หมอผีเขมรรวมพลังทำไสยศาสตร์กดดวงเมืองไทย ไม่ให้ต่อกรขอคืนเขาพระวิหารและเกาะกูด ในวันอาถรรพ์สุริยุปราคา พระอาทิตย์อมจันทร์ 1 ส.ค. นี้ ด้านนายกสมาคมโหรไทย ชี้ไม่สามารถทำได้ แนะประชาชนอย่าหวาดวิตก ส่วนหมอไสยศาสตร์ไทยยันมีการทำพิธีใหญ่จริงเขมรเอาจริงกดดวงเมือง
นายสมาน สีงาม แกนนำกลุ่มธรรมยาตรา เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวออกมาจากทาง จ.พระวิหาร ประเทศกัมพูชาว่า จะมีหมอผีเขมรประกอบพิธีทางไสยศาสตร์เพื่อกดดวงเมืองไทย ไม่ให้เงยหัวมาต่อกรขอคืนเขาพระวิหารและเกาะกูด ในวันอาถรรพ์สุริยุปราคา พระอาทิตย์อมจันทร์ 1 สิงหาคม 2551 ซึ่งตรงกับวันศุกร์แรม 15 ค่ำ เดือน 8 ตรงกับวันพระ ตามคำทำนายทางโหราศาสตร์ถือเป็นวันอาถรรพ์ คือ เป็นวันที่พระอาทิตย์อมจันทร์ หรือสุริยุปราคา จะเกิดขึ้นในเวลา 17.11 น.เป็นต้นไป และอาจจะกินไปจนถึงเวลา 21.00 น.
เวลาดังกล่าวจะมีหมอผีเขมรที่เก่งทางด้านดาราศาสตร์ ไสยศาสตร์ จะร่วมกันทำพิธีให้ประเทศไทยอ่อนลงด้วยนานาประการ หรือเกิดความอ่อนแอทุกด้าน ทั้งผู้ครองประเทศและกำลังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองดูแลอยู่ในแผ่นดินไทย โดยจะไปกระทำพิธีกดดวงประเทศ ดวงแผ่นดิน และดวงอำนาจ กลางใจปราสาทเขาพระวิหารในวันดังกล่าว ขณะที่เกิดพระอาทิตย์อมจันทร์
นายสมาน กล่าวว่า มีกระแสข่าวว่า มีกลุ่มคนระดับผู้ใหญ่ของประเทศกัมพูชา และพระผู้ใหญ่ เดินทางมาที่วัดศีรีสุสไว หรือวัดแก้วสิกขเรศวร แปลว่า วัดปราสาทพระวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของปราสาทพระวิหาร อยู่ระหว่างพื้นที่พิพาท ไทย-กัมพชา ในวันที่ 31 ก.ค. แล้ว เชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการทำพิธีดังกล่าว
ด้านนายธนกร สินเกษม นายกสมาคมโหรแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า วันคลาส ซึ่งหมายถึงวันสุริยุปราคา ในทางโหราศาสตร์ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ทางหมอผีเขมรจะมาทำอะไรเกี่ยวกับในทางไสยศาสตร์กับเมืองไทยไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นดวงประเทศใครประเทศมัน อีกทั้งเมืองไทยเองมีสิ่งศักดิ์สิทธิคู่บ้านคู่เมือง อย่างพระสยามเทวาธิราช ปกปักรักษาเมืองอยู่ ดังนั้นในทางโหรศาสตร์ไม่มีทางที่จะกดอะไรเมืองไทยได้
ความเชื่อที่ว่าเมื่อเกิด คลาส ปรากฏครั้งใด ก็จะเกิดอาเพศ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นทุกครั้งเสมอไป ฉะนั้นอย่าไปหวาดวิตกมาก เพราะเป็นความเชื่อเท่านั้น และเท่าที่ติดตามการเกิดสุริยุปราคา หรือราหูอมจันทร์ เกิดอาเพศน้อยมาก จึงไม่ใช่มาตรฐานจะมาทำอะไรประเทศไทยได้ แต่ถ้าเลือกทำเป็นรายบุคคล หรือหากมีการจับผูกดวงกับนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ก็อาจจะทำได้ เพราะทางเขมรมีความเชี่ยวชาญเรื่องเหล่านี้ โดยวิธีการทำก็จะมีการเก็บเส้นผม หรือปั้นหุ่น อย่างที่เคยชมในภาพยนตร์ ดังนั้นทางสมาคมโหรศาสตร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ขอยืนยันว่า หมอผีเขมรไม่สามารถที่จะทำอะไรประเทศไทยได้
"ส่วนการแต่งกายชุดเหลือง เพื่อเป็นการแก้เคล็ด ในวันดังกล่าวตลอดทั้งวันจนกว่าพระอาทิตย์จะคายพระจันทร์ออกมาจนหมด และปฏิบัติตามประเพณี ด้วยการตีปี๊บ ตีกะลา และส่งเสียงอึกทึกเพื่อให้พระอาทิตย์คายพระจันทร์อย่างรวดเร็ว และถ้ามีการร่วมจิตร่วมใจกันทำได้เช่นนี้ก็จะแก้อาถรรพ์ได้ระดับหนึ่ง เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการแก้เคล็ดแต่อย่างใด แต่หากเป็นการสวมเสื้อเหลืองเพื่อเทิดทูลองค์ราชัน และถวายสักการะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี "นายธนกร กล่าว
ด้านนายจีน ทิพวรรณ อายุ 47 ปี หมอไสยศาตร์ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า การที่เขมรจะทำพิธีไสยศาสตร์ตนเชื่อว่าทำได้ เพราะกรรมวิธีในการทำจะมีการรวบรวมหมอผี ที่เก่งทางด้านดาราศาสตร์ และไสยสาสตร์ มาทำพิธีบริกรรมคาถาให้บุคคลที่จะเข้ามาเจรจาในเรื่องเขาพระวิหารให้คล้อยตาม และอ่อนท่าทีลง เชื่อตามที่ทางกัมพูชาพูด ซึ่งก่อนที่คณะรัฐมนตรีของไทยจะเข้าไปเจรจา ทางกัมพูชาจะเช็คว่ามีใครที่จะเข้าร่วมเจรจาบ้าง จากนั้นก็จะเสกคาถา ปั้นหุ่นบุคคลและสลักคาถากำกับ ให้บุคคลที่เดินทางมาเจรจาหลงกล
เรื่องนี้ต้องยอมรับชาวเขมรเก่งในเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะในการสะกดวิญญาณ ถึงแม้ผู้ที่อยู่ไกลถึงต่างแดนก็หลงเชื่อและกลับมาหาคนที่ว่าจ้างให้ทำได้ แต่จะทำการสะกดดวงประเทศไทยคงทำไม่ได้เพราะประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอยู่มาก แต่หากมีการทำไสยศาสตร์เป็นรายบุคคลเรื่องนี้ก็ช่วยได้ยากเพราะทางเขมรจะมีการทำพิธีอยู่ตลอดเวลา ถึงแก้ก็จะกลับมาเป็นอีก แม้กระทั่งตนเองยังไม่สามารถที่จะสู้คาถาอาคมของเขมรได้เลย ทั้งที่วิชาที่ตนเรียนมาก็เรียนมาจากเขมร
สำหรับในวันอาถรรพ์สุริยุปราคา พระอาทิตย์อมจันทร์ 1 สิงหาคม 2551 ซึ่งตรงกับวันศุกร์แรม 15 ค่ำ เดือน 8 ตรงกับวันพระ ทางเขมรจะมีการทำพิธีจริง เพราะเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งเป็นวันที่หมอเขมรนิยมทำพิธีทางไสยศาสตร์ ในการทำพิธีจะมีการรวบรวมหมอไสยศาสตร์เขมร มาร่วมกันทำพิธี โดยการถวาย ไก่ หัวหมู ของคาว ของหวานพร้อมพานพุ่มดอกไม้บูชาชุดใหญ่ แล้วบริกรรมคาถาเพื่อบวงสรวง สะกดจิตคนที่จะเข้ามาเจรจากับผู้นำกัมพูชา
ด้านนายประภากร โล่ทองคำ นักวิชาการประจำโปรมแกรมวิชาจิตวิทยาและการแนะแนว มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า ในทางจิตวิทยาต้องอาศัยข้อมูลที่มีตัวตน เรื่องนี้ไม่มีผลต่อการทำลายประเทศไทย แต่จะมีผลต่อความรู้สึกของประชาชน ซึ่งหากเป็นประชาชนชาวกัมพูชา จะมีความรู้สึกที่พอใจและสะใจ แต่หากเป็นประชาชนชาวไทยมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม และแสดงความเป็นปรปักษ์ ทั้งที่เป็นเพื่อนบ้านกัน ดังนั้นการทำพิธีทางไสยศาสตร์ ที่ชาวไทยหลายคนยังเชื่อเรื่องดวง โชคชะตา ซึ่งหากมีการทำพิธีจริงก็เปรียบเสมือนเป็นการกวนน้ำให้ขุ่น และการทำพิธีกรรมเช่นนี้ไม่ทราบว่ามีรัฐบาลของกัมพูชาอยู่เบื้องหลังหรือไม่ และการกระทำเช่นนี้เป็นการปลุกกระแสรักชาติให้เกิดเป็นค่านิยม
หากผู้นำกัมพูชาปลุกกระแสความเป็นชาตินิยม จนประชาชนอยู่ร่วมกันไม่ได้ มีการทะเลาะวิวาทกันระหว่างของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ ก็จะเกิดผลเสียอย่างมาก เพราะประเทศไทย และกัมพูชา เป็นเพื่อนบ้านกันมีอาณาเขตติดกัน ดังนั้นจึงไม่ควรให้มีการทะเลาะกันเกิดขึ้นเพราะต้องอยู่ร่วมกันระยะยาว
การทำพิธีเช่นนี้ จะส่งผลกระทบทำให้อารมณ์ของประชาชนเกิด ทั้งที่ผลการสาปแช่งจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม แต่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะเปลี่ยนไปแน่นอนนายประภากรกล่าว
นายประภากร กล่าวว่า การกระทำเช่นนี้จะสร้างความพอใจให้กับประชาชนกัมพูชาอย่างแน่นอน และเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่สำหรับคนไทยไม่เห็นด้วยกับกระบวนการเหล่านี้แน่นอน ดังนั้นคนในประเทศจะต้องหยุดทะเลาะกัน ต้องมองเป้าหมายของประเทศให้สูงกว่าที่ผ่านมา ซึ่งหากยังทะเลาะกันอยู่ ต่างฝ่ายต่างมองตัวเองดีอย่างนี้ก็จะยิ่งทำให้ประเทศถอยหลังลง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
