(29ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายบงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เรียกประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ทำการพรรค ถนนเศรษฐศิริ เพื่อกำหนดท่าทีของพรรคต่อสถานการณ์เมืองในขณะนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้พรรคได้ออกแถลงการณ์มาแล้วฉบับหนึ่ง จากนั้นในเวลา 10.30 น. ผู้นำฝ่ายค้านฯพร้อมคณะ ได้เดินทางเข้าพบ นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ขอให้เปิดประชุมร่วมสองสภาในวันจันทร์ที่ 1 ก.ย.เพื่อทางออกเกี่ยวกับสถานการณ์ของบ้านเมืองในขณะนี้ ที่ห้องรับรองพิเศษ โดยใช้หารือกันประมาณ 10 นาทีภายหลังการหารือ นายประสพสุข เปิดเผยว่า วันนี้ผู้นำฝ่ายค้านและคณะได้มาปรึกษาตนและคณะ เกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองว่าจะทำให้ปกติเรียบร้อยได้อย่างไร ซึ่งวุฒิสมาชิกก็เป็นห่วงเรื่องนี้อยู่แล้ว และพยายามที่จะหาทางให้มีการพูดคุยหรือถกเถียงปัญหาเรื่องนี้และหาทางยุติปัญหานี้ ซึ่งโชคดีที่ได้พูดคุยกับผู้นำฝ่ายค้านฯ และเห็นว่าส.ว.มีช่องทางที่จะทำได้ โดยสมาชิก 1ใน 3 ขอเปิดอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ติดขัดที่ว่าขณะนี้สภาอยู่ในสมัยประชุมสภานิติบัญญัติ ดังนั้นจึงทำไม่ได้ เราก็มาหารือกันว่าจะมีช่องทางอย่างไร ซึ่งเห็นว่าต้องไปขออนุญาตรัฐสภา เพื่อขอเปิดอภิปรายเรื่องนี้ในสมัยประชุมนิติบัญญัติ ซึ่งโชคดีที่ผู้นำฝ่ายค้านฯและคณะอยากจะสนับสนุนว่าถ้าส.ว.จะทำเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นวุฒิสภาก็พยายามหารายชื่อสมาชิกวุฒิสภา 50 คน เพื่อยื่นขออนุญาต ทั้งนี้จะมีประชุมร่วมสองสภาในวันที่ 1 ก.ย.อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราก็จะพยายามหารายชื่อ 50 คน เพื่อขอให้มีเปิดการอภิปรายเรื่องดังกล่าวในระหว่างการประชุมสมัยนิติบัญญัติ
ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ด้วยความห่วงใยในสถานการณ์และตระหนักในการเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ตนก็ได้ขอหารือประธานวุฒิสภา ซึ่งนายประสพสุขก็เห็นปัญหาอยู่แล้ว และมีสมาชิกวุฒิสภาได้พยายามหาทางออกในการช่วยแก้ไขปัญหา ทั้งนี้การที่ตนมายืนยันต่อประธานวุฒิสภา เพราะเห็นว่า การดำเนินการในส่วนของสภาทำได้ 2 ทางคือ 1.สมาชิกหนึ่งในสามเสนอญัตติ 2.รัฐบาลขอเปิดประชุมร่วมรัฐสภา แต่ไม่ว่าจะเป็นทางไหนก็ตามก็จะมีประเด็นว่าขณะนี้อยู่ในสมัยประชุมนิติบัญญัติ ซึ่งจะพิจารณาเรื่องนี้ได้ที่ประชุมร่วมต้องมีมติอนุญาตและบังเอิญวันจันทร์นี้ จะมีประชุมร่วมอยู่แล้ว พวกเราก็มายืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลขอ หรือเป็นสมาชิกวุฒิสภายื่นญัตติเข้าไปเราพร้อมที่จะให้การสนับสนุนให้สามารถพิจารณาได้ ถ้าไปในช่องทางของวุฒิสภาก็หมายความว่าที่ประชุมร่วมอนุญาติ วุฒิสภาก็ไปประชุมเรื่องนี้ได้ และรัฐบาลก็ต้องไปชี้แจงต่อวุฒิสภา แต่ถ้ารัฐบาลมีความคิดว่าจะฟังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องขอเปิดอภิปรายในที่ประชุมร่วมโดยรัฐบาลเอง ซึ่งพรรคก็จะให้การสนับสนุนให้สามารถพิจารณาได้ ในการประชุมสภานิติบัญญัติ วันนี้จึงมาหารือกับประธานวุฒิและหางทางให้รัฐบาลมีบทบาทในการช่วยคลี่คลายสถานการณ์
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเปิดประชุมร่วมสองสภาคิดว่าจะสามารถช่วยลดสถานการณ์ได้ หรือว่าเลยเวลาไปแล้ว ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ไม่เลย ต้องพูดกันด้วยเหตุด้วยผล ทุกอย่างแก้ไขได้ ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกันก็คงจะแก้ไขปัญหาของประเทศได้
ด้านผู้นำฝ่านค้านฯ กล่าวว่า เรายังไม่ทราบว่าระหว่างวันนี้จนถึงวันจันทร์จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่เราเห็นความชัดเจนว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นปัญหาซึ่งเป็นสาเหตุสะสมที่นำมาสู่สถานการณ์ปัจจุบัน ยังไงก็ยังไม่หมดไป ดังนั้นตนเชื่อว่าผู้แทนปวงชนชาวไทย ต้องทำทุกวิถีทางเท่าที่เราจะทำได้ ในการที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้า หรือปัญหาที่ยาวนานกว่านี้ และไม่มีคำว่าสายไปที่จะช่วยแก้ไขปัญหา ทุกคนต้องทำตามอำนาจหน้าที่ของตัวเองเท่าที่จะทำได้ เท่าที่มีความตั้งใจ แต่ถ้าถามว่าเราคิดว่าลำพังสมาชิกรัฐสภาจะคลี่คลายเหตุการณ์ได้ ตนคงไม่อาจคิดถึงขนาดนั้น แต่ปัญหาจะแก้ได้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน แต่การที่จะบอกให้ทุกฝ่ายร่วมมือทุกคนก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเอง นี่คือสิ่งที่เป็นจุดยืนของพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายมองว่าควรที่จะมีคนกลางเข้ามาไกล่เกลี่ยปัญหา ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า คุณสมบัติของคนกลางที่จะมาไกล่เกลี่ยสำคัญที่สุด ต้องเป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่ายที่จะมาไกล่เกลี่ยได้ หมายความว่าถ้ามีช่องทางที่ทั้งสองฝ่ายที่เผชิญหน้ากันอยู่ ยอมรับบุคคลไกล่เกลี่ยได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี แม้จะยอมรับว่าเป็นเรื่องยากก็ตาม แต่ไม่ควรจะทิ้งช่องทางนี้ ดังนั้นถ้ารัฐบาลและผู้ชุมนุมคิดว่ามีบุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลใดที่มาช่วยแก้ไขปัญหาได้เราก็สนับสนุน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อกล่าวหาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกับกลุ่มพันธมิตรว่าเป็นกบฏถือว่ารุนแรงไปหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนเห็นว่าเป็นข้อหาที่แรงเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องพูดเลยว่าในกลุ่มของผู้ชุมนุมที่มากันเป็นหนึ่งเป็นแสน ตากแดด ตากฝน ตนไม่เชื่อว่าคนเหล่านี้มีความคิดร้ายหรือคิดกบฏต่อแผ่นดินแน่ แต่เขามีความเชื่อของเขาว่าเขามาเพื่อที่จะทำให้สังคมดีขึ้น เขาจะคิดผิด คิดถูก ใช้วิธีการที่ถูกที่ผิด ตรงนี้ตนยอมรับว่ามีความคิดเห็นที่หลากหลาย แต่ตนไม่เชื่อว่าคนเหล่านี้มีเจตนาที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน กบฏต่อแผ่นดิน และตนคิดว่าถ้าหากรัฐบาลจะพยายามมองว่าเป็นความคิดเห็นที่แตกต่างรักษาหลักของบ้านเมือง คือรักษากฎหมาย แต่ไม่ได้มองเขาว่าเขาเป็นศัตรูของแผ่นดิน ปัญหาก็จะแก้ง่ายขึ้น ถึงวันนี้ทุกคนต้องเปิดใจให้กว้างมากขึ้น ผู้ชุมนุมก็เช่นเดียวกัน ตนก็เรียกร้องมาตลอดว่าทุกฝ่ายต้องเปิดใจให้กว้างมากขึ้น ถึงจะหาคำตอบได้
รายการคมชัดลึกตอน-พันธมิตรปักหลัก ไทยคู่ฟ้า วันที่สาม
ปฏิบัติการลุยยึดทำเนียบรัฐบาลของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยล่วงเลยมาแล้ว 3 วัน และดูเหมือนว่าจะไม่ยุติลงในเวลาอันรวดเร็วแถมมีท่าทีจะบานปลาย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
