การบินไทย ยัน แม้ว - อ้อ จองตั๋วบินจากจีนกลับไทย 10 ส.ค.นี้ เตรียมรายงานตัวต่อศาลฎีกาฯพร้อมยื่นขออนุญาตเดินทางไปอังกฤษอีกครั้ง อ้างต้องไปดูแล แมนฯซิตี้ ที่จะเริ่มเตะฤดูกาลใหม่ เลี้ยบ เองยังไม่รู้กลับไม่กลับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ภริยา จะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 สิงหาคม และจะต้องไปรายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 11 สิงหาคม ท่ามกลางข่าวลือก่อนหน้านี้ว่าอาจจะลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ
ทั้งนี้ เป็นการยืนยันจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน มีชื่อในรายชื่อผู้โดยสาร เที่ยวบิน TG 615 จากกรุงปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 10 สิงหาคม เวลาประมาณ 17.35 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลาประมาณ 21.45 น. ภายหลังเดินทางไปร่วมพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิค 2008 ที่กรุงปักกิ่ง
ด้าน นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีต ส.ส.กทม. เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานจะเดินทางกลับประเทศไทยแน่นอน โดยจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวบิน TG 615 จากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในวันที่ 10 สิงหาคมไว้แล้ว ซึ่งเป็นไปตามกำหนดเดิมของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะท่านยืนยันและตั้งใจกลับมาต่อสู้คดีต่างๆ ในประเทศไทย ไม่เคยคิดลี้ภัยตามกระแสข่าวที่ออกมา คาดว่าจะมีอดีตแกนนำและอดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทยไปรอต้อนรับที่สนามบินสุวรรณภูมิหลายคน
แหล่งข่าวจากคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ภารกิจของ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 10 สิงหาคม ทาง พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมด้วยคุณหญิงพจมานจะไปรายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 11 สิงหาคม และจะทำเรื่องต่อศาลขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่า ต้องเดินทางไปดูแลสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ประเทศอังกฤษ ที่จะเปิดฤดูกาลในสัปดาห์หน้า ส่วนวันที่ 12 สิงหาคม พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะประธานมูลนิธิไทยคม จะไปเป็นประธานเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "แม่ของแผ่นดิน" ที่ฮอลล์ ออฟ มิเรอร์ สยามพารากอน
ด้าน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าว กรณีที่มีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะลี้ภัย ว่า ยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงไม่ทราบในรายละเอียด แต่เท่าที่มีโอกาสพูดคุยกับคนใกล้ชิด ซึ่งไม่ใช่โฆษกประจำตัว ก็ยังมีความเห็นที่หลากหลายคืออาจจะมีหรืออาจจะไม่มี ยังไม่เป็นความเห็นที่ชัดเจน ดังนั้น จึงไม่สามารถจะสรุปในเรื่องท่าทีได้ เพราะไม่ได้พูดคุยด้วยตัวเอง
นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณลี้ภัยในต่างประเทศ หากจะลี้ภัยจริงคงไม่ทำในเวลานี้ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณยังมีภารกิจที่ต้องสะสางอยู่หลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งระหว่างกลุ่มต่างๆ ภายในพรรคพลังประชาชน ที่กำลังร้าวฉานอย่างหนัก จำเป็นต้องใช้บารมีนายใหญ่ เรียกทุกคนมาเพื่อเป่ากระหม่อมเสียก่อน ดังนั้น ที่ พ.ต.ท.ทักษิณประกาศว่า จะยุติบทบาททางการเมืองจึงเชื่อถือไม่ได้ เพราะยังคอยบงการอยู่ และพรรคพลังประชาชนถือเป็นสมบัติชิ้นหนึ่งที่ไม่สามารถทิ้งได้ ดังนั้น ความวุ่นวายในพรรคพลังประชาชนจะสงบลงได้ ก็ต่อเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมา แม้กระทั่งแก๊งออฟโฟร์ที่มีอิทธิฤทธิ์ เมื่อเจอมนต์ขลังของ พ.ต.ท.ทักษิณก็ต้องสงบอย่างแน่นอน
แหล่งข่าวผู้พิพากษา กล่าวว่า ถ้าหาก พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ซึ่งเป็นจำเลยในคดีทุจริตการซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ไม่เดินทางกลับมารายงานตัวต่อองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามกำหนดนัดในวันที่ 11 สิงหาคม องค์คณะฯอาจใช้ดุลพินิจมีคำสั่งออกหมายจับจำเลยทั้งสองมาดำเนินคดี และสั่งปรับนายประกัน โดยองค์คณะฯ สามารถดำเนินกระบวนการพิจารณาไต่สวนพยานและพิพากษาคดีได้ ตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2543 ข้อ 10 ที่ระบุว่า ศาลมีอำนาจพิจารณาและไต่สวนพยานหลักฐานลับหลังจำเลยได้ แม้ว่าจำเลยจะหลบหนี แต่ยังมีทนายความของจำเลยทำหน้าที่แก้ต่างคดีให้อยู่ ทนายความอาจนำพยานจำเลยปากอื่นเข้าให้องค์คณะไต่สวนได้
"ที่จริงแล้วคำให้การจำเลยไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับคดีมากนัก เพราะคดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธมาตั้งแต่ต้น ที่สำคัญอยู่ที่พยานหลักฐานและเอกสารที่ใช้นำสืบข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้กระทำผิดตามที่ถูกฟ้องหรือไม่ต่างหาก" แหล่งข่าวผู้พิพากษากล่าว
เมื่อถามว่า หากจำเลยหลบหนีแต่ต้องการให้การต่อศาล โดยอาจมอบหมายให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลขอให้การเป็นลายลักษณ์อักษรได้หรือไม่ แหล่งข่าวผู้พิพากษากล่าวว่า สามารถทำได้ แต่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจขององค์คณะฯพิจารณา ว่าจะอนุญาตจำเลยให้การเป็นลายลักษณ์อักษรได้หรือไม่
ข้อมูลจาก มติชน
