พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่ง รมต.ใหม่ ปฏิบัติตัวให้ดี ทำตามที่ได้ปฏิญาณตนไว้ ช่วยประเทศเจริญ หากทำตัวไม่ดี ประเทศไม่เจริญ สมัคร สั่ง ตร.ฟันพันธมิตรปลุกระดมลูกจีนล้มรัฐบาล โวยทำเกินขอบเขต ปัดวุ่นไม่ได้เขียน รธน.เอง ขณะที่ศาล รธน.รับตีความนายกฯ จัด ชิมไปบ่นไปคณะรัฐมนตรีที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งใหม่
เมื่อเวลา 17.12 น. วันที่ 5 สิงหาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯออก ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี นำรัฐมนตรีที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งใหม่ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ ดังนี้
พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย นายมั่น พัธโนทัย เป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่งหนึ่ง นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ เป็น รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายไชยา สะสมทรัพย์ เป็น รมว.พาณิชย์ นายพิเชษฐ์ ตันเจริญ เป็น รมช.พาณิชย์ นายประสงค์ โฆษิตานนท์ เป็น รมช.มหาดไทย นายสุชาติ ธาดาดำรงเวช เป็น รมช.การคลัง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ เป็น รมช.การคลัง นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็น รมว.วัฒนธรรม นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็น รมว.สาธารณสุข นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เป็น รมว.อุตสาหกรรม
โอกาสนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่คณะรัฐมนตรีที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่
"ปฏิญาณตนเป็นรัฐมนตรี ปฏิบัติดีสำหรับหน้าที่ ก็ขอให้เป็นเช่นนั้น เพราะว่าบ้านเมืองก็ต้องมีรัฐมนตรี ถ้าปฏิบัติตัวดีก็ช่วยประเทศ ถ้าปฏิบัติตัวไม่ดี ก็ไม่ทำให้ประเทศเจริญ ก็ขอให้ปฏิบัติตนให้ประเทศเจริญ ซึ่งก็เป็นจุดประสงค์ของความเป็นรัฐมนตรี ขอให้ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ปฏิญาณตนเช่นนี้ ขอให้มีความสำเร็จในการทำตามคำปฏิญาณ"
ด้านนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณว่า จะเดินทางเข้ากระทรวงเวลา 13.00 น. วันที่ 7 สิงหาคม เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง ซึ่งก็ไปให้พระท่านดูฤกษ์ยามมา เดินตามพระ ก็ไม่ได้เสียหายอะไร
พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า จะเข้าทำงานที่กระทรวงมหาดไทย เวลา 09.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม หลังจากนั้นค่อยดูเวลาที่จะเข้ามายังทำเนียบรัฐบาล
นายพชร นริพทะพันธุ์ ทำหน้าที่ผู้ติดตามนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมช.การคลัง กล่าวว่า วันนี้ (5 ส.ค.) ถือเป็นวันดีของคุณพ่อ ถ้าถามว่าคุณพ่อตื่นเต้นหรือไม่ ก็คงตื่นเต้น แต่ตื่นเต้นน้อยกว่าที่ได้ลูกชายเพิ่มอีก 1 คน เพราะเมื่อเช้าภรรยาคุณพ่อเพิ่งคลอดลูกชาย ซึ่งถือเป็นโชคสองชั้น
สมัคร ฉุนปลุกระดมลูกจีนกู้ชาติ
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยโชว์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งพาดหัวข่าวว่า หมักติดหนวด เขียนเองรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนเขียนรัฐธรรมนูญเอง แต่เป็นร่างแก้ไขที่จะมีการนำเข้าที่ประชุมสภา
ผู้สื่อข่าวถามว่าข้อความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ที่นำมาแจกให้สื่อมวลชนเอามาจากไหน นายสมัครกล่าวว่า เป็นข้อความที่จะมีการนำเสนอในสภา และย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า ธรรมดาใครจะคิดปรับปรุงเสนอไม่ได้หรือ มีกฎหมายอะไรห้ามเสนออย่างนี้
เมื่อถามต่อว่า เป็นร่างของใคร และ ส.ส.เป็นคนเสนอหรือไม่ นายสมัครกล่าวว่า ทำไมต้องบอกว่าเป็นใครด้วยหรือ ต้องใส่ชื่อคนเสนอกำกับด้วยหรืออย่างไร
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า มีคนกำลังร่างรัฐธรรมนูญที่เชียงใหม่ ปลุกระดมให้ถึงขนาดว่าภายใน 7 วันจะทำให้เสร็จ คนที่ปลุกระดมบนเวทีขณะนี้ เอาเรื่องเชื้อชาติกันมาเล่น ใส่เสื้อปลุกระดมลูกจีนรักชาติ ซึ่งตนกำลังให้สันติบาลดำเนินการในเรื่องนี้
"มันเกินขอบเขตไปแล้ว ผมขอเตือนเอาไว้เดี๋ยวจะมาบอกว่าไม่รู้ ขณะนี้กำลังให้เขาจัดการคนที่ดำเนินการ เวลานี้จะเอากันให้จบสิ้น นั่งเขียนรัฐธรรมนูญจะเอากันให้พังกันทั้งหมด บ้านเมืองจะเป็นอย่างไรไม่คิดถึงแล้ว ผมขอเตือนให้รู้เท่านั้นเอง นายสมัครกล่าว
เมื่อถามว่าที่จะให้สันติบาลดำเนินการรวมไปถึงกับกลุ่มพันธมิตรทั้งหมดด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ใช่ดำเนินการกับพันธมิตร แต่เวลาที่ใครขึ้นไปพูดปราศรัยบนเวที ใส่เสื้อเรียกเอาลูกจีนมาช่วยกอบกู้ชาตินั้น กำลังให้เขาสอบดูว่ามันเกินขอบเขตหรือไม่ และคนที่มาเขียนหนังสือว่าผมร่างรัฐธรรมนูญเองนั้น ผมจะขอเตือนไอ้คนที่กำลังร่างไว้ เรื่องการเมืองใหม่ 30:70 (การเมืองใหม่ตามที่พันธมิตรประกาศไว้) ที่จะเอากันให้ได้ภายใน 3 วัน 7 วัน ผมขอให้รู้ไว้ว่าเรารู้ทุกอย่างที่กำลังดำเนินการอยู่ ผมกำลังให้ตำรวจเขาจัดการในเรื่องนี้ จะเอาให้บ้านเมืองพังโดยไม่ได้ดูหัวดูหาง ไม่ได้ดูอะไรเลย
ก่อนหน้านี้มีแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบางคนใส่เสื้อยืดสกรีนข้อความเป็นภาษาไทยและภาษาจีนว่า "ลูกจีนรักชาติ" ขึ้นปราศรัยบนเวทีพันธมิตร จนนำมาสู่การที่นายกรัฐมนตรีตัดสินใจให้ตำรวจสันติบาลดำเนินการตามกฎหมาย
ตร.ชี้ความผิดยังไม่ชัดเจน
พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีให้ตำรวจสันติบาลตรวจสอบกรณีที่มีผู้ชุมนุมพันธมิตรใส่เสื้อที่มีข้อความว่า ลูกจีนรักชาติ นั้น รองโฆษก ตร.กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังไม่มีหนังสือคำสั่งในเรื่องนี้มาที่ ตร.หรือกองบัญชาการตำรวจสันติบาลแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม หากสั่งการจริงตามข่าว ตำรวจก็ต้องตรวจสอบ แต่ว่าเข้าข่ายความผิดใดหรือไม่ คงยังไม่สามารถตอบได้เพราะยังไม่เข้าข่ายความผิดชัดเจน ไม่เหมือนการใส่เสื้อที่มีรูปลามก ซึ่งผิดชัดเจน อย่างไรก็ตามต้องดูองค์ประกอบอื่นด้วย นายกรัฐมนตรีอาจมองรวมถึงการปราศรัย หากมีการตรวจสอบจริงต้องมาหารือกันในเรื่องข้อกฎหมายเสียก่อน
พันธมิตรโต้ปลุกระดมลูกจีนต้านรัฐ
ด้านนายพิภพ ธงไชย แกนนำกลุ่มพันธมิตร กล่าวปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าพันธมิตรซุ่มเขียนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ จ.เชียงใหม่ว่า ไม่เป็นความจริง และเห็นว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่ระบุว่ากลุ่มพันธมิตรจะปิดล้อมศาลากลางทุกจังหวัดทั่วประเทศนั้น ถือเป็นการเต้าข่าวขึ้นมาเองทั้งสิ้น และยืนยันว่ากลุ่มพันธมิตรไม่มีความคิดที่จะปลุกระดมคนไทยเชื้อสายจีนให้ออกมาต่อต้านรัฐบาล
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุจะจัดการกับคนที่ปลุกระดมให้คนไทยเชื้อสายจีนออกมาต่อต้านรัฐบาลว่า พันธมิตรไม่ต้องการสร้างกระแสความแตกแยก เพราะคนที่ร่วมชุมนุม มีทั้งที่เป็นลูกคนจีน ทั้งที่มาจากภาคต่างๆ ทั้งนี้เห็นว่านายกฯ ต้องการบิดเบือนและทำลายความชอบธรรมในการเคลื่อนไหว ดังนั้นจึงไม่ใช่ประเด็นที่พันธมิตรจะใส่ใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมในวันที่เจ็ดสิบเอ็ด ที่บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าการชุมนุมวันนี้ ผู้ร่วมชุมนุมจำนวนมากพร้อมใจกันใส่เสื้อยืดที่มีสกรีนข้อความ "ลูกจีนกู้ชาติ"
กฤษฎีกาเตือนออกก.ม.คุมม็อบ
คุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวกรณีที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน จะเสนอร่างพ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ ที่มีการบรรจุเข้าสู่การพิจารณาของสภาแล้วว่า เป็นเรื่องของ ส.ส.ไม่น่าเกี่ยวกับรัฐบาล และต้องดูว่าจะเป็นการออกกฎหมายเพื่อจำกัดเสรีภาพของประชาชนหรือไม่ เพราะหากมีการเสนอร่างกฎหมายที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ร่างกฎหมายนั้นก็จะต้องตกไป
นักวิชาการชี้ก.ม.คุมม็อบขัดรธน.
นายคมสัน โพธิ์คง อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 กล่าวว่า เมื่อครั้งสมัยรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เสนอร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะมาแล้ว แต่เมื่อ ครม.เสนอให้กฤษฎีกาพิจารณาแล้ว กฤษฎีกามีความเห็นว่าขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญเรื่องสิทธิการชุมนุมของบุคคล ดังนั้น หากรัฐบาลนี้จะผลักดันจริง เท่ากับกับว่าถอยหลังย้อนไปยุครัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
"รัฐบาลนำเรื่องการออก พ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นกฎหมายลูกประกอบมาตรา 63 เพื่อที่จะหาอำนาจในการจัดการชุมนุม เพราะไม่กล้านำใช้ พ.ร.บ.บริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่เชื่อว่าหาก พ.ร.บ.นี้ผ่านสภาแล้วมีใครนำเรื่องยื่นศาลรัฐธรรมนูญก็จะเป็นการทำผิดซ้ำซากของรัฐบาลอีกครั้ง" นายคมสันกล่าว
ศาล รธน.รับตีความคุณสมบัติ หมัก
นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญแถลงถึงกรณีที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีการพิจารณากรณีประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของ ส.ว.และ กกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ว่า คณะตุลาการฯ มีมติให้รับคำร้องของ กกต.ไว้พิจารณา และให้รวมเข้ากับคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งมา และให้ยื่นคำร้องให้นายสมัคร เพื่อยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากลับมาภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับคำร้อง
พร้อมกันนี้ตุลาการฯ ได้นัดให้คู่กรณีมาตรวจพยานหลักฐาน ครั้งแรกในวันที่ 21 สิงหาคม เวลา 09.30 น. เพื่อดูว่าพยานหลักฐานที่มีการยื่นไว้ก่อนหน้านี้คู่กรณียอมรับกันได้หรือไม่ ทั้งนี้ตามระเบียบวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้น นายสมัครอาจมอบหมายผู้อื่นมาดำเนินการแทนได้
จำหน่ายคดี วิรุฬ เหตุพ้นตำแหน่ง
เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญแถลงด้วยว่า ที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาในประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งนัดอ่านคำวินิจฉัยกรณีคุณสมบัติของนายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.พาณิชย์ ว่าขัดหรือแย้งต่อมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) และมาตรา 269 ประกอบมาตรา 182 วรรคสาม และมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในวันที่ 6 สิงหาคมนั้น คณะตุลาการเห็นว่าเนื่องจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายวิรุฬพ้นจากความเป็น รมช.พาณิชย์ ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา จึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยคดีอีกต่อไป จึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบ
ศาลชี้พ.ร.บ.ป.ป.ช.ไม่ขัดรธน.
เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแถลงด้วยว่า ที่ประชุมคณะตุลาการฯ ได้พิจารณากรณีศาลฎีกาส่งคำโต้แย้งของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ในกรณีคดีที่ดินรัชดาฯ ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 211 ว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4, 100, 122 ขัดหรือแย้งกับมาตรา 29, 50 ของรัฐธรรมนูญ 2540 หรือไม่ และขัดหรือแย้งกับมาตรา 3, 38 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2549 และขัดหรือแย้งกับมาตรา 26, 27, 28, 29, 39 และ 43 ของรัฐธรรมนูญ 2550 หรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า มาตรา 4, 100, 122 ของ พ.ร.บ.ป.ป.ช. ไม่ขัดหรือแย้งต่อมาตรา 26, 27, 28, 29, 39 และ 43 ของรัฐธรรมนูญ 2550
เรืองไกร ยื่น กกต.วินิจฉัย เลี้ยบ
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีของ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง กรณีอาจเข้าข่ายกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 269 เนื่องจากนางปราณี สืบวงศ์ลี ภรรยา เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญและคณะบุคคล ที่มีลักษณะเดียวกับห้างหุ้นส่วนสามัญ เพื่อให้ กกต.พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
ทั้งนี้มีข้อมูลว่า การที่นางปราณีเป็นหุ้นส่วนหลักของคณะบุคคล 9 แห่ง และห้างหุ้นส่วนสามัญ 1 แห่ง พบว่านางปราณีเป็นหุ้นส่วนหลักซึ่งถือเงินลงทุนในคณะบุคคล 1 แห่ง ร้อยละ 50 ส่วนอีก 8 แห่ง ถือร้อยละ 95 ส่วนในห้างหุ้นส่วนถือหุ้นร้อยละ 95 นอกจากนี้ คณะบุคคลที่นางปราณีไปลงทุนหลายแห่งยังมีการจดแจ้งที่อยู่เดียวกัน จัดตั้งวันเดียวกัน ซึ่งมีความแปลกๆ ดังนั้นจึงต้องยื่นให้ กกต.ตรวจสอบ เพราะหากคณะบุคคลที่ตั้งขึ้นมีวัตถุประสงค์จะแบ่งกำไร ย่อมมีลักษณะเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 269 และ พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี 2543 มาตรา 4 ห้ามรัฐมนตรีรวมถึงคู่สมรส เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนไว้ เว้นแต่เป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัดได้ไม่เกินร้อยละ 5 ของทุนทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น
นายเรืองไกรบอกอีกว่า กำลังรวบรวมรายชื่อ ส.ว. 1 ใน 10 เพื่อส่งให้ประธานวุฒิสภายื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกทางหนึ่งด้วย
ส.ว.ยื่น ป.ป.ช.ไต่สวน 3 รมต.หวย
นายวรินทร์ เทียมจรัส ส.ว.สรรหา และ น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี ร่วมกันแถลงข่าวที่อาคารรัฐสภากรณียื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีอาญากับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามมาตรา 275 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 และมาตรา 66 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช.2542 และ 2550 ได้แก่ นางอุไรวรรณ เทียนทอง รมว.แรงงาน นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมช.คมนาคม และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ประทับรับฟ้องในคดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 ตัว และ 3 ตัว
น.ส.สุมลกล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ต้องการให้ ป.ป.ช.ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนรัฐมนตรีทั้ง 3 คนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ได้มีคำสั่งรับฟ้องไปแล้ว เพื่อให้รัฐมนตรีหยุดทำหน้าที่ เพราะหากยังทำหน้าที่ต่อไป จะทำให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ
ด้านนายวรินทร์กล่าวว่า แนวทางการยื่นเรื่องให้ศาลปกครองนั้น กำลังพิจารณาช่องทางอยู่ เพื่อให้ 3 รัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะถือว่าสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศ
สรรพากรตั้งกก.ฟ้องแพ่งบรรณพจน์
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.การคลัง ในฐานะกำกับดูแลกรมสรรพากร กล่าวว่า นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและดำเนินคดีแพ่งกับนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมของคุณหญิงพจมานเรียบร้อยแล้ว ในคดีหลีกเลี่ยงภาษีการโอนหุ้นบริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำนวนกว่า 546 ล้านบาท หลังศาลอาญามีคำพิพากษา ทั้งนี้ หากผลการสอบของคณะกรรมการชุดดังกล่าวออกมาเรียบร้อยแล้ว ก็จะดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่กระทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ รวมถึงพนักงานที่ลาออกไปแล้วด้วย
สุวิทย์ ขอออก-ลูกพรรคให้อยู่ต่อ
วันเดียวกัน สมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดินได้เดินทางมาประชุมพรรคอย่างพร้อมเพรียง เพื่อรับฟังคำชี้แจงจากนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรค กรณีประกาศถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล โดยการประชุมเริ่มขึ้นในเวลา 14.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวิทย์ เดินทางมาพร้อมกับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค เพื่อร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ส.ส. และสมาชิกพรรค แต่ภายหลังการประชุมซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเสร็จสิ้นลง นายสุวิทย์ได้เดินทางออกจากที่ทำการพรรคทันที โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ
นายไชยยศ จิรเมธากร โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน แถลงผลการประชุมว่า การแถลงถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลของนายสุวิทย์ไม่มีความผิด เพราะในการประชุมพรรควันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา พรรคได้มอบอำนาจให้หัวหน้าตัดสินใจดำเนินการทางการเมืองในทุกเรื่อง โดยภายหลังการชี้แจงนายสุวิทย์ได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เนื่องจากตัดสินใจไปโดยไม่แจ้งให้สมาชิกพรรคทราบล่วงหน้า แต่สมาชิกพรรคทุกคนขอร้องให้นายสุวิทย์เป็นหัวหน้าพรรคต่อไป แม้จะไม่มีตำแหน่งในการร่วมรัฐบาล โดยให้ทำงานในพรรคเพื่อวางรากฐานให้พรรคมีความเข้มแข็ง ในส่วนของ นพ.แวมาฮาดี แวดาโอะ ที่ก่อนหน้านี้ยืนยันจะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลนั้น นพ.แวมาฮาดี ยังยืนยันจะทำงานร่วมกับพรรคต่อไป
ศักดา อัด แก๊งออฟโฟร์ พวกเห็บเหา
นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน กลุ่มอีสานพัฒนา กล่าวว่า มองว่า "แก๊งออฟโฟร์" ในขณะนี้ทำตัวคล้ายยุคคอมมิวนิสต์ในประเทศจีน ที่มีเติ้งเสี่ยวผิง เป็นเลขาธิการพรรค แต่อ่อนแอ และเจ็บไข้ได้ป่วย จึงมีแก๊งสี่สหายเข้ามายึดพรรค ในนาทีนี้เหมือนกันเลย เพราะเวลานี้บุคคลที่เราเคารพเริ่มเจ็บไข้ได้ป่วยทางการเมืองจากตุลาการ พวกนี้จึงถือโอกาสจะเหยียบย่ำซ้ำเติมต่อเลย โดยเตรียมโดดออกไปตั้งพรรคใหม่
"คล้ายๆ เมื่อรถมันติดหล่มถ้าช่วยกันดันรถขึ้นจะติดหล่มไปด้วย เขาเรียกว่าเป็นพวกทรยศ พวกเนรคุณ ลงไปให้หน่อยนะ พวกเนรคุณเนี่ยว่า เป็นเห็บเป็นเหา" นายศักดาระบุ
เมื่อถามว่า บุคคลที่กลุ่มอีสานพัฒนาเคารพ รู้หรือยังว่าแก๊งออฟโฟร์เป็นพวกเห็บ เหา นายศักดาตอบว่า คงจะรู้แล้ว แต่ไม่แน่ใจ เพราะไม่ได้เจอกันนานแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ไป ก็ถือเป็นบุญคุณต่อวงศ์ตระกูลของผมแล้ว นายศักดากล่าว
นายศักดายืนยันว่า เร็วๆ นี้จะส่งข้อมูลการทุจริตของคนใกล้ชิดนายกฯ ไปให้ป.ป.ช.อย่างแน่นอน เมื่อส่งไปแล้วขอให้เร่งรัดตรวจสอบด้วย จะได้ไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไปแบล็กเมล์หรือต่อรองผลประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กลัวคนที่มีอำนาจทำลายหลักฐานบางส่วน นอกจากนี้ได้มีผู้ใหญ่คนหนึ่งชื่อ สโทรศัพท์มาบอกว่ามาสู้กับเขาอย่างนี้ ต้องระวังตัวให้ดี ช่วงเลือกตั้งเขาจะไปถล่มให้สอบตก จึงบอกไปว่าเป็นการทำหน้าที่ ส.ส.ที่ชาวร้อยเอ็ดเลือกมา
พปช.ไม่สอบวินัย ศักดา
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกพรรคพลังประชาชน แถลงภายหลังการประชุมพรรคว่า ที่ประชุมได้วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะกรณีที่นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด กลุ่มอีสานพัฒนา กล่าวหาคนใกล้ชิดนายสมัครรับสินบน โดยที่ประชุมมีการถกเถียงอย่างกว้างขวาง และมีมติว่า หากจะพูดเรื่องดังกล่าวอีก ขอให้พูดภายในพรรค ซึ่งทุกคนเข้าใจกันดี ส่วนการสอบวินัยนายศักดา ที่ประชุมพรรคไม่ได้พูดถึง
ด้านนายศักดากล่าวว่า ในที่ประชุมพรรคไม่มีใครเสนอให้สอบจริยธรรม และส่วนตัวได้ยืนยันในที่ประชุมพรรคว่า เรื่องที่นำมาพูด เป็นเรื่องจริงและจะรวบรวมเอกสารทั้งหมดให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบแน่นอน พร้อมปฏิเสธว่า ไม่ได้เสนอในที่ประชุมพรรคให้นายธีรพล นพรัมภา เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลาออก เพียงแต่ยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องตรวจสอบต่อไป
ธีรพล ปฏิเสธพูดอีสานพัฒนาพาดพิง
นายธีรพล นพรัมภา เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หนึ่งในแก๊งออฟโฟร์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณีนายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน สมาชิกกลุ่มอีสานพัฒนา เปิดเผยว่า บุคคลใกล้ชิดนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเจรจากับนักธุรกิจในโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 6 พันคัน เพื่อหาเงินทุนสร้างพรรคการเมืองใหม่ โดยนายธีรพลอมยิ้มและรีบเดินขึ้นตึกไป
เติ้ง หวั่นพปช.คุมแก๊งออฟโฟร์ไม่อยู่
รายงานข่าวจากพรรคชาติไทยแจ้งว่า พรรคชาติไทยได้จัดประชุมขึ้นเป็นนัดแรก ภายหลังจากที่มีการเปิดประชุมสภาเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยการประชุมวันนี้ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ได้วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองให้ ส.ส.ของพรรคฟัง
แหล่งข่าวระบุว่า นายบรรหารกล่าวในที่ประชุมว่า โฉมหน้า ครม.ใหม่ยังไม่ถึงกับดีมากนัก เพราะการปรับ ครม.ครั้งนี้ แก๊งออฟโฟร์ มีบทบาทเข้ามาจัดโผ และมีบทบาทในพรรคพลังประชาชนค่อนข้างมาก ซึ่งเกรงว่าบุคคลเหล่านี้จะเข้ามามีบทบาทจนเป็นตัวปัญหา เพราะตอนนี้นายสมัคร แทบจะไม่มีบทบาทอะไร
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
