(6ส.ค.) นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป)รัฐบาล ยืนยันรัฐบาลจะเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหลังวันที่ 18 สิงหาคม หลังจากที่คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหารัฐธรรมนูญพิจาณาเสร็จ ซึ่งจะสามารถแก้ไขได้ภายในสมัยประชุมรัฐสภานี้แน่นอน เพราะจะแก้เฉพาะในประเด็นที่ความคิดตกผลึก ไม่มีปัญหาไปก่อน แต่ประเด็นไหนมีปัญหาต้องศึกษาต่อก็ผ่านไปก่อน เพราะหากรอแก้ไขหมดทั้งฉบับก็คงไม่ได้แก้ไขท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย มีแนวคิดว่าน่าจะทำไปพร้อมกัน แต่ถ้าทำไปพร้อมกัน ประเด็นไหนที่ง่าย ก็จะพลอยติดไปด้วย ถ้าประเด็นยากไม่เคลียร์ ไม่ตกลงกัน เรื่องง่ายๆ ที่ทุกฝ่ายเห็นด้วยจะไม่ได้รับการแก้ไข ฉะนั้นในเมื่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามว่า จะยื่นแก้ไขกี่ครั้งก็ได้ เราก็คิดว่าส่วนไหนที่ง่าย เข้าใจกันแล้ว ไม่เป็นปัญหา จะได้ผ่านไปก่อน ส่วนไหนที่ติดปัญหากันอยู่จะได้ไปตั้งอนุกรรมาธิการ สนทนากันให้หลากหลาย ให้สังคมตกผลึกทางความคิดก่อน อันนี้จะช่วยให้ส่วนง่ายได้แก้ นายสามารถ กล่าว
เมื่อถามว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 63 เรื่องการชุมนุมที่นายกรัฐมนตรีหยิบยกมานั้น นายสามารถ กล่าวว่า วิปรัฐบาลไม่ได้มีการพูดกัน และเป็นความบังเอิญที่นายกรัฐมนตรีพูดเรื่องนี้แล้วสอดคล้องกับจังหวะที่นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคพลังประชาชน ยื่นร่างพ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะพอดี ซึ่งวิปรัฐบาลยังไม่เห็นรายละเอียด ดังนั้นในวันนี้ (6 ส.ค.)จึงเชิญนายจุมพฏ มาชี้แจงกับวิปรัฐบาล หากเห็นด้วยก็จะผลักดันให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน แต่หากไม่เห็นด้วยก็ไม่ผลักดันขึ้นมา แต่การจะถอนร่างกฎหมายหรือไม่ ถือเป็นเอกสิทธิของส.ส. ทั้งนี้การพิจารณาของวิปรัฐบาลจะต้องฟังกระแสเสียงสะท้อนต่างๆ จากสังคมด้วย
ประธานวิปรัฐบาล กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีร่างกฎหมายที่วิปรัฐบาลจะต้องผลักดันให้ผ่านโดยเร็ว คือร่างพ.ร.บ.คุ้มครองการดำเนินงานของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เพื่อให้เป็นไปตามกฎบัตรอาเซียน ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่จะมีขึ้นที่ประเทศไทย และไทยเป็นเจ้าภาพ ดังนั้นจะได้ขอความร่วมมือฝ่ายค้านว่าจะขอพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว 3 วาระรวด
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานคณะกรรมการประสานพรรคฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลพยายามผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา ว่า การแก้รัฐธรรมนูญต้องทำเป็นระบบ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องของนักการเมืองเท่านั้น แต่กระทบทั้งสังคม เพราะหากแก้เรื่องใดเรื่องหนึ่งจะกระทบกับหมวดอื่นๆ ของรัฐธรรมนูญทั้งหมด การเสนอแก้เป็นสองขยักอย่างที่วิปรัฐบาลจะทำคิดว่าจะสร้างปัญหามากกว่าที่จะแก้ปัญหา เช่น ถ้าจะไปแก้เรื่องระบบการเลือกตั้งก็จะสัมพันธ์กับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ องค์กรอิสระ การใช้อำนาจหน้าที่ สัมพันธ์กับแนวนโยบายอำนาจแห่งรัฐ หรือหมวดอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งฝ่ายค้านพูดชัดเจนว่าถ้าจะต้องแก้ก็เห็นด้วย แต่ควรจะรอผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษารัฐธรรมนูญฯก่อน ก็จะเห็นชัดว่าประเด็นใดบ้างที่ควรแก้ไข และเกี่ยวพันกับมาตราใดบ้างก็จะเกิดความรอบคอบมากกว่า และเมื่อถึงเวลานั้นเราจะอธิบายกับสังคมและคนที่ไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่ต้นได้ว่าการแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อประเทศชาติและระบอบประชาธิปไตย
ผมสงสัยว่าทำไมถึงต้องผลักดันให้เสร็จในสมัยประชุมนี้ เพราะความจริงเรื่องแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความรอบคอบมาก อย่าลืมว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งหนึ่งต้องบังคับใช้ไปนาน และจะเกี่ยวพันถึงการทำงานของทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องกับส่วนที่ถูกแก้รัฐธรรมนูญทั้งหมด เพราะฉะนั้นอย่าไปผูกมัดเงื่อนเวลาว่าจะต้องแก้เวลานั้นเวลานี้ เพราะถ้าเป็นเชนนั้นจะกลายเป็นการไปเร่งให้ทุกฝ่ายทำงานก็จะทำให้เกิดปัญหาตามมา นายสาทิตย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงร่างพ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะดูเหมือนว่ารัฐบาลจะยอมถอยแล้ว นายสาทิตย์ กล่าวว่า วิปรัฐบาลคิดถูกแล้วที่ยอมรับฟังกระแสสังคมที่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ แต่การถอยจะต้องเป็นการถอยจริงๆคือถอนร่างนี้ออกไปก่อน และถ้าจะทำกฎหมายลักษณะนี้ก็ควรที่จะทบทวนใหม่ให้เกิดความรอบคอบ ไม่กระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนและทำให้เจ้าหน้าที่รัฐทำงานได้ ปัญหาก็จะได้จบ แต่จริงๆแล้วมีกฎหมายที่สามารถจะดูแลได้อยู่แล้ว ปัญหาคือการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเห็นได้ชัดในตอนที่พันธมิตรฯไปชุมนุมที่หน้าทำเนียบแล้วกลุ่มอาจารย์โรงเรียนราชวินิตมัธยมให้ศาลปกครองคุ้มครอง ศาลก็คุ้มครองฯพันธมิตรก็ต้องเปิดเส้นทางให้ ซึ่งกฎหมายมีอยู่
ผมถึงบอกว่าถอนกฎหมายฉบับนี้ไปหากเห็นว่ามีปัญหาอะไรบางอย่างก็กลับไปทบทวนได้แล้วเสนอกลับมาใหม่ แต่ต้องคำนึงถึงการละเมิดสิทธิพื้นฐานของประชาชน แต่ถ้าเห็นว่ากฎหมายมีอยู่แล้วทุกอย่างก็จบ คุณสมัครพูดเองเมื่อวานนี้(5ส.ค.)ในทำนองว่ารัฐบาลจะถอยจะไม่ปะทะแล้วไม่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนอย่างนั้นก็ต้องทำให้จริง นายสาทิตย์ กล่าว
รายการคม-ชัด-ลึกตอน-ก.ม.การชุมนุมเสริมหรือตอน เสรีภาพ?
หลังจากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ สนทนาประสาสมัคร เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 63 เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพการชุมนุม ก็ช่างเหมาะเจาะกับการเสนอร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ....
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
