สัมภาษณ์หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ, ศศินภา วัฒนวรรณรัตน์
คำว่านายทุนนี่ ผมว่ามันรุนแรงไปหน่อย ค่อนข้างจะเสียหาย ผมไม่ได้เล่นการเมืองแบบต้องเป็นนั่นเป็นนี่ และบางคนว่าผม แหม! ใช้เงินซื้อตำแหน่ง คำว่านายทุนเนี่ย ผมรู้สึกสะเทือนใจมาก...
ปี 2543 ชื่อ ประสงค์ โฆษิตานนท์ อดีต ส.ว.เพชรบูรณ์ ในฐานะเจ้าของบริษัท อาณาจักรสุโขทัยหินอ่อนและแกรนิต จำกัด โด่งดังในหน้าข่าวการเมืองหลัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ (ในขณะนั้น) ออกมาปูดข่าวเรื่องการขนไม้ ออป.ไปไว้ใน บ้าน สข. ริ่มฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ จ.กาญจนบุรี
ท่ามกลางเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่ามีชื่อ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย (ในขณะนั้น) เป็นเจ้าบ้าน?
ร้อนถึง 2 สามี-ภรรยา ประสงค์-วันเพ็ญ ต้องออกมายืนยันการครอบครอง บ้าน สข. ซึ่งย่อมาจากคำว่า สุโขทัยหินอ่อน ไม่ใช่ สนั่น ขจรประศาสน์ แต่หาได้ปฏิเสธสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับ พล.ต.สนั่น ไม่
หลังจากนั้นชื่อ ประสงค์ ก็ถูกจารึกลงหน้าประวัติศาสตร์การเมืองในฐานะ เพื่อนรักเสธ.หนั่น ทันที
ปี 2551 ชื่อ ประสงค์ กลับมาลือเลื่องอีกครั้งในการปรับ ครม. สมัคร 4 เมื่อเขาได้รับแต่งตั้งให้เป็น รมช.มหาดไทย ในโควต้าพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) ด้วยคุณสมบัติเพียงประโยคเดียวว่า เป็นนายทุนพรรค
เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประสงค์ ได้เปิดห้องทำงาน มท.3 พูดคุยกับ มติชน ตัวตนคนการเมืองหน้าเก่าที่ซุ่ม โลว์โปรไฟล์ มานาน ถูกเปิดเผยผ่านคำให้สัมภาษณ์ที่ฉายให้เห็นถึง ไฮคอนเนคชั่น กับนักการเมืองแถวหน้าของเมืองไทย
- เคยคิดมาก่อนหรือไม่ว่าจะได้เป็นรัฐมนตรี
ไม่ได้คิด จริงๆ ผมเป็น ส.ว.มากว่า 14 ปี นับจากปี 2535 ปี 2539 และปี 2543 ซึ่งเป็นทั้ง ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งและการแต่งตั้ง ก็คิดว่าจะทำงาน ส.ว.ไปตลอด แต่บังเอิญรัฐธรรมนูญให้เว้นวรรค ก็เลยต้องหยุด ความจริงผมชอบงาน ส.ว.มากเพราะเป็นงานที่ไม่ต้องใช้เวลา และมันโลว์โปรไฟล์ (เก็บตัว) พอมาทำงานรัฐมนตรีมันต่างกันเพราะเป็นงานบริหาร คุณต้องวางแผน ต้องตัดสินใจ ต้องรับผิดชอบ ก็เหมือนกับงานบริษัทที่เคยทำอยู่ ขณะที่งาน ส.ว.ส่วนใหญ่เป็นเรื่องกฎหมาย
- รู้ตัวล่วงหน้านานแค่ไหนว่าได้รับการเสนอชื่อให้เป็นรัฐมนตรี
ก็ไม่นานเท่าไหร่ คืออย่างนี้... ผมสนิทกับท่านพินิจ (จารุสมบัติ) และท่านปรีชา (เลาหพงศ์ชนะ แกนนำกลุ่มวังพญานาค) มาเป็น 10 ปี เป็นที่ปรึกษาท่านมาโดยตลอด มีอะไรก็คุยกัน แต่ผมไม่เคยเปิดตัว จึงไม่ค่อยมีใครรู้จัก แม้ในช่วงที่เป็น ส.ว. ผมก็ค่อนข้างโลว์โปรไฟล์ แต่ทุกคนยอมรับผมในเรื่องความโปร่งใส เมื่อมีการคัดเลือกคณะกรรมการองค์กรอิสระ ถ้า ส.ว.คนไหนไปหาเสียงให้ใครจะมีจดหมาย หรือใบปลิวต่อว่าทันที แต่ถ้าผมเชียร์ใคร ไม่มีใครว่าเลย เพราะทุกคนรู้ว่าผมโปร่งใส ผมไม่รับเงินใครเด็ดขาด ทุกคนให้เกียรติผม ในชีวิตผมไม่มีใครมาต่อว่าได้ (เสียงเข้ม) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเงินทอง
- ไม่เคยรับเงินใคร แต่เคยจ่ายเงินช่วยเหลือคนอื่นบ่อยหรือไม่
(หัวเราะ) มันต้องมีบ้างแหละกับคนเพื่อนฝูงมาก อันไหนที่ซัพพอร์ต (สนับสนุน) ได้ ก็ซัพพอร์ตกัน ของธรรมดาครับ ถ้าคุณหาเงินได้ คุณจะแบ่งให้เพื่อนใช้บ้าง แต่ถ้าคุณไม่มีแล้วไปให้ อันนั้นลำบากเลย
- ตรงนี้ทำให้ถูกมองว่าเข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้ เพราะเป็นนายทุน พผ.
เอ่อ... คำว่านายทุนนี่ ผมว่ามันรุนแรงไปหน่อย มันค่อนข้างจะเสียหาย ผมไม่ได้เล่นการเมืองแบบต้องเป็นนั่นเป็นนี่ และบางคนว่าผม แหม! ใช้เงินซื้อตำแหน่ง คำว่านายทุนเนี่ย ผมรู้สึกสะเทือนใจมากนะ ลองดูเหตุผลสิ มันเป็นไปไม่ได้ นอกเสียจากจะมีความสนิทสนมส่วนตัวแล้วเขาต้องการให้เราเข้ามาช่วย อันนี้คือสิ่งที่มีน้ำใจต่อกัน คือคนเราคบกัน มันต้องคบด้วยใจ ดังนั้น เหตุผลที่ผมได้รับเชิญให้มาเป็น เพราะเขามีน้ำใจและเชื่อใจมากกว่า เรื่องนายทุนนี่ผมว่ามันแรงไป รู้สึกว่าไม่ให้เกียรติกันเลย
- ไม่ได้หมายความว่าจ่ายไม่เยอะ ถึงขั้นต้องเรียกว่านายทุน
ไม่ใช่ๆ ตอนนี้การเมืองมันอึมครึมมาก ผู้เชี่ยวชาญ หรือใครก็ไม่สามารถพูดได้ว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป ใครจะกล้าลงทุน
- ใน พผ.มีบุคลากรล้นหลาม เหตุผลที่แกนนำมีน้ำใจกับท่านเป็นพิเศษเพราะอะไร
คือถ้าเอาผมขึ้นมาไม่มีใครว่าได้ เพราะทุกคนยอมรับ จะว่าขี้เหร่ ผมก็ไม่ได้ขี้เหร่ เพราะเรามีผลงานที่ประสบความสำเร็จมาตลอด อะไรๆ มันดูดีหมดทุกอย่าง ทุกพรรคก็ยอมรับ ผู้ใหญ่ในวงการก็ยอมรับ ท่านนายกฯสมัคร (สุนทรเวช) เองก็อยากได้คนไม่ขี้เหร่ แต่ไม่ใช่ในพรรคไม่มีคนนะ มี แต่บังเอิญผมกับแกนนำอาจสนิทกันอยู่เท่านั้นเอง
- แม้คนนอกจะให้การยอมรับ แต่คนใน พผ.ข้องใจว่าทำไมต้องนำตำแหน่งไปจัดสรรให้คนนอก ทั้งที่คนในแย่งกันแทบแย่
เมื่อมีคนจำนวนมากจะให้เป็นทุกคน มันเป็นไปไม่ได้ เพราะตำแหน่งมีน้อย คนไม่ได้เป็นก็ต้องมีบ้าง โวยวายกันบ้าง ความจริงตั้งเริ่มแรกเขาอยากให้ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ (รมว.) นะ ถ้าเป็นใครก็แล้วแต่ คงตอบรับทันที แต่รู้ไหมผมตอบว่าอย่างไร ผมบอกว่าผมมือไม่ถึง การเมืองสำหรับผมเพิ่งเรียน ก.ไก่ อย่าให้เลย บ้านเมืองจะเสียหาย ให้คนที่เก่งกว่าเป็นเถอะ ผมไม่เหมาะ ไม่ใช่ว่าพอโอกาสมาต้องรับไปหมด นั่นไม่ใช่ผม ผมไม่ใช่คนอย่างนั้น ทำในสิ่งที่ทำได้ การรับตำแหน่ง รมช. ก็เพราะคิดว่าเราผ่านงานมาขนาดนี้ คงทำได้ และจะไม่ให้พรรคเสียหาย ส่วนใครจะพอใจหรือไม่ ผมไม่รู้ อยู่ดีๆ ทางผู้ใหญ่เขาตัดสินมา
- เหตุใดคุณพินิจ-ปรีชาซึ่งเป็นสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ถึงมีบทบาทในการจัดโผ ครม.ของ พผ.แบบชัดแจ้ง
อย่าลืมว่าเขาสู้กันมาก่อนนะ ดังนั้น ไอ้สัญญาใจมันมีกันอยู่ แต่ด้วยความที่เป็นบ้านเลขที่ 111 เขาก็พยายามไม่ยุ่ง พยายามอยู่ห่างๆ แต่เรื่องความผูกพันมันมีอยู่ ก็พูดกันจริงๆ เป็นเหมือนกันทุกพรรคแหละ คนเหล่านี้ก็อยู่เบื้องหลัง ยังช่วยกันอยู่ แต่ไม่ออกหน้าเพราะมันผิด
- ลึกๆ แล้วมีสัญญาใจกับแกนนำพรรคหรือไม่ เพราะทันทีที่ตำแหน่งว่างลงก็ตกเป็นของท่านทันที
ฮื้ม... ไม่หรอกๆ คำว่าตั้งแต่แรกเริ่มที่ผมหมายถึงคือช่วงฟอร์ม ครม.ชุดแรก เขาจะให้ผมเป็น รมว.กระทรวงหนึ่ง แต่ตามมาตรา 116 และมาตรา 174 ของรัฐธรรมนูญบัญญัติว่าต้องพ้นจาก ส.ว.มาอย่างน้อย 2 ปี ช่วงนั้นมันขาดไปเดือนครึ่ง อย่างทาง พปช.บรรจุชื่อคุณศรีเมือง (เจริญศิริ ส.ส.สัดส่วน พปช. ในฐานะอดีต ส.ว.มหาสารคาม) เข้าไปแล้ว แต่ในพรรคเราไม่มีใครรู้เลยว่าเป็นไปไม่ได้ ผมเองเป็นคนไปเช็คว่าคุณสมบัติขาดหรือไม่ ก็ไปถามนักกฎหมายอาวุโสระดับปรมาจารย์หลายท่านที่คบหารักกันอยู่ บางท่านบอกเป็นได้ ไม่ต้องห่วง แต่พอถามอาจารย์มีชัย (ฤชุพันธุ์ อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ) ท่านบอกว่าอย่าเลย เสี่ยง ถ้ามีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความขึ้นมา ตามมารยาทผมต้องยุติการปฏิบัติงาน ต้องลาออก ไม่ใช่ปล่อยให้เขาตีความจนออกมาขนาดนั้น สุดท้ายผู้ใหญ่เลยบอกว่าเราเป็นผ้าขาว อย่าให้มีตำหนิ ใจเย็นดีกว่า
- แสดงว่าสัญญาใจ ณ วันนั้นคือทันทีที่พ้นจากการเป็น ส.ว.ครบ 2 ปี จะได้เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
(พยักหน้า) ก็จบ ไม่มีอะไรหรอก
- ความสัมพันธ์ฉันมิตรการเมืองระหว่างท่านกับคุณพินิจ-ปรีชา ถูกต่อติดตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่างไร
ความจริงผมคบคนค่อนข้างยากเหมือนกัน เพราะเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่คุณพินิจ-ปรีชาไม่ใช่คนพูดมาก พูดกันโอเค จบ ไม่จู้จี้จุกจิก ก็เลยคบกันมาเรื่อย คุยกันเหมือนเพื่อนสนิท มีอะไรก็เชื่อกัน ไปไหนไปด้วยกัน ผมคิดว่าไอ้ความเป็นเพื่อนนี่เป็นเรื่องสำคัญนะ ถ้าคุณมีเพื่อนการเมืองที่เชื่อถือได้ ถือว่าคุณโชคดี กับพี่วัฒน์ (นายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรค พผ.) ผมสนิทกับท่านมาตั้ง 30 ปีแล้วมั้ง แต่ที่คบหากันมานานกว่านั้น ต้องเสธ.หนั่น (พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี) คบไปคบมา เดี๋ยวนี้เคารพท่านเหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง เสธ.หนั่นก็ไม่ใช่คนพูดมาก พูดคำเดียวรู้เรื่อง
- เหตุใดจึงเลือกมาช่วยคุณพินิจ-ปรีชาที่ พผ. แทนที่จะไปช่วย พล.ต.สนั่นที่พรรคชาติไทย
ตอนผมลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ว.เพชรบูรณ์ ตอนปี 2543 มีผู้สมัครอยู่ 18 คน แต่คะแนนของผมมากกว่า 17 คนรวมกัน เพราะผมเป็น ส.ว.มาแล้ว 8 ปี ผู้ใหญ่ทุกพรรครู้จักผมเกือบหมดแหละ ทุกพรรคมาชวนผมหมด แต่ผมไม่ไปไหน ต้องอยู่กับ เสธ. เพราะผมกับ เสธ.มันไปไกลแล้ว ตอนนั้นท่านอยู่พรรคมหาชน แม้ท่านจะไม่มีตำแหน่ง ไม่ประสบความสำเร็จ ผมก็ไม่แคร์ ไม่เดือดร้อน ผมก็ทำงานของผมไป ผมบอกผู้ใหญ่ทุกพรรคไปว่าผมไปไหนไม่ได้ ถ้าเสธ.ยังทำพรรคมหาชนอยู่
ทีนี้เมื่อท่านย้ายไปอยู่พรรคชาติไทย ท่านก็อยากให้ผมไปเป็นหัวหน้าทีมที่ จ.เพชรบูรณ์ในการเลือกตั้งปลายปี 2550 แต่บังเอิญผมคุมน้ำหนักมาก ไม่ได้ทานแป้ง ทานแต่เนื้อกับผัก ผมจึงเริ่มเดินไม่ค่อยไหว เหนื่อยทั้งวัน พอเสธ.มาชวนผม ผมคิดว่าท่าทางจะไม่รอดเว้ย ถ้าให้คุมทั้งจังหวัด ต้องลงพื้นที่เช้าจนค่ำ ผมคงไปไม่รอด ท่านก็เข้าใจ เพียงแต่บอกว่าอย่าทิ้งการเมืองนะ ในช่วงเลือกตั้งผมเลยไม่ได้ยุ่งกับพรรคไหนเลย กระทั่งหลังเลือกตั้งผมโทร.หาคุณพินิจด้วยเรื่องส่วนตัว เขาก็เลยบอกว่าดีเลย กำลังหาคนอยู่ เรื่องก็มีแค่นี้ สรุปเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า (หัวเราะ)
- กับ พล.ต.สนั่นมาได้ใจกันมากๆ ในช่วงที่ เสธ.ถูกโจมตีกรณีบ้าน สข. จ.กาญจนบุรี โดยมีท่านมาออกรับแทนใช่หรือไม่
ไม่ใช่รับแทน จริงๆ สข. มาจากคำว่าสุโขทัยหินอ่อน (ยิ้มกริ่ม) ผมจะเล่าให้ฟังคืออย่างนี้... ทางเข้าบ้านหลังนั้นจะต้องผ่านบ้าน พล.ต.ศรชัย (มนตริวัตร) ไปก่อน มีอยู่วันหนึ่งผมไปนั่งทานข้าวอยู่กับ พล.ต.ศรชัย สักพักต้นไม้วิ่งผ่านไปแล้ว เขาบอกโอ้โห! ต้นเบ้อเริ่มเลยเว้ย วิ่งเข้าบ้าน เสธ.หนั่น ผมบอกไม่ใช่ นั่นบ้านผม ตอนหลัง พล.ต.ศรชัยได้ขายบ้านให้คุณเฉลิม (อยู่บำรุง) วันรุ่งขึ้นคุณเฉลิมก็เอาเครื่องบินไปถ่ายรูปเลย โวยวายใหญ่ ความจริงก็คือเสธ. เพียงแต่เข้าไปช่วยคุยกับกำนัน ช่วยเจรจาเรื่องที่ทางให้ เพราะบ้าน สข. ตั้งอยู่บนที่ผา เสธ.เขาพูดได้ ผมพูดไม่ได้ และช่วงที่ เสธ.เป็น มท.1 ท่านไม่สบายมากๆ ผมก็เลยบอกให้หลบไปนอนพักที่บ้านผมสิ ท่านก็ไปพัก เรื่องทั้งหมดมีอยู่แค่นั้นเอง แต่คุณเฉลิมไปปล่อยข่าวเสียวุ่นวายไปหมด ไม่เชื่อไปดูโฉนดขอมิเตอร์ประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์สิ ชื่อผมทั้งนั้น ปัจจุบันบ้านนี้ก็ยังเป็นชื่อผมเหมือนเดิม
- กังวลหรือไม่ว่าหลังการเปิดบัญชีทรัพย์สิน ครม. สมัคร 4 เรื่องบ้าน สข.จะตามมาหลอกหลอนอีก
ไม่มีละ แฟนผม (นางวันเพ็ญ) ก็เป็นคนแข็ง เขาไม่ยอมคุณเฉลิมหรอก แต่พอดีมีคนกลางซึ่งเป็นพ่อค้าที่คุณเฉลิมนับถือมากๆ เขาก็มาคุยกับทางเรา บอกว่าสารวัตรพวกเดียวกัน เลิกเหอะ แกก็เลยเลิก หลังจบเรื่องกันไปผมกับคุณเฉลิมก็ไม่มีอะไรต่อกัน เคยเจอกันในงานที่เสธ.เป็นคนจัด ก็นั่งคุยกันเฮฮา ต้องเข้าใจว่าคนเป็นผู้ใหญ่เมื่อเคลียร์กันแล้วก็จบ มันไม่ใช่เรื่องทรยศหักหลังกันเสียหาย เป็นเรื่องเข้าใจผิด ตอนนี้ผมกับคุณเฉลิมก็ไม่มีอะไรต่อกัน
- แปลว่าจะไม่มีรายการตรวจสอบ ร.ต.อ.เฉลิมย้อนหลังใช่หรือไม่ เพราะในช่วงที่เป็น รมว.มหาดไทยก็มีการปล่อยข่าวคาวบ้าง
ไม่ งานของท่านก็คืองานของท่าน งานของผมก็งานของผม ไม่ก้าวก่ายกัน ถ้ามัวก้าวก่ายกัน ทำงานไม่มีความสุขหรอก และมันไม่ใช่หน้าที่ผม ผมต้องทำหน้าที่ให้ดีเสียก่อน
- หลายฝ่ายประเมินว่าอายุของรัฐบาล สมัคร เหลือไม่มาก เหตุใดจึงตัดสินใจเข้ามารับตำแหน่งในช่วงนี้
ผมต้องการทำงานอย่างเดียว ผมไม่ได้แคร์อะไร ผมไม่รู้ ไม่ได้คิดอะไรอะไรเลย ในระหว่างเดินทางไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตน (วันที่ 5 สิงหาคม) ยังพูดกันเล่นๆ เลย เพราะกลุ่มพันธมิตรบอกว่ารัฐบาลชุดนี้เหลือเวลาอีกกระติ๊ดเดียว แต่ผมเฉยๆ ก็ทำงานไปเรื่อยๆ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ถ้ามัวแต่กลัวก็ไม่ต้องทำอะไร
- การเมืองในขณะนี้มีอะไรน่าพิสมัยสำหรับท่าน
คือถ้าคุณไม่เข้ามาก็ไม่รู้หรอก ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยกลัวอะไร เกิดมาต้องสู้
- โดยธรรมชาติก่อนนักธุรกิจจะเข้าสู่การเมืองต้องมีการประเมินความเสี่ยง ต้องคุ้มถึงจะยอมจ่าย
ใช่ อย่างนี้พูดถูก
- พผ.มีจุดคุ้มทุนอยู่ตรงไหน ท่านถึงให้การสนับสนุนพรรคนี้
ไม่ๆๆ ทำงานด้วยใจมากกว่า ตอนนี้เมื่อลงเรือรัฐบาลแล้ว ผมก็ต้องเชื่อนายกฯสมัคร แม้ท่านจะซัดสื่อมากหน่อย ผมก็ยังเชื่อนโยบายท่านอยู่ วันนี้ไม่ได้คุ้ม ไม่มีอะไรคุ้ม
- แปลว่าท่านไม่มีกรอบคิดแบบนักธุรกิจแล้ว
ไม่มี
- กลายเป็นนักการเมืองเต็มตัว
ไม่ใช่นักการเมือง คือ... ผมต้องการทำงานมากกว่า ต้องการชื่อเสียงเกียรติยศ อย่างสมัยเป็น ส.ว. เงินเดือนผมแทบไม่ได้ใช้ ผมทำเพราะต้องการได้รับเกียรติยศ โดยเฉพาะช่วงเป็น ส.ว. เลือกตั้ง ต้องบริจาควัด บริจาคโน่นนี่ ผมบอกเลยว่าเงินเดือนผม คุณเข้าคิวไปเถอะ ผมทำงานให้คุณฟรี แถมเงินเดือนให้ด้วย ตอนไปหาเสียงเพชรบูรณ์ถึงไม่มีใครรังเกียจผมสักคน
- ข้อเท็จจริงเกี่ยวกระแสกดดันให้ 4 รัฐมนตรี พผ. ช่วยกันปลดหนี้คงค้างของพรรค 20 ล้านบาทเป็นอย่างไร
ยังไม่รู้เลย ไม่น่ามีปัญหา ในพรรคคงไม่มีปัญหามั้ง โอย... พรรคเสียเงินไปตั้งเยอะแยะแล้ว เสียอีกนิดหน่อยทำไมจะเสียไม่ได้ (หัวเราะแห้งๆ)
- แล้วท่านเสียเงินดูแลพรรคพวกเพื่อนฝูงไปเยอะหรือยัง
ไม่ ไม่มากๆ เพราะเราไม่เคยคิดเลย หรือถ้าจะคิดคุณก็รู้ว่าภาวการณ์เป็นอย่างไร ก่อนรับตำแหน่งคุณจะรู้ว่าปัญหาข้างหน้าคืออะไร เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ดังนั้น ไอ้ 20 ล้านอย่ามาพูดเลย ก็พูดกันไปอย่างนั้นแหละ
- รู้สึกอย่างไรที่ถูกมองว่าได้เป็นรัฐมนตรีหลังมีการปฏิวัติคุณสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรค
อุ๊ย! ผมไม่รู้เรื่อง คุณสุวิทย์กับผมสนิทกันนะ ทุกพรรคก็เพื่อนผม ในพรรคประชาธิปัตย์นี่ผมไปกินกาแฟสบายๆ เลย หรือใน พปช. มีเพื่อนผมตั้งเยอะ แต่ก่อนนายกฯทักษิณ (ชินวัตร อดีตนายกฯ) เจอผมก็เรียก โทรศัพท์มือถือนี่ คุณบรรณพจน์ (ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมคุณหญิงพจมาน ชินวัตร) ก็เป็นคนให้มา... ไม่รู้สิ ผมไม่ใช่นักการเมืองที่ต้องสู้กันแบบนั้น ผมเป็นก็ได้ ไม่เป็นก็ได้
- อย่างนี้ท่านก็ไม่มีทางทำตัวเป็นฝ่ายค้านใน ครม. เหมือนที่คุณสุวิทย์เคยถูกกล่าวหา
ไม่ใช่ๆ ผมถือผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก อย่างอื่นเป็นเรื่องปลีกย่อย
- การเป็นรัฐมนตรีในโควต้า พผ. ซึ่งมุมหนึ่งถูกสงสัยว่าเป็นพวกพันธมิตร ขณะที่อีกมุมหนึ่งมีกลุ่มที่แอบปันใจให้ พปช.ไปแล้ว จะวางบทบาทตนเองอย่างไร
ก็พูดกันไปตามเรื่องน่ะนะ ผมไม่สน ผมไม่ฟัง ผมเฉยๆ จะทำงานอย่างเดียว และคงไม่เตรียมรับมืออะไร ปล่อยให้มันหลุดไปเอง เรื่องอะไรมา เราไม่สน ผมไม่ใช่คนแก้ปัญหา ให้หัวหน้าเขาแก้ไป
- อยากให้สังคมจดจำมท.3 ที่ชื่อ ประสงค์ อย่างไร
อยากให้จำแต่ความดีเอาไว้ คือผมมานี่ก็ตั้งใจทำงาน ถือเป็นโอกาสที่จะสร้างชื่อเสียง บรรพบุรุษผมก็ทำชื่อเสียงไว้ดีมาตลอดใน จ.เพชรบูรณ์ ผมจึงต้องการทำให้ตระกูลเรามีชื่อเสียงดีต่อไป อีกอย่างอายุเราก็มากแล้ว นับได้เลยผมอยู่อีกกี่ปี อย่าไปคิดมาก คิดดีทำดีอย่างเดียว
- คิดว่าเก้าอี้ มท.3 นั่นจะได้นั่งระยะยาวแค่ไหน
ไม่รู้สิ แต่ขอทำงานไว้ก่อน
- ถ้าในการปรับ ครม. สมัคร 5 เกิดมีคนมาสะกิดให้ออกเถอะ ขอเป็นบ้างจะตัดสินใจอย่างไร
เรื่องอนาคตยังไม่รู้เลย
หน้า 11
ข้อมูลจาก มติชน
