ไม่รู้บริโภคข่าวสารมากจนเกินไปหรือเปล่า เลยทำให้ทุกเช้าวันอาทิตย์ ต้องได้ยินได้ฟังเรื่องใหม่ ที่ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงจนถึงการด่าทอ นายกฯ สมัคร สุนทรเวช บนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอาทิตย์ล่าสุดนึกว่าจะไม่มีเหตุเสียแล้ว แต่ก็เป็นเรื่องขึ้นจนได้
นายกฯ ชอบชิม ไปค้นรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ขึ้นมา โจมตีกลุ่มพันธมิตร
แถมยังร่างไว้เสร็จสรรพ
เช้าวันจันทร์ ยังมีเวลาว่างมากพอที่จะเอาต้นร่างแก้ไขมาตรา 63 ให้ พล.ต.อ.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกรัฐบาล มาแจกสื่อที่ทำเนียบ
บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธโดยไม่มีการสร้างข้อมูลเท็จเอามากล่าวหา ไม่ปลุกระดมประชาชนให้หลงผิด ไม่ใช้สื่อโฆษณาชวนเชื่อ ไม่บังคับและไม่จ้างวานกลุ่มบุคคลใดๆ ให้มาร่วมชุมนุม
จากเดิมที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เขียนไว้ให้สิทธิ-เสรีภาพประชาชนไว้ในมาตรา 63 ว่า
บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่ง จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยตามอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะในกรณีการชุมนุมสาธารณะ และเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม หรือในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือประกาศใช้กฎอัยการศึก
ไม่อยากถามว่า เสนอมาอย่างนี้ใครจะให้แก้ แต่อยากให้เปรียบเทียบกันเอาเองแล้วกันว่าของย สมัคร หรือของที่มีอยู่ อย่างไหนเป็นประชาธิปไตย อย่างไหนใกล้เคียงกับเผด็จการ
แต่ที่แน่ๆ แวดวงพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่เคยคิด ไม่เคยรู้มาก่อนว่ารัฐบาลคิดจะแก้ไขมาตรานี้
นอกจากการ ปิดจ๊อบ แก้ไขมาตรา 237 และมาตรา 309 ให้เรียบร้อย
เสร็จจากรายการ นึกว่าอารมณ์จะรักษาระดับ และคงที่...ที่ไหนได้ ไปตลาด อ.ต.ก. ก็ด่ากราดสื่อ เลวทรามต่ำช้า ทุเรศ
แถมยังย่างสามขุมเข้ามาทำท่าจะเอาเรื่อง จนช่างภาพ-นักข่าวทีวี ต้องถอยกรูด
ไม่รู้ไปกินรังแตนที่ไหนมา
หรือว่าเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ที่ตั้งคณะที่ปรึกษาคณะรัฐมนตรีขึ้นมานั้น เป็นการนำพาชาติบ้านเมืองเข้าสู่ความเสี่ยง
เพราะคนที่ตั้งมาสามารถร่วมประชุม ครม. มีสิทธิซักถามเสนอแนะ
ถึงแม้ ดร.โกร่ง ยืนยันจะไม่ซัก ไม่เสนอแนะก็ตาม
แต่การที่ ลูกจ้างเอกชน ได้เข้าไปอยู่ใน ครม.ที่ถือว่า ลับสุดยอด แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น
ลำพังชาวบ้านร้านตลาดเขาก็จ้องจับตาไม่กะพริบ เพราะกลัวว่ารัฐบาล-รัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง จะไปแสวงหาผลประโยชน์ทับซ้อนกันอยู่แล้ว ยังจะเอาลูกจ้างเอกชนมาล้วงตับ รู้ความลับ รู้นโยบาย ก่อนใครๆ บ้านเมืองมันจะไม่ย่ำแย่ไปกว่านี้หรือ
ไม่เคยได้ยินเลยหรือที่เขาพูดๆ ว่า ข่าวสารคืออำนาจ
การเข้าถึงข่าวสารที่ใน ครม.ก็ต้องเรียกว่า ลึกจนถึงกึ๋น นั่นก็คือ อำนาจที่เราไม่รู้ว่า ลูกจ้างเอกชน จะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรอีก นอกเหนือจากเป็น กุนซือ ให้คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ
แล้วก็ไม่รู้ได้เลยว่า จะเอานโยบายบริษัทเอกชนมาชี้นิ้วสั่งการให้ ครม.พิศวงงงงวย จนออกนโยบายเอื้อให้เอกชนสบายแฮ อยู่เจ้าเดียว
ยิ่งเป็น ลูกจ้างเอกชน ที่เคยให้คำปรึกษารัฐบาลทักษิณมาด้วยแล้ว ถ้าคนเชียร์ก็ต้องเรียกว่า วัวเคยขา ม้าเคยขี่ แต่ถ้าคนระแวง ก็คงจะนอนตาไม่หลับ
ปัญหาก็คือว่า เมื่อลูกจ้างเอกชนไม่ยอมลาออกจากงานเดิม
เกิดมีข้อผิดพลาด มีการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ไปเอาเปรียบคนอื่นทางธุรกิจ ตรงนี้ ใครจะรับผิดชอบ
เพราะโดยส่วนตัว ลูกจ้างเอกชน ก็ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่นักการเมือง
ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ไม่มีส่วนใดเลยที่พอจะเรียกได้ว่า ยึดโยงกับประชาชน
อย่าบอกเชียวนะว่าคนที่ชื่อ สมัคร สุนทรเวช จะรับผิดชอบ
ลำพังตัว สมัคร เองที่เคย ผิดพลาด มา ก็ไม่เห็นจะแสดงท่าทีอย่างไร
อย่างที่บอกว่า จะปราบม็อบ จะสลายม็อบ จนทำให้ม็อบยืดเยื้อทุกวันนี้ ก็เห็นยังเฉยๆ
ที่เคยบอกว่า จะแก้รัฐธรรมนูญ 3-4 เดือนสุดท้ายก่อนครบเทอม อยู่ไปแค่ 3 เดือน ก็จะเดินหน้าแก้ไข จนทำให้ความขัดแย้งลุกฮือขึ้นทั่วประเทศ ก็เห็นโยนบาปให้กลุ่มพันธมิตร ว่าลุกขึ้นมาสร้างความวุ่นวาย
ดูแล้ว ต้มยำกุ้ง ปี 2540 มันยังจะน้อยไปแน่ๆ ถ้าหากรัฐบาลยังดึงดัน ทำหน้ามึนเดินลุยไฟ หาเรื่องร้อนเรื่องใหม่กลบข่าวเป็นรายอาทิตย์อยู่อย่างนี้
ศรายุทธ สายคำมี
รายการคมชัดลึกตอน-ม.6คลั่งฆ่า Taxi เลียน GTA
คดีสะเทือนขวัญเด็กหนุ่มวัย 19 ปี ก่อคดีฆาตกรรมคนขับรถแท็กซี่ โดยอ้างว่าเป็นการเลียนแบบเกมคอมพิวเตอร์ GTA สร้างความตกตะลึงให้สังคมเป็นอย่างยิ่ง รายการคมชัดลึก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
