นายนพดล บูรณะธนัง ผู้บริหารส่วนวิเคราะห์เศรษฐกิจด้านอุปทาน ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในหัวข้อวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจ ทิศทางเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และสภาพคล่องของผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในงานสัมมนาอสังหาฯ ฝ่ากระแสเศรษฐกิจว่า ขณะนี้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในประเทศยังติดลบ ทำให้ยังมีช่องทางที่จะสามารถใช้การดำเนินนโยบายการเงินตึงตัว เพื่อลดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อได้อย่างไรก็ตาม แนวทางการปรับอัตราดอกเบี้ยควรจะเป็นการทยอยปรับ ซึ่งอาจจะปรับขึ้นไปได้ไม่มากนัก เนื่องจากต้องระวังไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
หากเทียบดอกเบี้ยนโยบายของไทยกับประเทศอื่นๆ แล้ว ของไทยยังมีดอกเบี้ยนโยบายที่ต่ำกว่าประเทศอื่น และดอกเบี้ยที่แท้จริงยังติดลบ แนวทางการดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไป นโยบายการเงินยังคงตึงตัวได้บ้าง แต่อาจปรับขึ้นได้ไม่มาก และเป็นการทยอยปรับ เพราะต้องดูแลไม่ให้กระทบการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
นายนพดล กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยถือเป็นต้นทุนทางการเงิน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนไม่มากนักในต้นทุนการผลิตของภาคเอกชน และจากการสำรวจความเห็นของเจ้าหน้าที่บริหารสินเชื่อมองว่าอัตราดอกเบี้ยไม่ได้กระทบต่อความต้องการสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ด้วย
นายนพดล มองว่า ทิศทางของอัตราเงินเฟ้อในระยะ 1 ปีข้างหน้า คาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับสูง เนื่องจากผลสำรวจของ ธปท.พบว่า ผู้ประกอบการภาคเอกชนยังมองว่าอัตราเงินเฟ้อในระยะ 12 เดือนน่าจะอยู่เหนือกว่าระดับ 6% ทั้งนี้ ธปท.คาดอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน(Core CPI) ในปีนี้จะอยู่ในช่วง 2.8-3.8% ซึ่งเป็นระดับที่ยังไม่ได้ประเมินผลกระทบจากมาตรการ 6 เดือน ของภาครัฐที่อาจทำให้แรงกดดันของเงินเฟ้อลดลง ส่วนปี 52 คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐานจะอยู่ในช่วง 3-4% ส่วนเงินเฟ้อทั่วไป(CPI) ปีนี้คาดว่าอยู่ที่ 7.5-8.8% ส่วนปี 52 อยู่ที่ 5-7.5% สำหรับ GDP ปีนี้คาดว่าจะขยายตัวในช่วง 4.8-5.8% และปี 52 จะอยู่ที่ 4.3-5.8%
ข้อมูลจาก มติชน
