อภิรักษ์ มีสิทธิลอยลำนั่งเก้าอี้ สมัยที่ 2 หลังว่าที่คู่แข่งทยอยปฏิเสธลงสมัคร ขณะที่ข่าวสะพัด สุวิทย์ โดดลงชิงพ่อเมืองกรุงเทพฯ ส่วน ปานปรีย์ ส่อไม่ลงแข่งเส้นทางกลับสู่เก้าอี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมัยที่ 2 ของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ส่อแววสดใส เมื่อผู้ที่มีชื่อเสียงหลายคน ตอบปฏิเสธที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรคที่มีฐานเสียงจำนวนมากใน กทม.
รายงานข่าวแจ้งว่า นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ปรึกษารองนายกฯ และรมว.คลัง ซึ่งเป็นบุคคลที่ภาค กทม.ของพรรคพลังประชาชน เตรียมทาบทามให้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ได้ตอบปฏิเสธที่จะลงสมัครแล้ว โดยที่ยังไม่ทราบเหตุผลแน่ชัดว่า เหตุใดถึงปฏิเสธ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ก็แสดงความเห็นเกี่ยวกับผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ว่าต้องเป็นผู้ที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลได้
ก่อนหน้านี้ นายสุวัฒน์ วรรณศิริกุล ประธานภาค กทม. ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 26 สิงหาคม ภาค กทม.จะประชุมเรื่องนี้เพื่อทราบความชัดเจนว่าจะส่งใครลงสมัคร แต่ชื่อเด่นที่สุด คือ นายปานปรีย์
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. กล่าวเช่นกันว่า ส.ส.กทม.เห็นพ้องกันว่านายปานปรีย์ เป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดจะส่งชื่อเข้าชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เนื่องจากมีภาพลักษณ์ที่ดี แต่คาดว่าจะได้รับคำตอบปลายสัปดาห์นี้
รายงานข่าวแจ้งว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ก็เห็นด้วยกับส.ส. เพราะนายปานปรีย์ เป็นคนหนึ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไว้ใจดึงตัวมาช่วยงานพรรคและรัฐบาล
นอกจาก นายปานปรีย์ จะตอบปฏิเสธที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.แล้ว นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ก็ยืนยันว่าไม่เคยถูกทาบทามให้ลงสมัครในนามพรรคพลังประชาชน
เช่นเดียวกับ นายแก้วสรร อติโพธิ กรรมการ คตส. ที่มีข่าวก่อนหน้านี้ว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ก็ยืนยันเช่นกันว่า ไม่คิดที่จะลงชิงเก้าอี้ ผู้ว่าฯ กทม. ขณะที่ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ คุณปลื้ม พิธีกรชื่อดัง และประกาศมานานแล้วว่า จะลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ก็ให้สัมภาษณ์ในทำนองถอดใจแล้ว ภายหลังเห็นผลการสำรวจคะแนนนิยมของ สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ ที่ระบุว่า คะแนนนายอภิรักษ์นั้น ห่างจากตนกว่า 1 เท่าตัว
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้ นายอภิรักษ์ โดดเด่น มีคู่แข่งที่ประกาศตัวชัดเจนเพียงไม่กี่คน อาทิ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และ นายเกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ และล่าสุด มีข่าวสะพัดว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน อาจเบนเป้ามาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.ด้วย
ทั้งนี้ นายอภิรักษ์ ได้จัดตั้งทีมงาน 6 ฝ่าย ประกอบด้วย 1.ฝ่ายยุทธศาสตร์ มีนายอภิรักษ์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองผู้ว่าฯ กทม. 2.ฝ่ายประสานงานพื้นที่ มีนายสุกิจ ก้องธรณินทร์ เลขานุการผู้ว่าฯ กทม. และนายสุทธิสรรค์ ศิวพิทักษ์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม.
3.ฝ่ายกฎหมาย ภายใต้การดูแลของนายถวิล ไพรสณฑ์ 4.ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และประสานงานสื่อมวลชน มีนายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กรุงเทพฯ และนายถนอม อ่อนเกตุพล โฆษก กทม.รับหน้าที่ 5.นายธนา ชีรวินิจ และนายชนินทร์ รุ่งแสง ส.ส.กรุงเทพฯ ฝ่ายประสานงาน ส.ส. และ 6.ดร.จักรพันธุ์ พรนิมิตร ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ดูแลด้านข้อมูลและสถิติ
แหล่งข่าวระบุว่า การลงพื้นที่หาเสียงของนายอภิรักษ์ ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงประชาชน เพราะครั้งนี้ระยะเวลาหาเสียงกระชั้นชิดมาก แต่ไม่หนักใจเมื่อเทียบกับผู้สมัครรายอื่นที่เปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการไปแล้ว ส่วนนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ก็ไม่น่าจะมีคะแนนมากกว่าครั้งที่แล้ว แต่ที่น่าสนใจล่าสุดกระแสข่าวว่านายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน จะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ทีมงานจะไม่ประมาท เพราะคนกรุงเทพฯ มักจะตัดสินใจในวันสุดท้ายที่จะลงคะแนน ขณะเดียวกันนายอภิรักษ์เสียเปรียบคู่แข่งรายอื่นในการแสดงวิสัยทัศน์ เพราะจะต้องเสียเวลากว่า 40% ไปกับการถูกซักถามเกี่ยวการชี้แจงปัญหาทุจริตการจัดซื้อรถดับเพลิง โครงการจัดซื้อรถเมล์ด่วนพิเศษบีอาร์ที โครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าไปยังฝั่งธนบุรี และโครงการอัจฉริยะต่างๆ
หมายจับกับบรรจง : รุมยำเกือบตายเพราะยิงหมาคนรวย
เรื่องการใช้อิทธิพลอย่างป่าเถื่อนยังคงมีให้เห็นในสังคมไทยอยู่ตลอดครับ ล่าสุดที่ จ.อ่างทอง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น เมืองเล็ก แต่คนใหญ่ มีกรณีชาวบ้านถูกกลุ่มลูกสาวของเศรษฐินีเงินกู้รายใหญ่รายหนึ่งในจังหวัดรุมทำร้ายปางตาย โดยมีสาเหตุแค่ไม่พอใจที่สุนัขเลี้ยงไว้ถูกยิงด้วยหนังสติ๊ก เพราะไปวิ่งไล่กัดชาวบ้าน !!!
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
