เรืองไกร ทำหนังสือถึงประธานกกต. ให้ตรวจสอบสมาชิกภาพ 56 ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นวิปรัฐบาลต้องหลุดจากเก้าอี้ เผยมติครม.ระบุว่า ให้เบิกค่าใช้จ่ายจากสำนักเลขาธิการนายกฯ และมีอำนาจหน้าที่ส่วนหนึ่งตามที่ได้รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรีขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 265 ชัดเจน นายเรืองไกรย ลีกิจวัฒนะย สมาชิกวุฒิสภาระบบสรรหาเปิดเผย มติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมว่า ได้ทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ตรวจสอบกรณีสอบว่า ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล 56 คนที่ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการประสานงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) สมาชิกภาพได้สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2550 มาตรา 106(6) หรือไม่หนังสือของนายเรืองไกรระบุว่า คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธุ์ 2551 ได้มีรับทราบคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีย ที่ย ย 23ย / 2551 เรื่องย แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร โดยคำสั่งดังกล่าวมีรายละเอียดว่า เพื่อให้การดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาเป็นไปอย่างมีระเบียบแบบแผนตามระบบรัฐสภาย ตลอดจนการติดต่อประสานงานและเสนอข้อมูลของ ครม.แก่ ส.ส.ในปัญหาต่าง ๆ ทั้งด้านนิติบัญญัติและด้านบริหารให้ดำเนินไปอย่างราบรื่นย ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญ ในการสนับสนุนการดำเนินการของ ครม.ในการเสนอร่างกฎหมายและดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องกับงานด้านนิติบัญญัติย และส่งผลให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเรียบร้อย
ครม.ในการประชุมเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2551 จึงเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ย ความสามารถย และความเชี่ยวชาญเหมาะสม เพื่อทำหน้าที่ประสานงานระหว่างกิจการของคณะรัฐมนตรีและสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยย และมาตรา 11 (6) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 จึงแต่งตั้งกรรมการในการบริหารราชการแผ่นดินขึ้นคณะหนึ่งย เรียกว่าย คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรย (ปสส.) โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ที่สำคัญเช่น
1. พิจารณาดำเนินการหรือประสานงานในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภา ตามที่ได้รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี
2. พิจารณาระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภา เพื่อกำหนดแนวทางการทำงาน และมีมติเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบหรือเห็นชอบแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ มติของคณะกรรมการต้องสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลหรือของนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี
3.ให้คณะกรรมการมีอำนาจเชิญส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงและจัดส่งเอกสารข้อมูลให้แก่คณะกรรมการ
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการย ให้มีสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรอยู่ภายใต้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
สำหรับการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้เบิกจ่ายจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ย ทั้งนี้ย ตั้งแต่วันที่ย 18ย ย กุมภาพันธ์ พ.ศ.ย 2551ย เป็นต้นไป
หนังสือดังนายเรืองไกรระบุว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็น ส.ส.ในพรรคร่วมรัฐบาลจำนวน 56 คนซึ่งเป็นสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติ แต่มีอำนาจหน้าที่ส่วนหนึ่งตามที่ได้รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี และสามารถเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้เบิกจ่ายจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จึงเป็นหน่วยงานที่อยู่ในความรับผิดชอบหรือกำกับดูแลของฝ่ายบริหารเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์แห่งการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหาร จึงเป็นการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ในตำแหน่งที่ ส.ส.ดำรงอยู่ จึงไม่อยู่ในความหมายและขอบเขตของการเป็นกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งได้รับยกเว้นให้กระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 วรรคสอง จึงเข้าข่ายการกระทำอันต้องห้ามตามมาตรา 265 วรรคสองย ย ที่มีผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงเฉพาะตัวนับแต่วันที่ได้กระทำการ ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106(6) แล้ว
กรณีดังกล่าวสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 10/2551 มีการพิจารณาความตามมาตรา265 (1) ประกอบมาตรา 265 วรรคสองย ไว้ว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 265 วรรคหนึ่งได้บัญญัติข้อยกเว้นไว้ให้ในกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรับหรือดำรงตำแหน่งกรรมาธิการของรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรย หรือกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งในการบริหารราชการแผ่นดิน
ข้อยกเว้นในกรณี ส.ส.รับหรือดำรงตำแหน่งกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งในการบริหารราชการแผ่นดินหมายถึง ยกเว้นการรับหรือดำรงตำแหน่งกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งในการบริหารราชการแผ่นดิน เฉพาะในฝ่ายนิติบัญญัติเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้มีการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหาร ไปดำรงตำแหน่งในฝ่ายบริหารหรือฝ่ายตุลาการ หรือในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ผู้ควบคุมและผู้ถูกควบคุมเป็นบุคคลคนเดียวกันย อันจะทำให้เป็นการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์
จึงขอให้ ประธาน กกต.ส่งเรื่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรย ย เพื่อให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นได้ดำเนินการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยสมาชิกภาพของ ส.ส. 56 คนที่ได้รับแต่งเป็นคณะกรรมการประสานงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป
-------------------------------
คลิกอ่าน ... คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ตั้งวิป ส่อขัดกฎหมาย ส.ส.รัฐบาลกว่าครึ่งร้อยหลุดเก้าอี้ ?
ข้อมูลจาก มติชน
