(20ส.ค.) นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานแถลงข่าว ผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร และนายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า จากผลการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนให้ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรครึ่งปีแรกของปี 2551 ขยายตัวในอัตราร้อยละ 3.8โดยมีปัจจัยบวกสำคัญคือราคาสินค้าเกษตรในช่วงปลายปีที่ผ่านมาและต้นปีนี้อยู่ในเกณฑ์ดี และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2550 จูงใจให้เกษตรกรขยายการเพาะปลูกพืชหลายชนิดเพิ่มขึ้น ประกอบกับภาครัฐให้การสนับสนุนและดูแลภาคเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยมีการวางแผนบริหารการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ การให้ความรู้ทางด้านวิชาการและการบริหารจัดการฟาร์มแก่เกษตรกร รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการดูแลด้านราคาและขยายตลาดสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้การขยายตัวของสาขาพืชค่อนข้างดี มีอัตราการขยายตัวประมาณร้อยละ 4.8 เนื่องจากพืชหลักเช่น ข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่วนสาขาปศุสัตว์ ขยายตัวร้อยละ 2.7 ชะลอตัวลง เนื่องจากปัญหาต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ราคาสินค้าปศุสัตว์ส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี
สำหรับสาขาประมง ขยายตัวประมาณร้อยละ 1.8 ชะลอตัวจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากปัญหาราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นอุปสรรคที่ส่งผลให้ผู้ทำประมงรายย่อยหลายรายชะลอการออกเรือ สาขาป่าไม้ คาดว่าลดลงในอัตราร้อยละ 2.2 เนื่องจากการทำไม้และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากป่าธรรมชาติลดลงทุกชนิด ขณะที่ไม้เศรษฐกิจอื่นๆ เช่น ไม้สน และยูคาลิปตัส ฯลฯ แม้จะมีการขยายการปลูกในพื้นที่ว่าง รวมทั้งในไร่นาเพิ่มขึ้น แต่ผลผลิตยังไม่ขยายตัวมากนัก
สาขาบริการทางการเกษตรคาดว่าจะขยายตัว ร้อยละ 0.9 จากการขยายพื้นที่เพาะปลูกพืชหลายชนิด และผลผลิตพืชเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการใช้บริการในการเตรียมพื้นที่สำหรับการเพาะปลูกใหม่ และการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การใช้บริการทางการเกษตรขยายตัวไม่มากนัก นายสมศักดิ์ กล่าว
สำหรับสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรสำคัญในครึ่งปีหลังจากนี้คาดว่าจะมีผลผลิตดีกว่าปีที่ผ่านมา เป็นดัชนีได้ร้อยละ 113.48 เปรียบเทียบกับปีที่แล้วได้ดัชนี 187.72 ตัวที่เพิ่มสำคัญ คือ พืชอาหาร เพิ่ม 7.32 % ทั้งข้าวและอ้อยโรงงาน รวมทั้งปาล์มน้ำมันเพิ่มประมาณ 23.2 % โดยปริมาณผลผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญใน 6 เดือนหลังที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น เช่น ข้าวนาปี 23.8 % เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วจากเดิม 23.3 % ข้าวนาปรัง 8.7 % จากเดิมปีที่แล้วอยู่ที่ 6.8 %
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 3.7 % จากปีที่แล้ว 3.6 % มันสำปะหลัง 28.53 % จากปีที่แล้ว 25.5 % อ้อยโรงงานลดลงเล็กน้อยเหลือ 72.6 % จากปีที่แล้ว 76.735 ยางพารา 3.1 % จากปีที่แล้ว 3.0 % ปาล์มน้ำมัน 7.8 % จากปีที่แล้ว 6.3 % ขณะที่สถานการณ์ราคาโดยรวมก็คาดว่าจะดีกว่าปีนี้ 143.2 % ขณะที่ปีที่แล้วอยู่ที่ 110.5 % โดยเฉพาะสินค้าประเภทพืชอาหารและน้ำมัน ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง เป็นต้น
ส่วนงานสำคัญที่จะดำเนินการปีงบประมาณ 2552 นั้นจะเน้นการทำงานที่สอดคล้องนโยบายเพื่อนำไปสู่เป้าหมาย เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาชนมีอาหารบริโภคปลอดภัย สร้างรายได้ให้แก่แผ่นดิน โดยมีงานสำคัญที่จะดำเนินการ ดังนี้ 1. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ทั่วประเทศรวมทั้งโครงการหลวง
2. งานต่อเนื่องและโครงการใหม่ ที่สำคัญได้แก่ 2.1) การส่งเสริมพัฒนาอาชีพใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น การฟื้นฟูอาชีพให้เหมาะสมกับศักยภาพและพื้นที่ โดยเฉพาะการปลูกยางพารา ลองกอง ปาล์มน้ำมัน ด้านประมงส่งเสริมการแปรรูป ด้านปศุสัตว์ส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อ แพะ รวมทั้งก่อสร้างปัจจัยพื้นฐาน จัดตั้งนิคมการเกษตรปาล์มน้ำมัน จัดตั้งตลาดน้ำยางสด รวมทั้งสนับสนุนปัจจัยการผลิต ตลอดจนก่อสร้างชลประทาน จัดหาแหล่งน้ำ และจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ฯลฯ
2.2) การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร/พักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อย 2.3) การพัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 2.4) การปรับโครงสร้างและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในพืชเศรษฐกิจหลักๆ เช่น ข้าว ยางพารา รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ พัฒนาพื้นที่ท่าเทียบเรือประมง ปรับปรุงตลาด อ.ต.ก.ก่อสร้างศูนย์กล้วยไม้ รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร
2.5) การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ 2.6) การส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ทดแทนสารเคมีทางการเกษตร และ 2.7) การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อาทิ โครงการปรับปรุงเว็บไซต์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเป็นศูนย์กลางบริการข้อมูลที่สมบูรณ์และทันสมัย การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการเงินและการบัญชี และโครงการกำหนดเขตเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เป็นต้น
แผ่นดินสุดท้ายวัฒนา อัศวเหม
: วัฒนา ดิ้นสุดฤทธิ์เพื่อหนีอาญาแผ่นดิน ผืนดินเดียวที่เขามีอิทธิพลและหลบซ่อนอย่างปลอดภัยคือ กัมพูชา และเพื่อนรักอย่าง พัด สุภาภา ก็คือตัวช่วยให้หนีได้ตลอดรอดฝั่ง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
