียมเสนอยูเนสโกดันปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก เผยที่ประชุม ครม.มีมติหาช่องยื่นอุทธรณ์ 5 นิติ มธ.ชี้ศาลไม่มีอำนาจ ด้าน ปู่ชัย ส่งศาล รธน.ตีความแถลงการณ์ขัด ม.190 วันที่ 2 ก.ค. ขณะที่ มภ.2 ถกรับมือม็อบชนม็อบปราสาทพระวิหาร
เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 1 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล คุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณีศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวมิให้นำมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการลงนามเรื่องแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ไปดำเนินการกรณีการขึ้นทะเบียนมรดกโลกปราสาทพระวิหารจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล ถ้ามีปัญหาว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างไร ก็ต้องไปถามศาล แต่ถ้าไม่เห็นด้วยก็อุทธรณ์ ส่วนจะสามารถแก้ไขเพิ่มเติมแถลงการณ์ดังกล่าวได้หรือไม่นั้น คงต้องหารือกับกระทรวงการต่างประเทศและอัยการ เพราะเรื่องนี้เป็นคดีแล้ว ส่วนรัฐบาลจะยุติเรื่องการยื่นอุทธรณ์ไว้ก่อนหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาจะให้ความเห็น คงต้องดูรูปคดีว่าอุทธรณ์ไปแล้วมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่อัยการจะต้องพิจารณา
คุณพรทิพย์กล่าวอีกว่า การลงนามในแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวจะเข้าข่ายรัฐธรรมนูญมาตรา 190 หรือไม่ ยังมีการเถียงกันอยู่ เพราะถ้าเป็นแถลงการณ์ร่วมจริงๆ แล้วโดยชื่อของแถลงการณ์ร่วมนั้นไม่ใช่หนังสือสัญญาหรือสนธิสัญญา แต่ก็มีประเด็นที่มีการหยิบยกขึ้นมาว่าจะดูเฉพาะชื่ออย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูสาระด้วย ถ้ามีสาระเป็นหนังสือสัญญาหรือสนธิสัญญา ถึงจะชื่อเป็นแถลงการณ์ร่วมก็อาจจะเป็นสนธิสัญญาก็ได้ ตรงนี้ต้องเป็นเรื่องที่ผู้เชี่ยวชาญจะต้องชี้ขาด
โยนกฤษฎีกาตัดสินอุทธรณ์หรือไม่
วันเดียวกัน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังการประชุม ครม.ว่า ครม.ก็รับทราบคำสั่งศาลปกครองกลางตามการรายงานของกระทรวงการต่างประเทศ และมีมติให้ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ส่วนจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไรนั้น ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาและดำเนินการ นอกจากนี้ยังให้กระทรวงการต่างประเทศส่งหนังสือชี้แจงไปยังกัมพูชา ยูเนสโก และตัวแทนคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศ ให้ทราบถึงคำสั่งดังกล่าว หมายความว่าให้ระงับข้อตกลงตามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาไว้ก่อน จนกว่าศาลจะมีคำสั่งถึงที่สุด ทั้งนี้กฤษฎีกาขอเวลาเพื่อไปพิจารณาเอกสารต่างๆ ที่มีจำนวนมาก
"คิดว่าการประชุม ครม.ครั้งหน้า น่าจะมีผลออกมา แต่ไม่ยืนยันว่าจะใช้เวลากี่วัน ต้องให้เวลากฤษฎีกาพิจารณา ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ และไม่ได้ตั้งประเด็นใดๆ ให้กฤษฎีกาไปพิจารณาว่าจะให้รัฐบาลดำเนินการขั้นต่อไปอย่างไรบ้าง รวมทั้งการยื่นอุทธรณ์" นายสมชายกล่าว
จากนี้ไปกระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการอย่างไรต่อไป นายสมชายกล่าวว่า ต้องสอบถามนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากระทรวงการต่างประเทศไปเจรจากับกัมพูชาหรือไม่ และมีท่าทีเช่นใด นายสมชายกล่าวและลุกขึ้นยืนว่า เดี๋ยวจะเสียหาย แต่เรื่องนี้นายนพดลไม่ได้พูดอะไร สาเหตุที่นายนพดลไม่แถลงข่าวนี้เอง รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายนพดลต้องนำรัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
เผย ครม.หารือเตรียมอุทธรณ์
รายงานข่าวจากที่ประชุม ครม.แจ้งว่า กรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ที่ประชุม ครม.ใช้เวลาหารือในเรื่องนี้อย่างเข้มข้นประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งนายนพดลรายงานคำสั่งศาลให้ ครม.รับทราบ
ได้ดำเนินการในเรื่องนี้ตามมติ ครม. วันที่ 17 มิถุนายน 2551 ทุกประการ โดยไม่มีอะไรนอกเหนือไปกว่านั้น และเมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว ศาลปกครองกลางมีคำตัดสินออกมาเช่นนี้ ก็เคารพหากมติ ครม.จะมีมติใดๆ ออกมาก็จะปฏิบัติตามนั้น รายงานข่าวอ้างคำพูดของนายนพดล
จากนั้นนายสมชาย ในฐานะประธานการประชุม ครม.ก็สอบถาม ครม.ให้ร่วมกันหารือ และได้ข้อสรุป 3 เรื่อง คือ 1.ยอมรับคำสั่งศาลและปฏิบัติตาม 2.ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลางในเรื่องนี้ว่า หากคำสั่งนี้ไม่เป็นคำสั่งทางปกครอง ศาลปกครองกลางมีอำนาจการวินิจฉัยเรื่องนี้หรือไม่ และ 3.กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องนี้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ซึ่งนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เห็นว่า ครม.น่าจะสอบถามศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้คู่กันด้วย และข้อสรุป 3 เรื่องนี้ ครม.มอบให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปศึกษาและรายงานต่อ ครม.ในสัปดาห์ต่อไปว่า ครม.ควรดำเนินการเช่นใด
รายงานข่าวกล่าวว่า จากนั้นนายสหัส บัณฑิตกุล รองนายกรัฐมนตรี ได้ขอนำความเห็นของ ครม.สรุปขึ้นจอมอนิเตอร์ให้รับทราบโดยทั่วกันและมีข้อสรุปที่แจ้งให้สังคมทราบว่า 1.ครม.รับทราบและปฏิบัติตามมติศาล 2.ส่งเรื่องนี้ให้กฤษฎีกาดำเนินการและเสนอความเห็นแจ้ง ครม.ในการประชุมครั้งต่อไป 3.กระทรวงการต่างประเทศแจ้งระงับแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดรับทราบภายในวันนี้ ทั้งนี้ ครม.ได้แจ้งผลการหารือทั้งหมดให้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว
ชท.จี้ นพดล แจงเขมร-ยูเนสโก
นายนิกร จำนง รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงมติ ครม.ออกมาว่าให้ระงับการแถลงการณ์ไทย-กัมพูชา และแจ้งต่อยูเนสโกโดยด่วนว่า หลายฝ่ายมีความสบายใจขึ้น เรื่องนี้ต้องยอมรับว่ากระทบต่อความรู้สึกของคนไทยมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ พรรคชาติไทยรู้สึกห่วงใยความรู้สึกของประชาชน แต่ไม่ห่วงเรื่องความรู้สึกของรัฐบาลแม้จะร่วมรัฐบาลก็ตาม
ส่วนที่กัมพูชายืนยันว่าจะไปขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียว นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทวงเกษตรและสหกรณ์ และรองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียว เพราะตามเงื่อนไขตามสนธิสัญญาของยูเนสโก สิ่งที่จะเป็นมรดกโลกและคาบเกี่ยวกับดินแดนภาคี 2 ประเทศนั้นต้องได้รับการยินยอมของทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตามประเทศไทยจะส่งมติ ครม.วันที่ 1 กรกฎาคม โดยทำหนังสือส่งไปให้รัฐบาลกัมพูชา ยูเนสโก และคณะกรรมการมรดกโลก ส่งไปให้เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศแคนาดาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จำเป็นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศต้องไปชี้แจงด้วย อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม ครม.ไม่ได้มีการทวงถามเรื่องความรับผิดชอบทางการเมืองของนายนพดลในเรื่องดังกล่าว
หวั่นกระทบสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา
ส่วนที่หลายฝ่ายยังระบุว่าไทยยังมีสิทธิ์เรียกร้องปราสาทพระวิหารคืน นายกฤต ไกรจิตติ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวจะทำให้เกิดผลกระทบกับความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา และต่อความมั่นคงของชาติ เนื่องจาก แผนที่แสดงที่ตั้งของปราสาทพระวิหารซึ่งสอดคล้องกับมติ ครม.ปี 2505 ระบุชัดเจนว่า ไทยได้ปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลโลกและสละอธิปไตยเหนือพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งปราสาทพระวิหารตามแผนที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่าปราสาทพระวิหารอยู่ภายใต้ดินแดนและอธิปไตยของกัมพูชามาตั้งแต่ปี 2505
"ขณะนี้เราต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล ส่วนการเดินทางไปร่วมประชุมกับคณะกรรมการมรดกโลก ในวันที่ 5-8 กรกฎาคม ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับใด" นายกฤตกล่าว
นายสมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี
สมัคร โทรแจ้งคำสั่งศาลต่อกัมพูชา
ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทยรายงานว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงกรณีปัญหาปราสาทพระวิหารว่าเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เพราะกว่าจะประคับประคองไมตรีระหว่างสองประเทศให้กลับคืนมาได้ เมื่อศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามดำเนินการใดๆ รัฐบาลก็ต้องปฏิบัติตาม
ก็เรียกได้ว่าศาลมาช่วยเพื่อให้จบเรื่องไป เราไม่เคยได้ ไม่เคยเสีย แต่การอภิปรายในสภามันรุนแรง เหมือนรัฐบาลนี้ไปสมคบทางโน้น เสียดินแดน ทั้งที่ไม่มีอะไรเลย กระทรวงการต่างประเทศก็รับรอง ทหารก็รับรอง กรมแผนที่ของทหารก็รับรอง และข่าวที่บอกว่าจะทำให้ไทยเสียดินแดน ความโชคไม่ดี เรานึกว่าทางกัมพูชาได้ประโยชน์ แต่ทางโน้นเสียประโยชน์เหมือนกัน เป็นทำนองว่าถูกประเทศไทยหลอก ทางไทยบอกว่า ถูกเขมรหลอก ตกลงรัฐบาลสองรัฐบาลซวย เมื่อครู่นายกรัฐมนตรี 2 ประเทศ เพิ่งคุยโทรศัพท์กัน ว่าไม่มีอะไร เมื่อศาลสั่งก็ต้องปฏิบัติตาม เราต้องเคารพศาล นายสมัครกล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีที่โทรศัพท์คุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า ไม่ต้องการให้เกิดความตึงเครียด และในฐานะหัวหน้ารัฐบาลทั้งสอง ก็จะช่วยกันรักษาสถานการณ์ โดยให้รัฐบาลกัมพูชาช่วยดูแลสถานทูตไทยในกัมพูชา และตนจะดูแลสถานทูตกัมพูชาในไทย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขาพระวิหาร และที่ให้ช่วยดูแล เพราะเคยเกิดเรื่องกันมาแล้ว ส่วนปัญหาประชาชนมีปัญหาความขัดแย้งกันนั้น นายสมัครยอมรับว่า กังวลใจ
เขมรลุยดันพระวิหารเป็นมรดกโลก
ขณะที่ความเคลื่อนไหวในประเทศกัมพูชา เว็บไซต์หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ของกัมพูชา รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ของนายพัย สีปาน โฆษกคณะรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ระบุว่ารัฐบาลกัมพูชาจะเดินหน้าผลักดันให้องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกต่อไป แม้ว่า ศาลปกครองของไทยจะตัดสินว่ารัฐบาลไทยไม่สามารถให้การสนับสนุนการเสนอชื่อปราสาทพระวิหารของรัฐบาลกัมพูชาได้ก็ตาม โดยยูเนสโกจะมีการประชุมกันที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา ในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้
นายพัยกล่าวอีกว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาภายในของไทย พร้อมกับยืนยันว่าปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา และกัมพูชาก็ต้องการให้ปราสาทพระวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ดังนั้นกัมพูชาจึงไม่ได้ให้ความสนใจต่อคำตัดสินของศาลปกครองของไทย พร้อมกับบรรเทาความวิตกที่ว่าอาจจะเกิดเหตุวุ่นวายในกัมพูชาจากความไม่พอใจในความพยายามขัดขวางเรื่องนี้ของคนไทยบางกลุ่ม โดยบอกว่า ตอนนี้ร้านอาหารไทยยังมีชาวกัมพูชาไปอุดหนุนแน่นร้าน
นอกจากนี้ นายพัยยังแสดงความไม่พอใจพรรคฝ่ายค้านของไทยที่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายสมัครและนายนพดล ต่อกรณีการลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาที่สนับสนุนให้กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยนายพัยยืนยันว่า รัฐบาลกัมพูชากำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย ไม่ได้ทำงานกับฝ่ายค้าน เช่นเดียวกับรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา นายฮอ นัมฮง ที่แสดงความผิดหวังที่มีพรรคการเมืองและคนไทยบางกลุ่มนำเอาเรื่องเขาพระวิหารไปใช้เป็นประเด็นในการประท้วงรัฐบาลนายสมัคร และบอกว่าเรื่องนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดี และความร่วมมือระหว่างสองประเทศได้
วันเดียวกัน มูลนิธิอารยธรรมเขมรได้นำอาหาร เช่น ข้าว 4 ตัน น้ำปลา ซีอิ๊ว เกลือ เส้นก๋วยเตี๋ยวไปแจกจ่ายให้แก่ชุมชนชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่รอบปราสาทพระวิหาร และร่วมสวดมนต์หลังจากที่ทางการกัมพูชาปิดด่านชายแดนที่บริเวณเขาพระวิหารเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเตรียมนำคณะแพทย์ไปช่วยรักษาชาวกัมพูชาที่เจ็บป่วย หนังสือพิมพ์ พนมเปญ โพสต์ รายงานว่า พรมแดนกัมพูชาบริเวณเขาพระวิหารจะยังคงปิดต่อไปจนกว่ากลุ่มผู้ประท้วงชาวไทยจะสลายตัว เพื่อเป็นการป้องกันชาวกัมพูชาไม่ให้ได้รับอันตรายจากกลุ่มผู้ประท้วง ทั้งนี้เป็นการออกมายืนยันของนายเปรี๊ยบ ตัน ผู้ว่าราชการจังหวัดพระวิหาร
รายงานข่าวระบุว่า รองนายกรัฐมนตรี นายสก อัน จะเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนของกัมพูชาในการเดินทางไปร่วมการประชุมขององค์การยูเนสโกที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ที่จะมีการนำเรื่องการเสนอปราสาทพระวิหารให้เป็นมรดกโลกเข้าสู่การประชุม
ปองพล ยึดคำสั่งศาลเป็นหลัก
ด้าน นายปองพล อดิเรกสาร ในฐานะประธานคณะกรรมการมรดกโลก กล่าวถึงการเตรียมเดินทางไปร่วมประชุมกรรมการมรดกโลก ว่า การเดินทางไปครั้งนี้จะยึดถือคำสั่งศาลคุ้มครองเป็นหลัก เพื่อไปเน้นย้ำขอให้เลื่อนการพิจารณาเรื่องการพิจารณาขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารออกไปก่อน ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่รัฐบาลควรจะต้องรีบแจ้งต่อประเทศที่เป็นกรรมการมรดกโลก และประเทศกัมพูชาทราบ อย่างไรก็ตาม คาดว่าในการประชุม ครม. น่าจะมีเรื่องนี้เข้าวาระการประชุมด้วย เนื่องจากถือว่าเป็นเรื่องด่วน
ยัน ยูเนสโก ไม่รับพิจารณา
ส่วน นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ กล่าวว่า หลังจากที่มีคำสั่งศาลปกครองออกมาก็รู้สึกมีความหวัง พอ ครม. มีมติออกมากำชับอีกยิ่งเป็นการยืนยันว่า แถลงการณ์ร่วมหรือข้อตกลงใดๆ แม้กระทั่งการรับรองแผนที่ที่นายนพดลไปเซ็นลงนามไว้กับกัมพูชาต้องระงับไปก่อนห้ามดำเนินการใดๆ เพียงแค่นี้ก็คิดว่าทางที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการมรดกโลก คงไม่น่าจะรับพิจารณาข้อเสนอของทางกัมพูชาแน่ เพราะทั้งสองประเทศยังมีปัญหาข้อขัดแย้งไม่ตรงกันหลายเรื่อง นอกจากทั้งสองประเทศจะแก้ปัญหาและตกลงร่วมกันเสียก่อน โดยเฉพาะตามข้อเสนอของคนไทยที่ขอให้ยูเนสโกประกาศให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชา
แม่ทัพภาค 2 ถกรับมือม็อบเขมร
วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ พล.ท.สุจิตร สิทธิประภา แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พล.ต.กนก เนตระคเวสนะ ผบ.กองกำลังสุรนารี จ.นครราชสีมา เข้าพบนายเสนีย์ จิตเกษม ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เพื่อรับทราบสถานการณ์กรณีพิพาทเรื่องปราสาทพระวิหาร
พล.ท.สุจิตร กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อมาประสานงานกับผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เพื่อหารือด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจทางการทหารในส่วนที่กองทัพภาคที่ 2 รับผิดชอบ ทั้งนี้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จากที่ได้รับรายงานเบื้องต้นทราบว่า เหตุการณ์ยังสงบเป็นปกติ ส่วนประเด็นที่กัมพูชามีการสั่งปิดประตูทางขึ้นปราสาทพระวิหารนั้น การเจรจาให้ทางการกัมพูชาเปิดประตู ต้องเป็นการเจรจาระดับรัฐบาลของทั้งสองประเทศ ในส่วนของทหารมีหน้าที่ดำเนินการตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น
ผบ.ทร.ปัดแสดงความเห็น
พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึงกรณีปราสาทพระวิหารว่า เรื่องนี้ไม่อยากพูดถึง เพราะเป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องรับผิดชอบ ทหารเป็นหน่วยงานที่ไม่ได้รับผิดชอบ หากไปพูดจะเกิดความสับสน ให้กระทรวงการต่างประเทศพูดดีกว่า ตนยืนยันได้อยู่อย่างเดียวว่า ทหารต้องการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนจะใช้การเจรจาทางทหารเพื่อช่วยรัฐบาลหรือไม่ เห็นว่ายังไม่จำเป็น เรื่องนี้ทหารทั้งสองฝ่ายไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองฝ่าย ไม่เกี่ยวกับทหาร
"ผู้ช่วยทูตทหารก็ไปไม่ถึง เพราะไม่รู้จริง ทางกระทรวงการต่างประเทศเขารู้จริง ให้เขาคุยกัน คิดว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องทำประชาพิจารณ์ เพราะประชาชนก็ไม่รู้รายละเอียด ซึ่งเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเขารู้ดี" พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ กล่าว
5 นิติมธ.ชี้ ศาลปกครอง ไม่มีอำนาจ
ขณะเดียวกัน 5 อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบด้วย รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ รศ.ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช ดร.ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล อาจารย์ ธีระ สุธีวรางกูร และอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเห็นต่อคำสั่งศาลปกครองกลางในคดีหมายเลขดำที่ 984/2551 รับคำฟ้องกรณีแถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา เรื่องการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา
ตอนหนึ่งของแถลงการณ์ ระบุว่า คณาจารย์ทั้ง 5 เห็นว่าแหล่งที่มาของอำนาจกระทำการของ ครม.และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับการตกลงในทางระหว่างประเทศ ไม่ได้มีที่มาจาก พ.ร.บ. แต่มีที่มาจากรัฐธรรมนูญ หากถือตามแนวทางของศาลปกครองกลางในคดีนี้ที่ว่า ครม.มีอำนาจหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกระทรวง และ ครม.หรือรัฐมนตรีเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ศาลปกครองจึงสามารถควบคุมตรวจสอบการกระทำของ ครม.และรัฐมนตรีได้แล้ว
ผลคือศาลปกครองย่อมสามารถเข้าควบคุมตรวจสอบการกระทำของ ครม.และรัฐมนตรีได้ทุกกรณี ทำให้ศาลปกครองโดยองค์คณะ 3 คนกลายเป็นผู้บังคับบัญชา ครม. แม้ในงานที่เป็นเรื่องนโยบาย หรือเรื่องในทางระหว่างประเทศ ซึ่ง ครม.ต้องรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร คณาจารย์ทั้ง 5 เห็นว่าการตีความกฎหมายในลักษณะดังกล่าวข้างต้น ย่อมขัดแย้งกับหลักการแบ่งแยกอำนาจที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง
"คณาจารย์ทั้ง 5 เห็นว่า คำฟ้องของผู้ฟ้องคดี ไม่ถือเป็นคดีพิพาทอันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง และเมื่อคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองแล้ว การกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาในกรณีดังกล่าว ก็ไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองด้วยเช่นกัน ส่วนประเด็นที่ว่าแถลงการณ์ร่วมฯ ดังกล่าวจะมีสถานะเป็นหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 190 อันจะต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาหรือไม่ เป็นกรณีที่อยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณาวินิจฉัย" แถลงการณ์ ระบุ
เล็งสอบ วรเจตน์ วิจารณ์คำสั่งศาล
กรณีที่นายสุวัฒน์ อภัยภักดิ์ มอบอำนาจให้นางอัจฉรา แสงขาว ทนายความยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองกลางออกหมายเรียก รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ผู้จัดการเว็บไซต์ประชาไท และนายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข บรรณาธิการเว็บไซต์ประชาไท มาสอบถามเพื่อดำเนินการลงโทษในข้อหาละเมิดอำนาจศาล เนื่องจากรศ.ดร.วรเจตน์ ได้วิจารณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลางในคดีขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารนั้น
แหล่งข่าวในศาลปกครอง กล่าวว่า ประเด็นอยู่ที่ว่ารศ.ดร.วรเจตน์ พูดถึงคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลางในลักษณะอย่างไร ถ้าบอกว่า คำสั่งของศาลปกครองกลางเป็นไปตามกระแสการเมือง อย่างนี้เข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล แต่ถ้าพูดถึงมติ ครม.ที่รัฐบาลได้ไปเห็นชอบกับร่างคำแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทย-กัมพูชา และพูดถึงร่างคำแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวว่า เป็นคำสั่งทางการเมืองและเป็นการเมืองระหว่างประเทศ จึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองที่จะรับไว้พิจารณา เพราะไม่เป็นการกระทำในทางปกครองแต่เป็นการกระทำของรัฐบาลในทางการเมือง อย่างนี้ไม่เข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล เนื่องจากเป็นการแสดงความคิดเห็นในทางวิชาการ ซึ่งตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาทางปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 65 บัญญัติว่า ผู้ใดวิพากษ์วิจารณ์การพิจารณาของศาลโดยสุจริตด้วยวิธีการทางวิชาการ ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
"หากศาลเห็นว่า ไม่เข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล ก็จะสั่งยกคำร้อง แต่ถ้าเห็นว่าเข้าข่ายละเมิดอำนาจ ศาลจะออกหมายเรียกรศ.ดร.วรเจตน์ ให้มารายงานตัวต่อศาล ซึ่งมีโทษตั้งแต่ตักเตือนไปจนถึงจำคุกไม่เกิน 1 เดือน" แหล่งข่าว กล่าว
ส่งศาลรธน.ตีความวันที่ 2 ก.ค.
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นเรื่องผ่านประธานสภาฯ ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 หรือไม่ว่า จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ทั้งนี้ได้รีบดำเนินการเร็วที่สุด เพราะหากไม่รีบดำเนินการอาจจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ปชป.จี้รัฐบาลเร่งคลี่คลายปัญหา
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีข้อเสนอเพิ่มเติมไปยังรัฐบาล คือ 1.เรียกร้องนายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งประสานไปยังรัฐบาลกัมพูชาให้ทราบอย่างเป็นทางการถึงความเคลื่อนไหวในประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องคำสั่งศาลปกครองกลาง วินิจฉัยคุ้มครองชั่วคราว 2.รัฐบาลควรติดต่อและแจ้งอย่างเป็นการเร่งด่วน ไปยังคณะกรรมการมรดกโลกทั้ง 21 คน ถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการของศาลปกครองกลาง 3.ให้รัฐบาลเร่งประสานให้คณะกรรมการมรดกโลกชะลอ หรือเลื่อนการพิจารณาออกไป และ 4.รัฐบาลไทยควรหาทางเจรจายกเลิกข้อตกลงในแถลงการณ์ร่วม
ถ้ารัฐบาลเร่งดำเนินการในส่วนนี้ จะเป็นผลดีในการยับยั้งการดำเนินการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ที่อาจมีส่วนหมิ่นเหม่ต่ออธิปไตย ซึ่งคนไทยไม่สบายใจต่อเรื่องนี้ โดยอยากให้รัฐบาลหาทางคลี่คลายเรื่องนี้ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่า เรื่องนี้จะไม่ทำให้เกิดปัญหา นายองอาจ กล่าว
อดุล ชี้ขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียวไม่ได้
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา วุฒิสภา จัดสัมมนาเรื่อง อธิปไตยและดินแดนปราสาทพระวิหาร... มรดกโลกหรือผลประโยชน์ใคร ช่วงหนึ่งผู้จัดได้นำบันทึกภาพวีดีทัศน์ ของนายอดุล วิเชียรเจริญ อดีตประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญามรดกโลก ที่บันทึกช่วงค่ำวันที่ 30 มิถุนายน เปิดให้ผู้ร่วมสัมมนารับฟัง มีใจความสำคัญว่า คำสั่งศาลปกครองที่ออกมาคุ้มครองชั่วคราว เป็นสิ่งที่ดี แสดงให้เห็นว่าคนในประเทศ มีความเห็นแย้ง และสะท้อนการกระทำของรัฐบาลเป็นสิ่งเสียหาย
"แต่คำสั่งศาลปกครองไม่สามารถคุ้มครองการขึ้นมรดกโลกได้ เพราะเป็นเรื่องภายในประเทศ อีกทั้งเอกสารที่ไทยและกัมพูชาลงนามไปสมบูรณ์แล้ว ซึ่งทางกัมพูชาได้ส่งไปที่เลขานุการมรดกโลกที่ปารีส ฝรั่งเศส เพื่อเตรียมแจกให้กับผู้เข้าร่วมประชุมมรดกโลก ที่ประเทศแคนนาดา ในวันที่ 2-10 กรกฎาคมนี้ ดังนั้นการประชุมครั้งนี้จะมีการขึ้นทะเบียนมรดกโลกให้กัมพูชาแน่นอน ส่วนจะเสนอขึ้นทะเบียนร่วมกันในครั้งนี้ก็ทำไม่ได้ เพราะไทยไม่มีเอกสาร เพราะไม่ได้เตรียมพร้อม" นายอดุล ระบุ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
