ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ได้เห็นชอบออกระเบียบว่าด้วยการใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐ เพื่อกระทำการใด ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้ง พ.ศ. 2551 และได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยการออกระเบียบเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ที่ระบุว่า กรณีที่ครม.พ้นจากตำแหน่ง แต่ต้องอยู่ เพื่อปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีครม.ใหม่ต้องปฏิบัติหน้าที่เท่าที่จำเป็นภายใต้เงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้หรือไม่ใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้าย ข้าราชการ ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน เว้นแต่ได้รับการเห็นชอบจาก กกต. ไม่กระทำการอนุมัติงานหรือโครงการหรือมีผลสร้างความผูกพันต่อครม.ใหม่ ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐ บุคลากรของรัฐ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบกกต.โดยมีสาระสำคัญว่า ข้อที่ 4 ที่ระบุว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในระหว่างที่อายุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง หรือมีการยุบสภาสภาผู้แทนราษฎรต้องกระทำไปตามเท่าที่จำเป็น และต้องไม่ใช้ทรัพย์กรของรัฐ หรือบุคลากรของรัฐ เพื่อกระทำการใดไม่ว่า โดยตรงหรือทางอ้อม ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้ง ด้วยวิธีดังต่อไปนี้
(1) ใช้ทรัพยากรมนุษย์ หรือบุคลากรของรัฐ โดยการกำหนดนโยบาย โครงการ แผนงาน โดยมีผลบังคับใช้ในทันที และมีลักษณะเป็นการสร้างโอกาสให้เกิดความไม่ทัดเทียมกันในการเลือกตั้ง
(2) จัดให้มีการประชุม ครม.นอกสถานที่ นอกเหนือจากการประชุมตามปกติ และมีการใช้ทรัพยากรของรัฐ หรือบุคลากรของรัฐเพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้เกิดความไม่ทัดเทียมกันในการเลือกตั้ง
(3) กำหนด สั่งการ หรือมอบหมายให้มีการประชุม อบรม หรือสัมมนาบุคลากรของรัฐ หรือเอกชน โดยใช้เงินงบประมาณของรัฐ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ โดยอาจให้มีการแจกจ่ายทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เว้นแต่เป็นการประชุมตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ หรือประชาชน แต่ต้องมิใช่เป็นการสร้างโอกาสให้เกิดความไม่ทัดเทียมกันในการเลือกตั้ง และแจ้งให้ กกต.ทราบโดยเร็ว
(4) กำหนด สั่งการ หรือมอบหมายให้มีการอนุมัติ โอนหรือเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานของรัฐ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้หน่วยงานของรัฐหรือกิจการทีรัฐถือหุ้นใหญ่ทำการแจกจ่ายทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่ประชาชน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ หรือประชาชน แต่ต้องมิใช่เป็นการสร้างโอกาสให้เกิดความไม่ทัดเทียมกันในการเลือกตั้ง และแจ้งให้ กกต.ทราบโดยเร็ว
(5) กำหนด สั่งการหรือมอบหมายให้มีการแจกจ่าย หรือจัดสรรทรัพยากรของรัฐ ให้แก่บุคคลใด โดยไม่มีเหตุอันสมควร เวนแต่เป็นกรณีต้องดำเนินการตามที่กำหมายกำหนด หรือมีเหตุเป็นการเร่งด่วน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ หรือประชาชน แต่มิใช่เป็นการสร้างโอกาสเกิดความไม่ทัดเทียมในการเลือกตั้ง และแจ้งให้ กกต.ทราบโดยเร็ว
(6) ใช้พัสดุหรือเบิกจ่ายในการเดินทางจากหน่วยงานของรัฐ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือใช้บุคลากรของรัฐปฏิบัติงาน เพื่อสร้างโอกาสให้เกิดความไม่ทัดเทียมกันในการเลือกตั้ง และ
(7) ใช้ทรัพยากรของรัฐ เช่น คลื่นความถี่หรือเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม หรืองบประมาณด้านการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานของรัฐ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ เพื่อประโยชน์ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ที่จะเป็นการสร้างโอกาสให้เกิดความไม่ทัดเทียมกันในการเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระเบียบดังกล่าวออกมา เพื่อใช้ในช่วงที่รัฐบาลพ้นจากตำแหน่ง เนื่องมาจากอายุสภาสิ้นสุดลง หรือยุบสภา และให้ครม.ที่รักษาการนั้น ปฏิบัติหน้าที่ ให้เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดและให้เป็นไปตามระเบียบดังกล่าวของ กกต.ในช่วงที่จะมีการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ รัฐธรรมนูญปี 40 ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลรักษาการ จึงมีการออกคำสั่งหรือดำเนินการที่เป็นการสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบในช่วงที่มีการเลือกตั้ง และตามมาด้วยเรื่องร้องเรียนต่างในการเลือกตั้ง
โดยนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. กล่าวถึง กรณีนี้ว่าระเบียบดังกล่าวออกตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ และจะมีผลบังคับใช้เมื่อยุบสภาหรือสภาครบวาระและมีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว ซึ่งจะทำให้คณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหากจะอนุมัติงบประมาณจัดประชุมสัมมนา โยกย้ายข้าราชการ ก็ต้องแจ้งให้กกต. รับทราบโดยเร็ว ซึ่งคิดว่าระเบียบดังกล่าวน่าที่จะส่งผลให้การเลือกตั้งดีขึ้นในระดับหนึ่ง
ต่อข้อถามที่ว่าหากรัฐบาลมีการอนุมัติงบประมานในโครงการประชานิยมก่อนยุบสภาประกาศดังกล่าวจะครอบคลุมหรือไม่ นายประพันธ์กล่าวว่า ระเบียบดังกล่าวจะเริ่มใช้เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งเท่านั้น ดังนั้นการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ก็ไม่ถือว่าเข้าข่ายเป็นเรื่องของมารยาท แต่กกต.ต้องดูเจตนาเป็นเรื่อง ๆ ไปว่าเป็นการกระทำที่ส่งผลให้ได้รับเลือกตั้งหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากฝ่าฝืนจะมีผลทางกฎหมายหรือไม่หรือกกต.มีสิทธิระงับยับยั้งการกระทำหรือไม่ นายประพันธ์กล่าวว่า กกต. มีสิทธิระงับการกระทำที่ทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิยุติธรรมอยู่แล้วและตามกฎหมายเลือกตั้งการฝ่าฝืนระเบียบกกต.ก็เป็นเหตุให้ถูกใบแดงใบเหลืองได้
อย่างไรก็ตามระเบีบดังกล่าวยังไม่สามารถนำมาใช้ตรวจสอบกับกรณีที่มีกระแสข่าวว่าแก๊งค์ออฟโฟร์ เตรียมผลักดันโครงการเมคกะโปรเจคท์ เพื่อเตรียมเงินไว้ใช้ตั้งพรรคใหม่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า รวมทั้งกรณีการเลือกตั้งใหม่ใน จ.เชียงรายที่จะมีขึ้นในวันที่ 17 ส.ค.นี้ เพราะระเบียบดังกล่าวจะใช้ได้เฉพาะกรณีสภาครบวาระหรืยุบสภาเท่านั้น ทั้งนี้ขอให้รัฐมนตรีหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะตรวจราชการในพื้นที่ได้พึงระมัดระวังตัวและวางตัวให้เป็นกลาง
รายการคม-ชัด-ลึกตอน-ก.ม.การชุมนุมเสริมหรือตอน เสรีภาพ?
หลังจากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ สนทนาประสาสมัคร เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 63 เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพการชุมนุม ก็ช่างเหมาะเจาะกับการเสนอร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ....
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
