รายงานพิเศษให้หลังแถลงการณ์ของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่ส่งตรงจากอังกฤษประกาศไม่กลับเมืองไทย เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็เซ็งแซ่ ในส่วนของนักการเมืองทั้งพรรคพลังประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาลประเมินสถานการณ์ไปในแนวทางเดียวกันว่าจะทำให้อุณหภูมิการเมืองลดลง
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ยังระแวงอดีตนายกฯ ไม่วางมือง่ายๆ
สามารถ แก้วมีชัย
ประธานวิปรัฐบาล พรรคพลังประชาชน
การมองว่าเมื่อพ.ต.ท.ทักษิณไม่อยู่จะทำให้พรรคทำงานยากขึ้นเพราะขาดแกนหลัก ผมว่าตรงกันข้าม วิกฤตที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นโอกาสให้มดแดงที่คอยทะเลาะกันหันหน้ามาสามัคคีร่วมใจกันทำงานมากขึ้น
เพราะไม่มีพ.ต.ท.ทักษิณเหมือนเมื่อก่อนแล้วสมาชิกต้องพึ่งพาตัวเองมากขึ้น ปรับตัวหันหน้าเข้าหากัน
ที่สำคัญจากนี้บุคคลที่เป็นผู้นำพรรคทั้งนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค และน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค ต้องแสดงบทบาทในการนำพาพรรคให้ก้าวไปสู่ความเป็นสถาบัน
ส่วนที่มองว่าจะมีใครทำหน้าที่ได้เทียบเท่าพ.ต.ท.ทักษิณ คิดว่าพรรคและสมาชิกคงไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคลใดเป็นพิเศษ แต่ต้องมีภาวะผู้นำ กล้าคิด กล้าตัดสินใจ
ส่วนข้อสังเกตว่าหากเลือกตั้งใหม่ความนิยมของประชาชนที่มีต่อพรรคจะลดลงเมื่อไม่มีพ.ต.ท.ทักษิณนั้น เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจและเห็นใจมากขึ้น จึงไม่กังวลว่าคะแนนเสียงจะตก แต่ยอมรับว่าพรรคการเมืองอื่นอาจขอแบ่งที่นั่งไปได้บ้าง
แต่ท้ายที่สุดพลังประชาชนจะยังคงได้รับความไว้วางใจอยู่
เพราะยุทธศาสตร์และนโยบายพ.ต.ท.ทักษิณวางรากฐานไว้เป็นอย่างดีแล้ว
สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล
รองหัวหน้าพรรคชาติไทย
คาดหวังว่าสถานการณ์การเมืองน่าจะสงบและคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาสังคมไทยยังมีความรู้สึกว่าพ.ต.ท.ทักษิณยังอยู่เบื้องหลังพรรคพลังประชาชน
เสียงของคนที่เอาและไม่เอาทักษิณเป็นปมปัญหาลากยาวมาถึงวันนี้ ทั้งที่คนคาดหวังว่าหลังเลือกตั้งแล้วอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนถูกเว้นวรรคแล้วก็น่าจะจบ
แต่สังคมยังรู้สึกว่าพรรคพลังประชาชนเป็นพรรคนอมินี ส่วนกลุ่มพันธมิตรฯก็เรียกร้องมาตลอดจึงทำให้กระแสการเมืองไม่หยุดนิ่ง
แต่หลังจากพ.ต.ท.ทักษิณประกาศไปอยู่อังกฤษแล้วคงจะทำให้การส่งผ่านทางความคิด ความต้องการ หรือเข้ามามีอิทธิพลต่อพรรคพลังประชาชนอาจปรับลดน้อยลง
เมื่อไม่มีกระแสว่าพ.ต.ท.ทักษิณมาสั่งการหรือมีส่วนร่วม การเมืองก็จะเริ่มคลี่คลายกลับสู่มิติที่ทุกคนปรารถนา
หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ พรรคชาติไทยต้องต่อสู้หนักหรือเบาไม่ได้อยู่ที่พ.ต.ท.ทักษิณ แต่อยู่ที่นโยบายของพรรคชาติไทยเอง ทุกวันนี้เราไม่ได้แข่งกับใครแต่แข่งกับตัวเราเอง
จะได้เก้าอี้เพิ่มหรือไม่ตอนนี้ตอบไม่ได้ต้องดูสถานการณ์ในเวลานั้นด้วย
ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์
รองหัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา
นับจากวันนี้ที่พ.ต.ท.ทักษิณขอลี้ภัย สถานการณ์การเมืองคงจะราบเรียบมากขึ้น เพราะทุกคนเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
ส่วนรัฐบาลถ้ายึดมั่นในความถูกต้องไม่มีปัญหา อยู่ได้ ถ้าเดินไปตามระบอบประชาธิปไตยคิดถึงประเทศ ชาติเป็นหลัก
ตอนนี้รอดูท่าทีของรัฐบาลสักระยะหนึ่ง เพราะรัฐบาลจะเป็นตัวแปร ตัวชี้นำ ที่สำคัญเมื่อบรรยากาศทางการเมืองคลี่คลายไปแล้วไม่ควรนำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาเป็นประเด็นอีก
ควรใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ไปสัก 2 ปี แล้วเรื่องไหนมีอุปสรรคจริงๆ ค่อยมาแก้ไข
พรรคพลังประชาชนเมื่อไม่มีพ.ต.ท.ทักษิณจะแตกแยกหรือเปลี่ยนไปในทิศทางใดอยู่ที่สมาชิกพรรค ถ้ารวมกันเหนียวแน่นก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ต่อไป
แม้จะเกิดคดียุบพรรคพลังประชาชนหรือไม่ในอนาคตก็ตาม สมาชิกพรรคที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคก็ต้องทำงานต่อไป
ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลจะมีอำนาจต่อรองมากขึ้นหรือไม่ ผมว่าพรรคพลังประชาชนมีเสียงมากพออยู่แล้ว อยู่ที่ว่าพรรคพลังประชาชนซึ่งเป็นแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลนั้นทำเพื่อใคร
พรรคร่วมยังคงทำงานต่อไปตามที่ตกลงจัดตั้งรัฐบาลกันไว้แต่แรก
เสนาะ เทียนทอง
หัวหน้าพรรคประชาราช
เชื่อว่าการประกาศของพ.ต.ท. ทักษิณที่จะไม่กลับมาเมืองไทยน่าจะทำให้สถานการณ์การเมืองเบาบางลง
ต้องยอมรับว่าการเมืองที่ร้อนระอุอยู่ทุกวันนี้เกิดจากกลุ่มคนที่ไม่ชอบพ.ต.ท.ทักษิณ พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อพุ่งเป้าไปที่ตัวของพ.ต.ท. ทักษิณ ทำให้กลายเป็นประเด็นความวุ่นวายทางการเมือง
โดยเฉพาะการโจมตีรัฐบาลนายสมัคร แม้พ.ต.ท.ทักษิณจะเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไรก็ยังจะเป็นประเด็นว่าอยู่เบื้องหลังรัฐบาลและนำเรื่องนี้มาขยายความ
การประกาศชัดเจนว่าจะไม่กลับมาแล้วจะทำให้การเมืองที่ร้อนระอุอยู่กลับด้านในทิศทางที่ดีขึ้น ปัญหาที่เกิดจากกลุ่มคนที่เอาพ.ต.ท.ทักษิณเป็นตัวตั้งก็จะน้อยลงในทุกจุด
เงื่อนไขที่บีบรัดรัฐบาลก็จะคลี่คลายลง
แต่ตัวนายกฯ สมัครก็ต้องแสดงท่าทีให้ชัดเจน เช่น ประกาศตัวว่าไม่ได้เป็นตัวแทนของพ.ต.ท.ทักษิณอย่างที่มีการกล่าวหา ถ้าทำได้ทุกอย่างก็จะเบา และจะทำให้อายุของรัฐบาลยาวนานขึ้น
ยกเว้นจะพยายามสร้างเงื่อนไขขึ้นมาอีก
ส่วนสถานการณ์ของพรรคการเมืองขณะนี้ยังยากที่จะวิเคราะห์อะไร ขอให้ดูสถานการณ์ในภาพรวมอย่างนี้ต่อไปก่อน
พล.อ.ธงชัย เกื้อสกุล
รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน
เชื่อมั่นว่าสถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนแรงอยู่ในขณะนี้จะคลี่คลายลงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ต่อต้านระบอบทักษิณอยู่
เพราะพ.ต.ท.ทักษิณถือเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเคลื่อนไหวครั้งนี้
แต่ไม่มีผลกระทบกับพรรคเพื่อแผ่นดิน เพราะพรรคยังคงขับเคลื่อนในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป
หากต้องเลือกตั้งใหม่ การหาเสียงของพรรคเพื่อแผ่นดินคงสะดวกมากยิ่งขึ้น เป็นตัวของตัวเองขึ้น แต่ก็จะกลายเป็นดาบสองคมได้เพราะต้องยอมรับว่าส.ส.ส่วนใหญ่ของพรรคมาจากภาคอีสานที่ถือนโยบายเดิมของไทยรักไทยเป็นสำคัญ
การลี้ภัยของพ.ต.ท.ทักษิณจะมีผลกระทบชัดเจนต่อพรรคพลังประชาชนมากกว่า จะทำให้มุ้งต่างๆ ภายในพรรคตั้งตนและรวมกลุ่มกันชัดเจนยิ่งขึ้น
เป็นความท้าทายของนายสมัครว่าจะคุมกลุ่มและมุ้งเหล่านี้อย่างไร
หรือมองในมุมกลับ การลี้ภัยของพ.ต.ท.ทักษิณจะทำให้นายสมัครสบายใจมากขึ้น เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น
ดูได้จากการปรับครม.ครั้งล่าสุด ที่นำคนนอกเข้ามา เพราะบุคคลทั่วไปรู้ว่านายสมัครมาอย่างไร
พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์
รองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย
ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าส่งผลกระทบกับกลุ่มต่างๆ ในพรรคพลังประชาชน เพราะโดยระบบนายสมัครยังเป็นหัวหน้าพรรคที่ดูแลคุมพรรคได้ การทำหน้าที่ในการนำ พรรคยังปกติ
เงื่อนไขใหญ่ที่จะทำให้เกิดการสลับขั้วเปลี่ยนแปลงทางการเมืองคือผลจากการตัดสินยุบพรรค ต้องรอดูทั้งพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน และพรรคมัชฌิมาธิปไตยเอง หากพรรคใดโดนยุบวันนั้นจะทราบท่าทีของแต่ละกลุ่มแต่ละพรรคว่าจะไปไหนอย่างไร
ส่วนพรรคมัชฌิมาฯ เราตั้งมาเป็นพรรคสายกลางอยู่แล้ว ไม่ได้คิดเป็นพรรคเล็ก แต่ที่ผ่านมามีปัญหาในพรรคเยอะ หากถึงวันที่ต้องปรับระบบใหม่ก็ต้องมาดูว่าใครจะขยับขยายกันอย่างไร
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
การเมืองจากนี้ไปไม่คิดว่าจะขึ้นอยู่กับพ.ต.ท.ทักษิณอย่างเดียว ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขอื่นๆ ด้วย
ทั้งในส่วนของการเมืองในสภาและภาคประชาชนคือกลุ่มพันธมิตรฯ ในสภานั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาลซึ่งหมายถึงนายสมัครและพรรคพลังประชาชน
พรรคพลังประชาชนมีเค้าความแตกแยกเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว ชัดเจนตอนปรับครม. แต่ไม่สามารถตอบแทนได้ว่ามันจะรุนแรงเพิ่มเติมขึ้นมากน้อยแค่ไหนเมื่อพ.ต.ท.ทักษิณไม่อยู่
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ภาคอีสานยังเป็นการบ้านข้อใหญ่ของพรรค พรรคต้องทำงานหนักต่อไปและหนักยิ่งขึ้น
ถ้าประชาชนได้ข้อมูลครบถ้วนทุกด้านไม่จำกัดเฉพาะในส่วนของนโยบายประชานิยม เชื่อว่าโอกาสของพรรคที่จะได้รับความไว้วางใจเพิ่มเติมก็มีความเป็นไปได้มากขึ้น
กรณีพ.ต.ท.ทักษิณ พรรคคงไม่ไปนั่งมองว่าอยู่เมืองไทยหรือไม่อยู่ และจะเป็นประโยชน์กับพรรคหรือไม่ พรรคไม่ได้ไปมองพ.ต.ท.ทักษิณเป็นปัจจัยสำคัญ แต่มองในแง่การทำหน้าที่ของเรา
ไม่คิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะหยุดง่ายๆ เพราะเดิมพันเรื่องผลประโยชน์มีจำนวนมหาศาล
ต้องรอดูต่อไปว่ารูปแบบการสนับสนุนจะเป็นอย่างไร
หน้า 6
ข้อมูลจาก ข่าวสด
