ถ้าคนทั้งประเทศเลี่ยงภาษีกันหมดบ้านเมืองจะอยู่อย่างไร ทุกคนต้องคำนึงถึงประโยชน์ อย่าสร้างความลำบากให้ตัวเองใครจะคิดว่าผู้ที่จุดกระแสจัดระเบียบ มีเงินได้ ต้องเสียภาษี ที่ชื่อ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ที่เสนอชื่อโดยสมาคมอาคารชุดเซ็นจูเรียนปาร์ค จะทำให้ครอบครัวอดีตผู้นำประเทศ ทักษิณ ชินวัตร ต้องตกม้าตาย
โดยเฉพาะคดีล่าสุด เลี่ยงภาษี การโอนหุ้นระหว่าง คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ให้แก่ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรม มีความผิดฐานไม่จ่ายภาษี ศาลมีคำพิพากษา จำคุก คนละ 2 ปี และอีก 1 ปีสำหรับให้การเท็จ
ถือเป็นคดีที่สั่นสะเทือนทั้งวงการนักธุรกิจและนักการเมือง
สำหรับ เรืองไกร มองว่า คนเรามีฐานะที่ดีต้องไม่เอาเปรียบสังคม และจากคดีนี้ก็หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรีบไปดำเนินการตรวจสอบการอาศัยช่องว่างการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ประเทศเสียหาย แม้จะมีคนแย้งว่าเป็นเทคนิคการซื้อขายอย่างหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเมื่อศาลมีแนวคำพิพากษาออกมาแล้ว ก็ควรนำไปดำเนินการ
ถ้าคนทั้งประเทศเลี่ยงภาษีกันหมด บ้านเมืองจะอยู่อย่างไร ทุกคนต้องคำนึงถึงประโยชน์ อย่าสร้างความลำบากให้ตัวเอง!
พระไม่เคยสอนให้เราทำบุญจนหมดเนื้อ หมดตัว ไม่เคยสอนให้คนเห็นแก่ตัว ส่วนคุณหญิงอ้อ จะเข้าข่ายสร้างความลำบากให้ตัวเองหรือไม่ขึ้นอยู่กับคำพิพากษาและไม่เคยคิดว่าคำพิพากษาจะเขียนออกมาแบบนี้ เพราะที่ปรึกษาของครอบครัวท่านเรียนจบมาสูงๆ เป็นผู้ที่มีความรู้ลำดับต้นๆ ของเมืองไทย คนที่ไม่รวยแล้วไม่โกงก็มี คนที่ไม่มีซื่อสัตย์ก็มีอยู่ คนที่ไม่มีแล้วไม่ซื่อสัตย์ก็ยังมี ปัญหาของมนุษย์เกิดจากความอยาก เรืองไกร แม้ไม่เคยบวช แต่ชอบศึกษาพระไตรปิฎก ยกคำพระขึ้นมากล่าว
ในอนาคตจะทำให้เจ้าพนักงานประเมินของกรมสรรพากรมีความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการประเมินภาษีรายได้ในการรับโอน ซื้อ-ขายหุ้น
เรืองไกร เคยนั่งเป็นที่ปรึกษา คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการ สตง. จึงถูกมองว่าเป็นมือเป็นไม้ให้แก่คุณหญิงจารุวรรณ เรื่องนี้ เรืองไกร ยอมรับว่า เคยช่วยงานคุณหญิงจารุวรรณ แต่ไม่ได้เป็นอะไรในอนุกรรมการของ คตส. บางครั้ง คตส.มีผลการประชุมและแถลงผลออกมา ตนยังเคยทำหนังสือท้วง คตส. และคุณหญิงจารุวรรณ ก็เคยถามว่า เรืองไกร ทำอะไรไม่เคยบอก ก็จะตอบ ว่าเป็นสิทธิ์ของผม
เรืองไกร ยืนยันว่า การตรวจสอบในคดีของคุณหญิงพจมาน ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องของตัว พ.ต.ท.ทักษิณ และภรรยา กรณีนี้ไม่ได้มุ่งตัวบุคคลแต่มุ่งที่เนื้อหากฎหมายโดยมองที่การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ปรึกษาที่มีความรู้ทางกฎหมายแล้วไปมีเจตนาบิดเบือนข้อกฎหมาย และเห็นว่าเมื่ออาจนำไปใช้ผิดๆ จึงได้ทำเรื่องขึ้นมาร้องเรียน
เพื่อยืนยันว่าไม่ได้คิดมุ่งตรวจสอบเฉพาะคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เรืองไกร บอกว่า ได้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบการถือหุ้นและการเสียภาษีของ ส.ส.ทั้ง 480 คน
การช่วยเหลือสังคม ควรจะทำในสิ่งที่มีอยู่ จ่ายภาษีให้แก่รัฐ ส่วนจะไปบริจาคและไปลงข่าวในทางสังคมเอาหน้า เอาตาก็เป็นอีกส่วน แต่อย่าไปเอาเงินที่ไม่ชอบหรือเสียภาษีไม่ครบแล้วมาทำตรงนี้ อดีตนักตรวจสอบภาษีอิสระกล่าวแสดงความเห็น
หลายครั้ง เรืองไกร ถูกมองว่า อยากทำตัวเด่นดัง เพราะทำแต่เรื่องที่ไปกระทบกับคนใหญ่คนโต เริ่มจากครอบครัวอดีตนายกฯ ทักษิณ นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อุตสาหกรรม ในรัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ ฐานเข้าข่ายกระทำความผิด เนื่องจากเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเอกชนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ควบคุม โดยนายโฆสิต เคยดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของผาแดงฯ
รวมทั้งกรณี ประธานรัฐสภา ชัย ชิดชอบ พ่อของนายเนวิน ชิดชอบ หลังตรวจพบว่า นายชัย อาจทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 (2) เนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่รับสัมปทานจากรัฐ เพราะพบว่า นายชัย ได้ถือหุ้นอยู่ในบริษัท ศิลาชัยบุรีรัมย์ (1991)
การยื่นเอกสารต่อ ป.ป.ช. และ กกต. ให้ตรวจสอบนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในกรณีจัดรายการชิมไปบ่นไป ของบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด เข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 มาตรา 267 หรือไม่ และจะต้องหลุดจากเก้าอี้นายกฯ ด้วยหรือไม่
ไม่เฉพาะรัฐบาล ฝ่ายค้านอย่างกรณี สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ถูกตรวจสอบเรื่องการถือครองหุ้นด้วยเช่นกัน
ล่าสุดที่ เรืองไกร ได้เข้าการตรวจสอบคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง กรณีภรรยามีเงินลงทุนในคณะบุคคล 9 แห่ง และมีเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนสามัญอีก 1 บริษัท
โดยร่วมกับเพื่อน ส.ว.อีก 18 คน ทำหนังสือถึงประธานวุฒิสภา เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาถึงความเป็นรัฐมนตรี กรณีรัฐมนตรีหรือคู่สมรสเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบแบบ บลจ.5 เกี่ยวกับบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นในบริษัท เพื่อนพ้องน้องพี่ จำกัด ของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจักรภพ เพ็ญแข อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน และนายวีระ มุสิกพงศ์ พบว่าแต่ละคนถือหุ้นอยู่ในบริษัทดังกล่าวคนละ 1 แสนหุ้น หุ้นละ 100 บาท รวมมูลค่า 10 ล้านบาทต่อคน
ทั้ง 4 มีฐานะพอสมควร จึงอยากรู้ว่าเอาเงินมาจากไหน ที่มาของเงิน มีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.อย่างไร ยื่นภาษีครบหรือไม่ แต่ละปีมีรายได้มาจากไหน
นอกจากนี้ เรืองไกร ยังได้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบรายจ่ายประจำปี 2552 เนื่องจากตรวจพบว่า มีเงินให้ชาวบ้านกู้ยืมถึง 104 ราย ตกรายละหลักหมื่นบาท รวมเป็นเงิน 4 ล้านกว่าบาท จึงต้องดูว่าเป็นการประกอบธุรกิจตามปกติหรือไม่
เรืองไกร ยืนยันว่า การตรวจสอบดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่นายวรวัจน์ ขู่ตัดงบประมาณของวุฒิสภาจำนวน 1,000 ล้านบาท
หากสังเกตจะเห็นว่า เรืองไกร มุ่งตรวจสอบเฉพาะบรรดานักการเมือง เพราะคิดว่าถ้าหัวดี ก็จะไล่กันเป็นเหมือนพีระมิด แต่ถ้าไล่จากฐานพีระมิด กว่าจะถึงหัวพีระมิด ก็ไม่รู้เปลี่ยนไปกี่หัวแล้ว เราต้องคิดว่าจะช่วยกันทำอย่างไรให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง ตามกระแสพระราชดำรัสของในหลวง
สังคม ประชาชนต้องได้รับความรู้เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ ที่จะตรวจสอบนักการเมืองมากขึ้น ขณะเดียวกันคนที่ทำหน้าที่นักการเมืองไม่ว่าจะเป็น ส.ส., ส.ว. รัฐมนตรี ต้องรู้ว่ามีหน้าที่อะไร จะถูกตรวจสอบได้อย่างไร
เรืองไกร กล่าวปิดท้ายว่า เมื่อเราเห็นว่าสังคมควรได้รับรู้การกระทำของบุคคลต่างๆ ควรนำมาเปิดเผย คนเรามีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 100 ปี ลมหายใจอยู่แค่ปลายจมูกไม่มีปัญหา ต้องยอมรับสภาพที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่ประมาท
นั่นคือประโยคท้ายที่เจือด้วยธรรม ของ เรืองไกร จอมสอย จากสภาสูง เพราะคดีความที่เขายื่นให้สอบนั้นหากผิดจริง ก็ต้องพ้นจากเก้าอี้ทั้งสิ้น!
น้องเก๋ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล หัวใจแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า
ประเทศไทยมี ฮีโร่โอลิมปิก คนใหม่ ชื่อ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล จอมพลังสาวนักยกน้ำหนักทีมชาติไทย หลังจากสาวจากเมืองปากน้ำโพคว้าเหรียญทองยกน้ำหนัก ในกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 29 มาครองได้สำเร็จ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
