คะแนนข่าว ขนาดตัวอักษร ก ก ก เตช บุนนาค หารือกับ ผบ.เหล่าทัพ ก่อนชงเรื่องเข้า ครม.อนุมัติ ส่งชุดทำงานไปเจรจากับกัมพูชาให้ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่พิพาทจำนวนเท่า ๆ กัน ระบุ ขรก.ถูกฟ้องกันเป็นแถว จนทำให้ทหารเกรงจะถูกฟ้องทำผิด ม.190 ของรัฐธรรมนูญ เลยต้องผ่านการพิจารณาของ ครม.ก่อน ทั้งที่ทหารสั่งถอนกำลังเองได้ ส่วนเขมรเจ้าเล่ห์ไม่เลิกสมเป็นลูกหลานพระยาละแวกส่งทหาร 70 คน บวชเป็นพระเข้าไปจำวัดใกล้ปราสาทพระวิหาร อีกทั้งส่งกองกำลัง พร้อมกับสื่อทุกแขนงรุกล้ำดินแดนไทยเพื่อถ่ายภาพหลักเขตสีแดงที่ปราสาทตาเมือนชายแดน จ.สุรินทร์ หวังนำไปเรียกร้องฮุบโบราณสถานอีกแห่ง ทั้ง ๆ ที่แนวสันปันน้ำกั้นเขตแดนไว้ชัดเจนว่าอยู่ในพื้นที่ของไทย นอกจากนั้น รองผบ.หน่วยตระเวนชายแดนของกัมพูชายังให้สัมภาษณ์สื่อนอกออกข่าวทั่วโลกกล่าวหาไทยส่งกำลังทหารเข้าไปยึดพื้นที่ก่อน ด้านคนไทยรักชาตินำคนทำพิธีบวงสรวงเทพเจ้าที่หน้าสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยแบบเดียวกับเมียฮุนเซน กรณีปราสาทพระวิหารที่กัมพูชาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยังคงเป็นปัญหาข้อพิพาทกันอยู่กับไทยเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม.รอบ ๆ ปราสาทพระวิหาร จนทั้งสองประเทศต้องส่งกำลังทหารเข้าประจำการรักษาพื้นที่ที่ต่างฝ่ายอ้างเป็นของตัวเอง แม้ว่าทางรัฐบาลไทยกับกัมพูชาพยายามเจรจาหาทางออก แต่ยังไม่เป็นผลสำเร็จ ล่าสุด ท่านผู้หญิงบุนรานีย ฮุนเซน ภริยาสมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ขึ้นไปบนปราสาทพระวิหารบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวันที่เกิดสุริยุปราคา เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเสริมสิริมงคล และเพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข โดยทางโหรไทยระบุว่า เป็นพิธีกดดวงเมือง ซึ่งไม่ส่งผลกระทบอะไรกับประเทศไทย ตามที่เสนอข่าวไปให้ทราบนั้น สมัคร อัดปชป.แต่ชู นพดลต่อมา เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 3 ส.ค. นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ตอบคำถามของประชาชนกรณีปัญหาปราสาทพระวิหารในรายการสนทนาประสาสมัครที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ที่เขียนมาถามว่า มีความเห็นอย่างไรที่มีคนเขียนบทความแสดงความเห็นว่าเอกสารที่มีความสำคัญกลับถูกระงับไม่ให้ไปใช้ แต่รมช.ต่างประเทศเมื่อ 8 ปีก่อน ไปเซ็นรับรองเอกสารที่เคยมีปัญหาเสียดินแดนมาแล้วกลับไม่มีใครว่าอะไร โดยนายกรัฐมนตรีตอบว่า เรื่องนี้เราว่าอะไรไม่ได้ เพราะถ้าเป็นรัฐบาลเขาต้องสับต้องโขก แต่อยากชี้แจงว่าสิ่งที่ นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ ไปตกลงกันไว้ที่ปารีสว่าจะขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทพระวิหาร เอกสาร ชิ้นนี้เพิ่งจะมีคนเห็นว่าเป็นเอกสารดี มีความสำคัญ แต่ก่อนหน้านี้กลับด่าทอว่ากล่าวกันจนเกิดเหตุล่อกันอยู่ทุกวันนี้ จนแทบจะต้องยกทัพมารบกัน แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าเมื่อปี 2543 รมช. ต่างประเทศที่สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ไปลงนามโดยใช้เอกสารที่เคยมีปัญหามาแล้วเมื่อ 45 ปีที่แล้ว กลับไม่เป็นอะไร เมื่อเหตุการณ์ตึงเครียดกันแบบนี้ก็เงียบกันไปหมด
เรื่องนี้ผมต้องปล่อยไปตามธรรมชาติ ผมขอใช้คำพังเพยเฉพาะตัว ซึ่งแต่ก่อนเขาบอกว่าทำดีเป็นศรีแก่ตัว ทำชั่วก็อัปราชัย แต่คติพจน์ของผมเวลานี้ อย่างเรื่องที่นพดลทำเขาเรียกว่าทำดีอัปรีย์กินหัว ถ้าคนทำชั่วอย่างไปเซ็นไว้อย่างนั้นมีคนช่วยปกป้องให้ ไม่มีคนพูดถึงเลย เดี๋ยวนี้เมืองไทยมันเป็นอย่างนี้ นายสมัคร กล่าว ไม่ส่งเมียไปแจกของให้ทหาร
นายสมัคร ยังได้ตอบโต้รายการลับลวงพราง โดยระบุว่า ผบ.ทบ.ได้ดูแลเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณพรมแดนไทย-กัมพูชาเป็นอย่างดี แต่ตนจะไม่ส่งให้คุณหญิงสุรัตน์ สุนทรเวช ภรรยาของตนขึ้นไปส่งของให้ทหารเช่นเดียวกับภรรยาของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา เพราะทหารเขาดูแลกันเองได้ ไม่มีปัญหา ตนจะไม่ทำบุญเอาหน้าภาวนากันตาย ปชป.โต้นพดลลงชื่อยอมรับ
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายสมัคร กล่าวผ่านรายการ สนทนาประสาสมัคร ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีว่าเมื่อปี 2543 รมช.ต่างประเทศจากพรรคประชาธิปัตย์ไปลงนามในบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู)ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ซึ่งใช้เอกสารที่มีปัญหา จนเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งกรณีข้อพิพาทเขาพระวิหารว่า เป็นการพูดบิดเบือนและใส่ร้ายป้ายสี แต่ข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนว่ารหัสแผนที่ที่เป็นปัญหาเป็นแผนที่คนละฉบับกับที่อยู่ในเอ็มโอยูระหว่างไทย-กัมพูชาปี 2543 เพราะเอ็มโอยูดังกล่าวแนบแผนที่ตามสนธิสัญญาข้อตกลงระหว่างประเทศ และในทุกครั้งที่มีการประท้วงเรื่องอธิปไตยเหนือเขตแดนเขาพระวิหาร ทุกรัฐบาลก็ใช้แผนที่ที่แนบเมื่อปี 2543 ซึ่งองค์กรระหว่างประเทศและศาลโลกให้การยอมรับ แต่แผนที่ที่มีปัญหาซึ่งเป็นฉบับแนบกับแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชานั้น ฝ่ายไทยได้ปฏิเสธมาโดยตลอด แต่ย ย ย มีเพียงกัมพูชาประเทศเดียวที่ยอมรับ และนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ที่ลงนามในข้อตกลงยอมรับตามกัมพูชา ผบ.เหล่าทัพหารือปรับกำลัง
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ได้มีการหารือระหว่างผู้บัญชาการเหล่าทัพและ นายเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทั้ง 2 ฝ่ายมีข้อสรุปร่วมกันเกี่ยวกับเรื่องการปรับกำลังทหารภายในพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร ทั้งนี้ จะมีการนำข้อสรุปดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในวันอังคารที่ 5 ส.ค.นี้เพื่อพิจารณาให้ ครม.อนุมัติในหลักการเพื่อให้ถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าไม่มีการให้ ครม.อนุมัติ อาจจะทำให้เกิดปัญหาว่าทหารไทยไปปรับกำลังเอง ทำให้ทหารถูกฟ้องที่ทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 จนอาจนำไปสู่ถูกฟ้องในคดีอาญาได้ เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้ากรมแผนที่ทหารยังถูกฟ้องร้องมาแล้ว ทำให้ปัจจุบันข้าราชการไม่ค่อยจะมีใครกล้าพูด กล้าทำอะไรแล้ว เพราะกลัวโดนฟ้องศาลกันหมด ที่ผ่านมาหากใครพูดมากจะโดนกลุ่มพันธมิตรฯเขม่นและฟ้องร้องเอา ตอนนี้ทุกฝ่ายจึงพูดกันน้อยลงจึงปลอด ภัยจากการถูกฟ้อง ซึ่งหาก ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอทางกระทรวงการต่างประเทศและผบ.เหล่าทัพจะจัดคณะทำงานไปหารือกับกัมพูชาภายใน 1-2 วันทันที เขมรให้ทหารปลอมเป็นพระ
ในส่วนของการปรับกำลังทหารนั้น แหล่งข่าวทางทหารระบุว่า กัมพูชาปรับกำลังทหารเท่าไหร่ เราก็จะปรับเท่านั้น ต้องทำให้เท่ากันเพื่อไม่ให้มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน ถ้าเขาไม่ปรับเราก็ไม่ปรับ นอกจากนั้นกัมพูชายังใช้แผนลวงให้ทหารบวชเป็นพระเข้าไปจำวัดใกล้ปราสาทพระวิหาร โดยเรามีหลักฐานชี้ชัดว่าเดิมวัดแห่งนี้มีพระภิกษุอยู่แค่ 4 รูป แต่ปัจจุบันกลับมีพระภิกษุจำวัดอยู่ถึง 70 รูป พระแต่ละรูปล้วนรูปร่างใหญ่มีกล้ามเป็นมัด ๆ ดังนั้นถ้ามีการปรับกำลังเขาต้องเอาพระเหล่านั้นออกไปด้วย ถ้าไม่เอาออกเราก็ไม่ปรับกำลังออกเช่นกัน ขอร้องอย่ามาเล่นตุกติกกับเรา แม่ทัพภาค2ตรวจเยี่ยมทหาร
เมื่อเวลา 11.50 น. วันเดียวกันนี้ พล.ท.สุจิตร สิทธิประภา แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พล.ต.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 และคณะนายทหารจากกองทัพภาคที่ 2 ค่ายย ย สุรนารี จ.นครราชสีมา ได้เดินทางขึ้นตรวจเยี่ยมสร้างขวัญกำลังใจให้ทหารไทยที่ตรึงกำลังเผชิญหน้ากับทหารกัมพูชา ที่วัดคีรีสุขสวายเรี๊ยะ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพื้นที่พิพาท เชิงเขาพระวิหาร ห่างจากทางขึ้นปราสาทพระวิหาร ไปทางทิศตะวันออก 200 ม. พร้อมทั้งนำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวนมากมอบให้กับทหารไทยที่ตรึงกำลังอยู่ชายแดนไทย-กัมพูชา ต.เสาธงชัย อ.กันทรย ย ย ลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยมี พ.อ.ชยันต์ หวยสูงเนิน รอง ผบ.กกล.สุรนารี เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อนำเอาไปแจกจ่ายให้กับทหารไทยต่อไป จับมือกับผู้บังคับบัญชาของเขมร
ขณะเดียวกัน พล.ท.สุจิตร แม่ทัพภาคที่ 2 ได้พบปะพูดคุยกับ พล.ท.ซรัย ดึ๊ก ผบ.พลสนับสนุนที่ 12 ประเทศกัมพูชา และคณะนายทหารกัมพูชา ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังทหารกัมพูชา ที่บริเวณวัดคีรีสุขสวายเรี๊ยะ ซึ่งกองกำลังทหารทั้ง 2 ประเทศ จำนวนนับพันนายกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ พร้อมทั้งจับมือกับ พล.ท.ซรัย ดึ๊ก และนายทหารระดับสูงของกัมพูชาหลายคน เพื่อแสดงความเป็นมิตรที่ดีต่อกันด้วย นำสิ่งของจากนายกฯมอบทหาร
แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า การเดินทางมาในครั้งนี้เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติภารกิจของทหารกองกำลังสุรนารี และรับทราบสถานการณ์ในพื้นที่ รวมทั้งเป็นตัวแทน นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นน้ำใจความห่วงใยจากนายกรัฐมนตรีมามอบให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจรักษาพื้นที่และเฝ้าตรวจชายแดนด้านปรา สาทพระวิหารเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ทหารไทยทุกคน ซึ่งแม้ว่าทหารทั้งสองประเทศ จะยังคงวางกำลังเผชิญหน้ากันอยู่เช่นเดิม แต่ไม่มีความตึงเครียดแต่อย่างใด เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันของหน่วยทหารในพื้นที่ หากมีการปรับกำลังทหารเมื่อใดนั้น จะต้องรอคำสั่งจากหน่วยเหนือ ซึ่งทหารไทยทุกคนพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งทันที เขมรหวังฮุบปราสาทอีกแห่ง
ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวจากกองกำลังสุรนารีแจ้งว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีทหารกัมพูชา นำโดย พล.ต. เนี๊ยะวง รองผู้บัญชาการทหารภูมิภาคที่ 42 จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา พร้อมอาวุธครบย ย มือ 100 นาย และสื่อมวลชนของกัมพูชาทุกแขนงกว่า 20 คน พยายามจะลอดรั้วลวดหนามที่ทหารพรานหน่วยจู่โจมที่ 960 ฐานปราสาทตาเมือน ที่วางกำลังไว้ตามช่องชายแดนปราสาทตาเมือน ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เข้ามาเพื่อบันทึกภาพบริเวณตัวปราสาทตาเมือนธม และกลุ่มปราสาทตาเมือนตู๊จ ที่อยู่ในเขตแดนของไทยเอาไปเป็นข้อมูลทางทหารของกัมพูชา พร้อมกับตรวจสอบหลักเขตแดนสีแดงที่ทหารกัมพูชาลักลอบนำเข้ามาปักไว้ตอนงานเยี่ยมเยือนปราสาทตาเมือนเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อกัมพูชาจะนำไปใช้เป็นข้อมูลเรียกร้องทวงคืนปราสาทตาเมือนเช่นเดียวกับปราสาทพระวิหาร เพราะกัมพูชาอ้างว่าปราสาทตาเมือนอยู่ในพื้นที่ของกัมพูชาตามแผนที่ของฝรั่งเศสที่ยึดถือมานานแล้ว แต่ไทยเข้าไปยึดครองและบูรณะสร้างถนนเอามาเป็นของตัวเอง ทหารไทยเบรกต้องถอยกลับ
แต่ทหารพรานของไทยไม่ยอมให้กองกำลังของกัมพูชารุกล้ำเขตแด นเข้ามาในพื้นที่ พร้อมกับขอร้องให้กองกำลังกัมพูชาประสานงานกับรัฐบาลของทั้งสองประเทศให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับกองกำลังของกัมพูชาเป็นอย่างยิ่ง โดยกองกำลังกัมพูชาได้เตรียมพร้อมประทับอาวุธพร้อมที่จะยิงถล่มกับทหารพรานของไทยทันที ทำให้ทหารพรานต้องวิทยุขอให้กองกำลังสุรนารีส่งกำลังพร้อมกับอาวุธหนักเข้ามาเสริมในพื้นที่ปราสาทตาเมือน ทำให้กองกำลังกัมพูชาล่าถอยกลับไป เสริมกำลังทหารตรึงชายแดน
อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้กองกำลังสุรนารี สั่งระดมกำลังทหาร พร้อมกับปืนใหญ่เข้าไปในพื้นที่ปราสาทตาเมือน โดยมีการวางกำลังรอบ ๆ ปราสาท และบริเวณแนวชายแดนที่มีพื้นที่ติดกับประเทศกัมพูชา เพื่อเฝ้าระวังดูเหตุการณ์ไม่ให้ทหารกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยอย่างเด็ดขาด ปราสาทสร้างด้วยหินศิลาแลง
สำหรับปราสาทตาเมือนนั้น เป็นปราสาทที่ก่อสร้างด้วยหินศิลาแลง แกะสลักสวยงามคล้ายปราสาทพระวิหาร แต่ปราสาทตาเมือน มีอยู่ 3 หลัง ห่างกันหลังละ 500 เมตร หลังแรกเป็นปราสาทตาเมือนตู๊จ ใช้เป็นที่รักษาโรคภัยไข้เจ็บ หลังที่ 2 เป็นปราสาทที่พักระหว่างทาง มีสระบารายรอบปราสาท และหลังที่ 3 เป็นปราสาทตาเมือนธม ใช้สำหรับบูชาเทพเจ้า สร้างด้วยหินศิลาแลง หันหน้าไปทางทิศใต้ ช่องประตูสร้างแบบจัตุรมุข และหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์ มีศิลปะที่สวยงามเป็นอย่างมาก ปัจจุบันทรุดโทรมลงมาก กรมศิลปากรจะบูรณะให้กลับย ย สู่สภาพเดิมเมื่อปี 2541 แต่กัมพูชาประท้วง จึงชะลอการซ่อมแซมบูรณะไว้ ปัจจุบัน อบต.ตาเมียง ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาชม ชี้อยู่ในพื้นที่ของไทยแน่นอน
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบแนวเขตแดนพบว่า บริเวณปราสาทตาเมือนตั้งอยู่บนเนินเขา ห่างจากตัวปราสาทไป 1.5 กม. จะมีแนวสันปันน้ำกั้นเขตแดนก่อนที่จะเป็นพื้นที่ลาดต่ำลงไปยังฝั่งกัมพูชา ซึ่งพื้นที่ตั้งของตัวปราสาททั้งหมดเป็นของไทยอย่างแน่นอน เขมรโวยไทยยึดปราสาทอีก
ด้านสำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงพนมเปญประเทศกัมพูชาในวันเดียวกันนี้ว่า พล.ต.ซิม โสกาห์ รองผู้บังคับการหน่วยตระเวนชายแดนของกองทัพกัมพูชาให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมามีทหารไทยประมาณ 70 คนบุกเข้าไปยึดปราสาทตาโมนธม ซึ่งมีอายุเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 และอยู่ในพื้นที่ฝั่งกัมพูชาบริเวณแนวชายแดนด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชา โดยทหารไทยรุกเข้าไปในรัศมี 80 เมตร ของปราสาทดังกล่าวแล้วยังห้ามไม่ให้ทหารกัมพูชาเข้าไปในบริเวณดังกล่าว ซึ่งก็มีทหารกัมพูชา 40 คนอยู่ใกล้ ๆ กัน นอกจากนั้นทหารไทยยังบอกว่าจะถอนกำลังออกไปก็ต่อเมื่อสามารถแก้ไขข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ทับซ้อนของปราสาทพระวิหารได้สำเร็จแล้ว อย่างไรก็ตาม ทหารกัมพูชาได้รับคำสั่งให้อดกลั้นอย่างถึงที่สุดและรอฟังคำสั่งจากรัฐบาลเท่านั้นในการแก้ปัญหา ส่วนทางฝ่ายไทยโดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ นายธฤต จรุงวัฒน์ กล่าวปฏิเสธรายงานข่าวของกัมพูชาว่า ไม่มีการเคลื่อนกำลังทหารของฝ่ายไทยแต่อย่างใด บัวแก้วโต้กลับสุรเกียรติ์
นายธฤต อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวด้วยว่า จากกรณีที่ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อาจารย์พิเศษคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะอดีตรมว.ต่างประเทศ ได้เขียนบทความลงในสื่อ และแสดงความคิดเห็นในการสัมมนาที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ซึ่งได้มีการเสนอแนะให้กระทรวงการต่างประเทศ คัดค้านหนังสือของกัมพูชาที่ส่งถึงองค์กรต่าง ๆ ขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อป้องกันไม่ให้ทำลายน้ำหนักของไทยในการต่อสู้คดี ถ้ามีการฟ้องร้องกันในศาลโลกอีกครั้ง ทางกระทรวงฯขอชี้แจงว่า ได้พยายามทุกวิถีทางในการตอบโต้การทูตเชิงรุกของกัมพูชา และโต้แย้งข้อกล่าวอ้างของกัมพูชาทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษรในทุกเวทีและทุกโอกาส โดยเฉพาะเวทีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซี) ยันรายงานยูเอ็นเอชซีตลอด
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ไทยได้มีหนังสือแจ้งให้ยูเอ็นเอชซีทราบถึงพัฒนาการเชิงบวกของปัญหาอย่างต่อเนื่องซึ่งรวมถึงแจ้งผลการประชุมระดับ รมว.ต่างประเทศไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ไทยและกัมพูชาต่างพอใจกับผลการประชุมและตกลงที่จะมีการประชุมอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ย ดังนั้น พัฒนาการในเชิงบวกที่มีมาอย่างต่อเนื่องย น่าจะส่งผลให้ข้ออ้างของกัมพูชาที่ระบุว่าปัญหาระหว่างทั้ง 2 ประเทศเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาคนั้น มีน้ำหนักลดลงไป อย่างไรก็ตามทางกระทรวงฯจะเดินหน้าทางการทูตต่อไปอย่างแข็งขันเพื่อปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของประเทศและส่งเสริมการแก้ปัญหาใด ๆ ระหว่างไทยกับกัมพูชาด้วยสันติวิธี วรัญชัย นำคนบวงสรวงเทพเจ้า
เมื่อตอนบ่ายวันเดียวกันนี้ นายวรัญชัย โชคชนะ แกนนำกลุ่มคนไทยผู้รักชาติ พร้อมพวกจำนวนหนึ่ง ได้นำนักปฏิบัติธรรมจาก อ.สุวรรณย ภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ไปทำพิธีบวงสรวงเทพเจ้าที่บริเวณหน้าสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ถนนรัชดา ภิเษก แขวงและเขตวังทองหลาง หลังจากเสร็จพิธีบวงสรวงเทพเจ้า นายวรัญชัย เปิดเผยว่าย การทำพิธีบวงสรวงเทพเจ้าครั้งนี้ เพื่อต้องการให้ชาวไทยกับชาวกัมพูชาเกิดความสงบสุข มีความรักความสามัคคีกัน และให้ทั้งสองประเทศมีความเจริญก้าวหน้าไปพร้อม ๆ กัน รวมทั้งให้ปัญหาปราสาทพระวิหารยุติลงอย่างสันติ ไม่ได้เป็นการทำพิธีสะกดดวงเมืองดวงประเทศแต่อย่างใด.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
