ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน (พปช.) แถลงกรณีคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเอกฉันท์ยกคำร้องคดีนายวิฑูรย์ย นามบุตร ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคและพวกกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งส่งผลให้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) รอดพ้นจากคดียุบพรรคว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ค้างคาใจผู้คนจำนวนมาก เพราะตั้งแต่เกิดเหตุการณ์รัฐประหารเป็นต้นมา ทุกเรื่องที่ตัดสินเกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์จะผ่านไปด้วยดี จึงสงสัยว่าทำไมประชาธิปัตย์ถึงมีความเก่งกล้าในการเอาตัวรอดเช่นนี้ นอกจากนี้ ทำไมที่ผ่านมานายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ถึงสามารถพูดได้อย่างมั่นใจว่าจะสามารถรอดพ้นจากคดีนี้ได้ที่ ปชป.พูดว่าสิ่งที่ตัวเองจะต้องต่อสู้กับพรรคนายทุน จนทำให้ต้องระดมทุนอีกรอบเพราะประชาธิปัตย์ยากจนนั้น ผมไม่ทราบว่าพรรคนายทุนที่หมายถึงคือพรรคใด แต่หากจำกันได้ก่อนการจัดการเลือกตั้งประชาธิปัตย์จัดระดมทุน และได้รายได้ประมาณ 600 ล้านบาท อยากถามว่าเงินจำนวนมากมายเช่นนั้น ใช้หมดไปแล้วหรือ บริหารพรรคท่าไหนเงินถึงได้หมดเร็วขนาดนี้ ร.ท.กุเทพกล่าว
ร.ท.กุเทพกล่าวว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์นำประเด็นนี้มาโยงถึง พปช. และโยงไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณย ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นการแสดงถึงความหวาดวิตกที่พรรคประชาธิปัตย์มีถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เปลี่ยนแปลง ที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ ว่ามีแผนปลุกระดมประชาชนเพื่อปั่นป่วนนั้น เป็นเพียงความเพ้อฝัน พ.ต.ท.ทักษิณย้ำกับพวกตนเสมอว่าจะไม่ทำร้ายบ้านเมืองเด็ดขาด จึงไม่ควรมาพูดเรื่องนี้ ในขณะที่ไม่เคยประณามการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ใช้วิธีการยุยงประชาชน แม้ พปช.จะรู้ดีว่าเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แต่การเป็นพรรคการเมืองก็ไม่น่าที่จะเลือกปฏิบัติขนาดนี้
ข้อมูลจาก มติชน
