สมัคร ยันไม่เลิกนำเข้าดีเซลรัสเซีย คิดฟื้นแผนตามสามทหาร แบ่งให้แต่ละกองทัพไปจัดการเอากำไรนิดหน่อย ทหารเรือขายชาวประมง ทหารบกจำหน่ายเกษตรกร และทหารอากาศขายอีกทาง อ้างหากให้ทหารบริหารจัดการจะทำให้มีน้ำมันสำรองเพิ่มเป็น 100 วัน จากปัจจุบันที่มีอยู่ไม่กี่วัน ร.ฟ.ท.ชงครม.ไฟเขียวกู้เงิน 4.2 พันล้าน คลัง-สำนักงบฯไม่ขัดแต่มีเงื่อนไขให้ปรับปรุงประสิทธิภาพ เร่งแก้ปัญหาองค์กร กรณีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พูดผ่านรายการ สนทนาประสาสมัคร เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม โดยยืนยันว่ายังไม่ล้มเลิกแนวความคิดนำเข้าน้ำมันรัสเซีย รวมทั้งมีความคิดที่จะให้ 3 เหล่าทัพเอาไปขายทำกำไรพล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เรื่องนี้เพิ่งได้ยินนายกฯพูดในรายการสนทนาประสาสมัคร ดังนั้น คงต้องดูรายละเอียด เพราะไม่ทราบว่า จะมีเรื่องที่ต้องดู โดยเฉพาะเรื่องเกณฑ์กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง เพราะถ้าให้ทหารขาย คงต้องดูกันหลายฝ่ายก่อน ลำพังเรื่องเฉพาะการจัดบริการให้ไปสู่การใช้ ไม่น่ามีปัญหา แต่ลักษณะของการขาย คงต้องไปดูกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้นายกฯบอกว่า เป็นความเห็นส่วนตัว แต่ถ้าสั่งมา ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่เรื่องนี้ผู้ใหญ่ในกองทัพยังไม่มีนโยบายหรือท่าทีอะไรออกมา
พล.ท.พีระพงษ์กล่าว่า ที่นายกฯระบุทหารเคยดำเนินการขายน้ำมัน ตราสามทหารมาก่อนนั้น เป็นรัฐวิสาหกิจของกระทรวงกลาโหม ที่เคยทำมาก่อน ราวปี 2500 แต่ตอนหลังโอนเป็นรัฐวิสาหกิจปกติ จนมาเป็น ปตท. และปัจจุบัน ปตท.เป็นบริษัทมหาชน สมัยโบราณ ทั้งกองทัพ รวมถึงทุกกระทรวง จะมีรัฐวิสาหกิจของตัวเอง แต่ตอนหลังคนมีความคิด ว่า ทางราชการไม่ควรไปทำการค้า จึงพยายามแปรรูปออกมาจากราชการ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน กระทรวงกลาโหมก็มีโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อตอบสนองแนวคิดในการสำรองพลังงานเพื่อความมั่นคง
เมื่อถามว่า หากทหารเข้าไปดำเนินการจริง จะหนักใจหรือไม่ เพราะเรื่องนำเข้าน้ำมันรัสเซีย ถูกโจมตีมาแต่ต้นในเรื่องการมีนอกมีใน พล.ท.พีระพงษ์กล่าวว่า ครับ อย่างไรก็ตาม สมัยก่อนโน้น ตราสามทหารก็เคยอยู่กับกระทรวงกลาโหมอยู่แล้ว เราเคยทำมาก่อน คิดว่าเรื่องนี้ ถ้าทำเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน ก็ไม่น่ามีปัญหา
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมจะเสนอขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 26 สิงหาคม ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กู้เงินระยะยาว 4,274 ล้านบาท โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้คำประกันเงินกู้ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงานและชำระเงินกู้ ทั้งนี้ การขออนุมัติดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องมาจาก ครม. วันที่ 18 กันยายน 2550 อนุมัติแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปี 2551 วงเงินรวม 973,7879.80 ล้านบาท ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธานกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะเสนอ ประกอบด้วยแผนงานย่อย 6 แผนงาน ซึ่งรวมถึงแผนเงินกู้เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและอื่นๆ ของ ร.ฟ.ท. ประจำปีงบประมาณ 2551 จำนวน 6,335 ล้านบาท
เบื้องต้น ร.ฟ.ท.รายงานว่า ได้เบิกจ่ายงบประมาณจากผลการดำเนินงานจริง 5 เดือนของปีงบประมาณ 2551 แล้วคาดว่าจะทำให้งบประมาณทำการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยประมาณการรายได้ลดลง 759 ล้านบาท จาก 9,292 ล้านบาท เป็น 8,533 ล้านบาท และรายจ่ายลดลง 644 ล้านบาท จาก 19,508 ล้านบาท เป็น 18,864 ล้านบาท จึงคาดว่าจะมีผลขาดทุน เพิ่มขึ้นจาก 10,216 ล้านบาท เป็น 10,331 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 115 ล้านบาท
จากการเปลี่ยนแปลงของประมาณการรายได้และรายจ่ายปีงบประมาณ 2551 ร่วมกับภาระจ่ายลงทุนส่วนที่ ร.ฟ.ท. ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเงิน ตลอดจนภาระการชำระหนี้เงินกู้แล้ว ร.ฟ.ท.คาดว่าจะมีฐานะเงินสดขาดมือปลายงวดจำนวน 4,274 ล้านบาท คณะกรรมการ ร.ฟ.ท.จึงมีมติเห็นชอบให้เสนอเรื่องต่อกระทรวงคมนาคมเพื่อเสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติให้ ร.ฟ.ท.กู้เงินระยะยาว จำนวน 4,274 ล้านบาท โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้คำประกันเงินกู้
ทั้งนี้ หน่วยงานต่างๆ เสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของ ครม.ดังนี้ กระทรวงการคลัง เห็นสมควรค้ำประกันการกู้เงินของ ร.ฟ.ท. เนื่องจากเป็นรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการเชิงสังคม ซึ่งอัตราค่าบริการอยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลของรัฐ ไม่สามารถปรับเพิ่มอัตราค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตามสภาวะทางเศรษฐกิจได้ ทำให้ประสบปัญหาขาดทุนมาโดยตลอด แต่ ร.ฟ.ท.ต้องเร่งจัดทำแผนการดำเนินงานและกรอบระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไขปัญหาองค์กร โดยเฉพาะการจัดตั้งบริษัทลูก 2 แห่ง คือ บริษัท เดินรถ และบริษัทบริหารทรัพย์สิน ส่วนโครงสร้างพื้นฐานและระบบอาณัติสัญญาให้คงอยู่กับ ร.ฟ.ท. และให้ ร.ฟ.ท.จัดทำประมาณการทางการเงินที่ประกอบด้วยข้อมูลภาระงบประมาณที่ภาครัฐจะต้องจัดสรรชำระหนี้/เงินอุดหนุนและการลงทุนเพิ่มให้แก่ ร.ฟ.ท. ในแต่ละปี เพื่อใช้ในการฟื้นฟูกิจการให้เป็นไปตามเป้าหมาย
สำนักงบประมาณเห็นว่า การดำเนินการกู้เงินครั้งนี้ ทำได้ แต่ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ในปี 2549-2550 ร.ฟ.ท.ได้รับอนุมัติให้กู้เงินระยะยาว เพื่อใช้ในการดำเนินงานประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่ง ร.ฟ.ท.เป็นผู้รับภาระเงินกู้ดังกล่าว ซึ่งหากรวมกับภาระหนี้เงินกู้ที่ขออนุมัติครั้งนี้ ย่อมมีผลโดยตรงต่อผลการขาดทุนในปีต่อๆ ไปอีก ดังนั้น ร.ฟ.ท.จึงควรกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยไม่ต้องรอผลการพิจารณาการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการฟื้นฟูฐานะการเงิน อันจะเป็นการช่วยลดผลการดำเนินงานที่ขาดทุนลงได้ส่วนหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวผ่านรายการสนทนาประสาสมัคร เมื่อเช้าวันที่ 24 สิงหาคม ถึงแนวคิดการนำน้ำมันดีเซลราคาถูกกว่าท้องตลาดมาจำหน่ายในประเทศไทยว่า เรื่องน้ำมันรัสเซีย กำลังดำเนินการอยู่ แต่ว่าขณะนี้เขาบอก น้ำมันคุณภาพยังใช้ไม่ได้ คุณภาพเหมือนกับ 5 ปีก่อน คือมีคนเขาไม่อยากให้เราค้าขาย เขาจะเสียประโยชน์ เขาต้องหันหากำไรเยอะ แต่เวลาแพง มันขึ้นไปลิตรละ 44 บาทอย่างนี้ จะว่าอย่างไร คนที่ส่งเข้ามาก็จะเอาชนะ จะเอาแต่ส่งน้ำมันอย่างดีเท่ากันมา ผมไม่ว่าอะไรหรอก คุณจะคิดจะขายผมไม่เกี่ยวข้อง แต่ที่ทำนี้ น้ำมันดีเซลทำคุณภาพดีเยี่ยม แล้วพวกชาวไร่ชาวนา รถแทร็กเตอร์ รถไถ รถต่างๆ เกษตร เรือประมง ไปใช้ของดีเยี่ยมให้มันแพงไปทำไม ก็ไอ้ของที่เคยใช้เมื่อ 5 ปีก่อนมันถูกกว่า มันมีระดับของมัน อยากจะใช้ของดีเอาไปเผาให้มันแพง ปัจจุบัน 5-6 ประเทศรอบบ้านเราก็ใช้ แต่ของเราบอกต้องใช้ชั้นยอด น้ำมันต้องชั้นดี คือให้มันแพง ต้องการแพง พอเราขายถูก หน้างอไม่ยอม อยากจะอย่างโน้นอย่างนี้ ก็พยายามกันอยู่ ผมก็ต้องคิดอยู่เหมือนกัน ไปพลังน้ำ เขาบอกไม่ไหว ทำไมไม่ไหว ไปเจรจาลงทุนกันมหาศาล ไปขอเขาทำไฮโดร เพื่อจะเอาไฟฟ้าเข้ามาประเทศ ซื้อไฟฟ้าเข้ามาจากทางลาว ฝ่ายทางเราทำอย่างไร ตั้งราคา กดราคาเสียต่ำ คือ เขาลงทุนไปแล้ว แต่กดราคาต่ำ เซ็นสัญญาไม่ได้ จะอ้วกกันเป็นแถวเลย
นายกฯกล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องดู ทำอย่างนี้ได้อย่างไร มันไม่มีเหตุผล ตอนลงทุนก็ไปลงทุน จะซื้อจะขายควรราคายุติธรรม ทำกับพม่า พม่าก็ต้องได้ ทำกับจีนก็ต้องได้ ทำกับลาวก็จะต้องได้ แต่ปรากฏว่า ลงทุนไปแล้วเซ็นสัญญาไม่ได้ เพราะอะไร เพราะมีการกดราคา นี่มันเรื่องที่คนเป็นหัวหน้ารัฐบาลต้องรับผิดชอบ ต้องคิด ไม่เลิกคิด อย่างน้ำมันจะขาย เดี๋ยวจะขาย ขายราคาถูกกว่าลิตรละ 8 บาท เดี๋ยวจะมาส่งให้ทางนี้ขาย เพื่อจะช่วยคนจน จะช่วยพวกเกษตรกร ช่วยพวกรถบรรทุก เดี๋ยวจะมาขาย นี่เป็นความคิด ยังไม่ได้ทำ เดี๋ยวจะมาด่ากันอีก
ความคิดคือว่า แต่ก่อนนี้ปั๊มน้ำมันอยู่ที่หลักเมือง ตราสามทหาร คือ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ เป็นตราสามทหาร แต่ก่อนทหารเขาดูแลเรื่องน้ำมันมาก่อน เพิ่งจะไปเป็น ปตท. ก็ไม่นานมานี้ ผมยังคิดเลยว่า จะเอาน้ำมันที่เข้ามานี้ ให้ทหารดูแลเสียรู้แล้วรู้รอดไป ทหารเรือให้ไปดู ไปขายให้พวกเรือประมงเลย ทางทหารบกไปขายเกษตร ทหารอากาศขายอีกทาง เพราะน้ำมันสำรองสำหรับฝ่ายทหารของเรามีได้ไม่กี่วันหรอก แต่ถ้าลองให้ทหารเป็นคนขายน้ำมันอย่างแต่ก่อน น้ำมันสำรองจะมีได้เป็น 100 วัน ให้เขาสต๊อคของเขา มีแท็งก์ฟาร์ม แล้วให้เขาเป็นคนขาย มีกำไรนิดหน่อย ให้สวัสดิการทหาร นี่ผมมาคิดให้ฟังก่อน จะรอดู จะมีใครแหกปากต่อต้านคัดค้านอะไรไหม ก็แต่ก่อนทหารก็ดูแลน้ำมัน ตอนนี้ยังดำเนินการไม่ได้ ยังคัดยังค้านกัน ผมก็คิดของผมต่างๆ นี่ยังไม่ได้พูดกับทหาร แต่พูดกับเจ้าของประเทศก่อน ว่าผมจะลอง จะขอขาย 20 เปอร์เซ็นต์นี้ ให้ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ดูสิว่าเป็นอย่างไร ดูสิจะมีใครแหกปากอะไรอีก นายสมัครกล่าว
ข้อมูลจาก มติชน
