ปชป. จ้องตรวจสอบ บ.เพื่อนพ้องน้องพี่ ของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกรัฐ และ จตุพร พรหมพันธุ์ ทีมงานโฆษก พปช.ว่า เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าววันนี้ (9 ส.ค.) ว่า ขอเรียกร้อง นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะเป็นผู้ริเริ่มรายการ ความจริงวันนี้ และอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะผู้บริหารสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เอ็นบีที ให้ทบทวนความเหมาะสมของรายการดังกล่าว เพราะ สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เป็นสื่อของรัฐ ไม่ใช่สื่อส่วนตัวของใคร จึงไม่ควรปล่อยให้เป็นกระบอกเสียงข้างเดียวของรัฐบาล โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกพาดพิงได้ชี้แจง
"ควรจะมีการทบทวนว่า รายการดังกล่าวมีความเหมาะสมที่จะออกอากาศต่อไปหรือไม่ และควรมีการเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการจัดรายการดังกล่าว หากจะให้มีรายการดังกล่าวต่อไป ก็ควรเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความเห็นแตกต่างได้ชี้แจงด้วย" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ด้าน นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีจะต้องใช้สื่อให้เกิดความเป็นกลาง จึงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ โดยอาจจะขอให้กรมประชาสัมพันธ์ จัดสรรเวลาที่ใกล้เคียงกัน ให้กับหน่วยงานอื่นที่ถูกพาดพิง แต่ไม่มีโอกาสชี้แจง
ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า ขอตั้งข้อสังเกตเรื่องการถือหุ้นในบริษัท เพื่อนพ้องน้องพี่ ของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ทีมงานโฆษกพรรคพลังประชาชน ว่า เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ การถือหุ้นดังกล่าวเป็นเรื่องผิดปกติหรือไม่ โดยพรรคประชาธิปัตย์จะตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง
ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี และอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ทบทวนรายการ ความจริงวันนี้ ที่พาดพิงบุคคลอื่นฝ่ายเดียว ว่า รายการดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ดำเนินรายการ และผู้ร่วมรายการก็มีตัวตนชัดเจน ดำเนินรายการอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ไม่ได้ทำใบปลิวกล่าวหากันลอยๆ หากใครรู้สึกว่าถูกกระทบกระทั่งจากการเปิดเผยข้อมูล ก็สามารถดำเนินการฟ้องร้องได้
"รายการไม่ได้เป็นการด่าคนข้างเดียว แต่เป็นการพูดในมุมมองข้อเท็จจริงที่ปรากฏ เป็นการตั้งข้อสังเกตตามแนวทางการเมือง สังคม และประชาชนสามารถใช้วิจารณญาณ หากประชาธิปัตย์จะตรวจสอบ ก็ทำได้ตามกฎหมาย หรือหากมีการหมิ่นเหม่กระทบกระเทือนผู้อื่น ผู้จัดก็พร้อมยอมรับผิดชอบ" รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวและว่า การจะยุติการออกอากาศหรือไม่ เป็นเรื่องของผู้ผลิตรายการและสถานีโทรทัศน์ที่ต้องตกลงกัน หากรายการยังออกอากาศต่อ ก็พร้อมเป็นผู้ดำเนินรายการต่อ ส่วนที่เรียกร้องให้เปิดรายการชี้แจงบ้าง คิดว่าคงต้องไปขออนุญาตผู้เกี่ยวข้อง เพราะอยู่ที่ทางสถานีโทรทัศน์จะพิจารณา