คะแนนข่าว ขนาดตัวอักษร ก ก ก วอนยุติความแตกแยกในชาตินายกฯขอพึ่งพระบารมี ด้านวิปรัฐบาล เรียกจุมพฎเคลียร์ร่าง ก.ม.จัดระเบียบม็อบ ปธ.วิปฝ่ายค้าน ติงให้รอผลศึกษาของ กมธ.ก่อน เหลิม ขวางร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบม็อบ เฉย อ้างประเทศเดินมาไกลแล้ว ปชป. ดาหน้าทวงคำพูดนายกฯ ถอนร่าง พ.ร.บ. ออกไป เครือข่ายเอ็นจีโอร่วมต้านแก้มาตรา 63-ร่าง ก.ม.ห้ามชุมนุม ขณะที่ มหาจำลอง เย้ยจะเอากฎหมายอะไรมาจับสวมเสื้อ ลูกจีนรักชาติ ซัด หมัก ชอบพูดเพ้อเจ้อ บัวแก้ว ปัดข่าวช่วย แม้ว ลี้ภัยออกนอกประเทศ บิ๊กสุ พูดไม่เต็มปาก ไร้เงาปฏิวัติ วอนทุกฝ่ายเลิกยั่วยุสร้างความแตกแยก การุณ ใสงาม ได้ประกัน ส่วนกลุ่มคนรักอุดรมอบตัวสู้คดีรุมยำพันธมิตรฯ อีก 3 ให้การภาคเสธ วันเกิดเหตุอยู่ด้วยแต่ไม่ได้ทำตามที่รัฐบาลมีแนวคิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 บทบัญญัติพื้นฐานเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน คาดว่าจะนำมาตอบโต้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยโดยเฉพาะ จนถูกหลายฝ่ายออกมาคัดค้านว่าเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน มากเกินไป รวมทั้งจะเป็นการสร้างปมขัดแย้งในสังคมขึ้นมาใหม่ด้วย
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 ส.ค. ที่วัดยานนาวา นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ในพิธีบวชศีลจารี และศีลจาริณี รวม 158 คน ในโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 76 พรรษา 12 ส.ค. 2551 มี พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ และมีพระพรหมวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดยานนาวา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
นายสมัคร กล่าวสุนทรพจน์ตอนหนึ่ง ว่า ยามที่บ้านเมืองแตกแยก ตนต้องพึ่งบารมี เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน อย่างเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้กราบบังคมทูลฯ เลยต้องขอพึ่งพระบารมีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มาเป็นองค์ประธานในงานให้เห็นถึงความผูกพัน รัฐบาลจัดงานขึ้นมาเพื่อให้รู้ว่าตอนนี้บ้านเมืองแตกแยก ขนาดศาลจะพิพากษาคดี ยังต้องพูดก่อนอ่านคำพิพากษา ว่าคนไทยแตกแยกออกเป็น 2 ฝ่าย แต่ศาลยืนยันว่าคำพิพากษาของศาล เป็นกลางไม่เข้าข้างใคร ศาลต้องออกตัวก่อนทุกครั้ง ตนจึงนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ เพื่อขอพระบารมีของพระองค์ท่าน โดยรัฐบาลจะจัดงาน 116 วัน จากวันแม่สู่วันพ่อ มีงานใหญ่ทั้งหมด 5 งาน เพื่อบอกว่าต้องเลิกการแบ่งแยก ตนกราบบังคมทูลฯ ว่าใครจะอย่างไรต่อไป แต่ตนจะไม่เป็นฝ่ายเริ่ม คือจะไม่ไปทำความรุนแรง ไม่ก่อความรุนแรง และต้องการให้ดับ
ที่รัฐสภา นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ก่อนการ ประชุมวิปรัฐบาล ว่ารัฐบาลยืนยันจะเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หลังวันที่ 18 ส.ค. ภายในสมัยประชุมสภานี้ หลังจากที่คณะกรรมา ธิการวิสามัญศึกษาปัญหารัฐธรรมนูญพิจารณาเสร็จ ซึ่งจะเสนอแก้ไขในประเด็นที่ง่ายและเข้าใจตรงกันก่อน ส่วนประเด็นที่ยากจะเสนอแก้ไขภายหลัง โดยต้องตั้งอนุกรรมาธิการสนทนาในประเด็นที่มีปัญหาอย่างหลากหลายก่อน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 63 วิปรัฐบาลได้เชิญนายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคพลังประชาชน ผู้ยื่นร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะมาชี้แจง หากเห็นด้วยก็จะเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน หากไม่เห็นด้วยก็ไม่เลื่อน แต่การจะถอนร่างกฎหมายหรือไม่ เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ทั้งนี้การพิจารณาของวิปรัฐบาลจะต้องฟังกระแสสังคมด้วย
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีต รมว. มหาดไทย กล่าวถึงกรณี ส.ส.พรรคพลังประชาชน เสนอร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะว่า หากร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวผ่านสภาแล้ว เกรงว่าการบังคับใช้จะมีปัญหา อาจเสนอตีความ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ซึ่งให้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน หาก พ.ร.บ.นี้ขัดกับรัฐธรรมนูญ คงจะใช้ไม่ได้ แนวคิดในการเสนอกฎหมายดูแลการชุมนุมเป็นการเฉพาะนั้นคิดได้ แต่ทำยาก เพราะบ้านเมืองเรามาไกลมากแล้ว แต่ถ้าคิดจะแก้ไขต้องแก้รัฐธรรมนูญ เมื่อถามถึงการเสนอเพิ่มโทษ คนที่อ้างอิงสถาบันเบื้องสูง ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เห็นด้วยและขอให้ประหารชีวิต เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ควร แค่คิดก็ผิดแล้ว
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาย ธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ คัดค้านการเสนอร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะเพราะการชุมนุมถือเป็นสิทธิตามระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลไม่ควรมองอะไรแคบ ๆ หรือรังเกียจกลุ่มพันธมิตรฯ แล้วออกกฎหมายมาจำกัดสิทธิไม่ให้เขาชุมนุมกัน เพราะจะกระทบกลุ่มอื่นที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้วต้องการเรียกร้อง ที่นายกฯ พูดว่ารัฐบาลจะถอย ไม่สร้างประเด็นปัญหา ต้องทำตามที่พูด ไม่ใช่พูดอย่างแล้วให้ลูกน้องทำอีกอย่าง จะกลายเป็นคนไม่ได้รับความเชื่อถือ การที่นายกฯ พูดอย่างนี้แสดงว่า ต้องยกเลิกเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องการจำกัดสิทธิของผู้ชุมนุม ไม่ทำอะไรที่เป็นชนวน ไม่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสภาในช่วงนี้
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะว่า หากรัฐบาลยอมถอย ก็คิดถูกแล้ว แต่ต้องถอยจริง ๆ คือถอนร่างนี้ออกไปก่อน และถ้าจะทำกฎหมายลักษณะนี้ ควรจะทบทวนใหม่ให้รอบคอบ ไม่กระทบสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และให้เจ้าหน้าที่รัฐทำงานได้ ปัญหาก็จบ แต่ความจริงมีกฎหมายที่จะดูแลได้อยู่แล้ว ปัญหาคือการบังคับใช้กฎหมาย ยกตัวอย่างเมื่อครั้งที่พันธมิตรฯ ชุมนุมอยู่หน้าทำเนียบฯ แล้วกลุ่มอาจารย์โรงเรียนราชวินิต ร้องให้ศาลปกครองคุ้มครอง ศาลก็คุ้มครอง พันธมิตรฯ ก็ต้องเปิดเส้นทางให้ ซึ่งกฎหมายมีอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ประสานงานเครือข่ายประชาชน ประกอบด้วยคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน, คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย, เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกประเทศไทย, เครือข่ายแรงงานนอกระบบ, เครือข่ายสลัม 4 ภาค ฯลฯ ออกแถลงการณ์ด่วนที่สุด คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 และคัดค้านร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ....โดยนางประทิน เวคะวากยานนท์ ประธานเครือข่ายสลัมฯ กล่าวว่า ศูนย์ประสานงานฯ ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับแนวคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 63 การกระทำของนายกฯ ในครั้งนี้ เป็นการกระทำที่หลงยุค น่าละอายเหมือนจับรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน เป็นเครื่องมือตอบสนองความคิดเผด็จการของตนเอง
น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ กล่าวว่า ผลเสียของร่างพ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ นั้น คือ 1.ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน แสดงถึงความล้าหลังของประชาธิปไตย 2.ทำลายระบบนิติรัฐของประชาชน 3.ทำลายระบบรัฐสภาของประชาชน หากผ่านการพิจารณาของสภาจะเห็นถึงความเป็น เผด็จการทางรัฐสภา 4.เป็นกฎหมายที่คัดลอกมาจากกฎหมายของ สนช.ที่เคยเสนอไว้เกือบทั้งฉบับ เป็นการกลืนน้ำลายตัวเอง ที่ว่ากฎหมายจาก สนช. รวมทั้งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เป็นมรดกของเผด็จการ คมช. และ 5.ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 63 และหลักการสิทธิมนุษยชนสากล ซึ่งเครือข่ายจะคัดค้านร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวให้ถึงที่สุด
ด้าน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลจัดโครงการ 116 วัน จากวันแม่สู่วันพ่อ ว่า เป็นโครงการที่รัฐบาลจัดงานเพื่อวันสำคัญขึ้นมาต่อเนื่องยาวนานเป็นเรื่องดี แต่อาจจะมีแผนการแอบแฝงอยู่ เพื่อหวังยุติการชุมนุม เพราะการจัดงานดังกล่าวทำให้กลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมได้ยาก เพราะงานที่จัดอยู่ใกล้กับพื้นที่ชุมนุมของพันธมิตรฯ แต่เราไม่ได้วิตกกังวลกับเรื่องนี้ เพียงแต่จะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯ สั่งให้ตำรวจสันติบาลตรวจสอบกรณีผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ สวมเสื้อที่มีข้อความ ลูกจีนรักชาติ ซึ่งนายสมัครมองว่าเป็นการปลุกระดมให้คนไทยเชื้อสายจีน ออกมาร่วมชุมนุม พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ในที่ชุมนุมมีพัฒนาการของเสื้อหลายแบบ ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่สนใจเสื้อที่วางจำหน่ายในที่ชุมนุม เป็น ตัวอักษรบ้าง รูปภาพบ้าง ตัวอักษร ลูกจีนรักชาติ ไม่เห็นเสียหายอะไร ไม่ใช่การปลุกระดมหรือแยกลูกจีน ลูกไทย ลูกแขก แต่เพียงชี้ว่าลูกจีนก็รักชาติเหมือนกันเท่านั้นเอง ทางตำรวจคงสับสนเหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะเอากฎหมายใดมาจับ นายกฯ ชอบเอาอะไรมาพูดในเรื่องที่ไม่ค่อยจะได้เรื่อง ทำให้พันธมิตรฯ มีเรื่องว่ากลับไปทุกที แต่ก็ดี ทำให้การชุมนุมไม่จืดชืด มีสีสันตลอดเวลา
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย จะปลุกระดมฝูงชนขึ้นมาบ้าง หากทางพันธมิตรฯ ยังค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.ต.จำลอง กล่าวว่า เป็นสิทธิที่ทุกพรรคการเมืองทำได้ตามรัฐธรรมนูญ หากชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธ แต่การจัด การชุมนุมไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งการชุมนุมที่มีผู้เข้าร่วมเป็นหมื่นเป็นแสนคน ที่เห็นว่าทำได้ง่ายเพราะจ่ายเงิน สุดท้ายเงินก็หมด ที่ผ่านมาไม่เห็นมีพรรคการเมืองใดระดมมวลชนได้ผลสักครั้ง ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่นายสุริยะใส กตะศิลา โฆษกกลุ่มพันธมิตรฯ ระบุว่ากระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ประสานเรื่องการขอลี้ภัยให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่มีการทาบทามและไม่มีการติดต่อใด ๆ และลักษณะของการขอลี้ภัยก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่กระทรวงการต่างประเทศของประเทศหนึ่ง จะไปติดต่อทาบทามให้กับคนชาติของตัวเองลี้ภัยไปอยู่อีกประเทศ เพราะกระทรวงการต่างประเทศต้องมีความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐของประเทศตัวเอง ดังนั้น ในหลักรัฐศาสตร์ การที่จะมีผู้ใดก็ตามซึ่งเป็นคนชาตินั้น มาติดต่อให้กระทรวงการต่างประเทศของตัวเอง ไปทาบทามการขอลี้ภัย เป็นเรื่องไม่เป็นเหตุเป็นผลกัน
พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตรองประธานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) กล่าวในโอกาสเปิดบ้านพักในซอยระนอง 2 ให้นายทหารเข้าอวยพรเนื่องในโอกาสครบรอบวันเกิด 75 ปี ว่า เป็นห่วงบ้านเมืองเหมือนคนไทยทุกคน เพราะมีการแตกแยกทางความคิด เห็นว่ารัฐบาลควรจะแก้ไขปัญหาด้วยความนุ่มนวล ส่วนฝ่ายตรงข้ามก็อย่าใช้ความแข็งกร้าว คนไทยควรรักชาติเป็นหลัก ควรฟังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วปฏิบัติตาม เมื่อถามว่า กลุ่มพันธ มิตรฯ บอกว่าเป็นรัฐบาลเถื่อน พล.อ.สุจินดา กล่าวว่า จะเถื่อนได้อย่างไร เขาตั้งถูกต้องตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า การชุมนุมในขณะนี้จะซ้ำรอยเหตุการณ์ชุมนุมก่อนเกิดเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬหรือไม่ พล.อ.สุจินดา กล่าวว่า ฝ่ายรัฐบาลรู้ตัว เขาระวังมากขึ้น คงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น เมื่อถามว่า ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น ผบ.ทบ. จะมีโอกาสเกิดการรัฐประหาร เช่นเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 หรือไม่ อดีต รสช. กล่าวว่า ทหารเข็ดจะแย่อยู่แล้ว ไม่มีใครคิดอยากจะทำ แต่ก็พูดไม่ได้ รับรองไม่ได้ แต่คิดว่าไม่น่าจะมี เพราะไม่ใช่เฉพาะแค่ในประเทศที่ต่อต้าน ต่างประเทศที่เรามีความเกี่ยวข้องด้วยก็ต่อต้าน เชื่อว่าต้องมีทางออกที่ดีจนได้
ที่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ช่วงสายวันเดียวกัน พล.ต.ต.ประสิทธิ์ ทำดี ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พ.ต.อ.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผบก. พ.ต.ต.ย ทองดี วิชชาเมธาลักษณ์ พนักงานสอบสวน สภ.บ้านบัว นำตัวนายการุณ ใสงาม อดีต ส.ว. มาขออำนาจศาลฝากขัง พร้อมคัดค้านการประกัน ตัว หลังถูกจับกุมขณะจะเดินทางไปขึ้นเวทีปราศรัย ที่ จ.สุรินทร์ ฐานบุกรุกที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาพนมรุ้ง อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ 2 แปลง พื้นที่ 4 ไร่เศษ ทั้งนี้พนักงานสอบสวนค้านการประกันตัว เพราะเกรงว่าหากได้ประกันตัวอาจจะไปก่อความยุ่งเหยิงกับพยานและหลักฐาน และสร้างความวุ่นวายในสังคม อย่างไรก็ตาม นายการุณใช้ตำแหน่งหน้าที่ทนายความของตนเอง ประกันตัวสู้คดี ศาลพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวได้ เพราะเห็นว่าผู้ต้องหามีเกียรติทางสังคม มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง คงไม่มีพฤติการณ์หลบหนี โดยนัดให้มารายงานตัววันที่ 18 ส.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนรักอุดรที่ถูกออกหมายเรียก 3 คน มีนายถวิล ชรินทร์ อายุ 39 ปี นายบุญจันทร์ จำปาทอง อายุ 48 ปี และนายนิคม สาระสิทธิ์ อายุ 54 ปี เข้ารายงานตัวต่อ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ บุญโชติ พงส.(สบ3) สภ.เมืองอุดรธานี ตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน และถูกแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย ผู้อื่น เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส จากนั้นได้สอบปากคำทั้ง 3 คน พิมพ์ลายนิ้วมือ ทำประวัติ ก่อนปล่อยตัวไป พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ กล่าวว่า ทั้ง 3 คน ให้การภาคเสธว่า เข้าร่วมเหตุการณ์วันที่ 24 ก.ค. จริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายกลุ่มพันธย มิตรฯ ที่มาชุมนุมในวันนั้น อย่างไรก็ตาม พงส. ออกหมายเรียกกลุ่มคนรักอุดรเพิ่มอีก 5 คน รวมออกหมายเรียกไปแล้ว 28 คน.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
