(30ส.ค.) นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ทางพรรคได้เรียกร้องมาโดยตลอดว่าขอให้รัฐบาลอดทน หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบต่อผู้ชุมนุม และหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมส.ส.ของพรรค เข้าไปในบริเวณสถานที่ที่ใช้ความรุนแรง โดยได้พูดคุยกับผู้บาดเจ็บ เจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องต่างๆ จึงเห็นว่า นายกฯ จะต้องรับผิดชอบความรุนแรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่โฆษพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เพราะนายกฯ กล่าวหลายครั้งในลักษณะที่เหมือนเป็นการสร้างข่าวลวง ตอนแรกก็ขีดเส้นโดยอ้างถึงหมายกำหนดการพระราชพิธี ทั้งๆ ที่ ณ เวลานั้น ได้มีการติดต่อประสานงานเพื่อเลื่อนและย้ายสถานที่การประกอบพระราชพิธีแล้ว ซึ่งการอ้างนี้เป็นการสร้างสถานการณ์ที่เป็นเงื่อนไขให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติอยู่ภายใต้แรงกดดันที่ต้องเข้าสลายการชุมนุม หรือการที่นายกฯ ระบุว่าอาจจะต้องขีดเส้นตาย โดยให้พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย มาร้องขอ เป็นการสร้างข่าวลวงทำให้ประชาชนที่ชุมนุมโดยสันติ และส่วนมากชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจเกิดสภาวะหวาดผวาตลอด เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีการเข้าสลายการชุมนุมหรือไม่
นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความสงสัยในกรณีที่นายกฯ ยืนยันว่าจะไม่ใช้ความรุนแรง ในช่วงก่อนที่จะเกิดเหตุรุนแรงไม่นาน คิดว่าเรื่องนี้จะต้องสอบถามที่มาว่าเป็นการจงใจฝืนคำสั่งของนายกฯ หรือเป็นการดำเนินการภายใต้คำสั่งที่ตรงกันข้ามกับคำพูดของนายกฯ ขณะเดียวกันการดำเนินการของสื่อรัฐ ในช่วง 3 วันที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่า มีการใช้สื่อของรัฐในการปลุกระดม สร้างความรู้สึกที่เป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ชุมนุม มีความพยายามที่จะดำเนินการให้ประชาชนมีความรู้สึกเหมือนที่นายกฯระบุว่าต้องเลือกข้าง นอกจากนี้จะต้องพิจารณาการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีข้อบกพร่องผิดพลาด จนเกิดความสูญเสียอย่างไรบ้าง การใช้ข่าวมีการพยายามสร้างความสับสนมาโดยตลอด ทั้งการตรวจพบอาวุธปืน การตีความหมายศาล หรือแม้แต่การยิงแก๊สน้ำตาบริเวณหน้า กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ที่ทางรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ออกมาปฏิเสธว่า แก๊สน้ำตาที่ยิงมานั้นไม่ได้เป็นของตำรวจ ซึ่งคิดว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ดูเหมือนว่า จะเป็นการจงใจสร้างความสับสนเพื่อนำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ภาพที่ปรากฏผ่านสื่อออกมาทั้งการเอาปืนจ่อหัวผู้ชุมนุม ผู้ชุมนุมที่เป็นสตรีถูกตีหัว บุรุษพยาบาล และสื่อมวลชนที่ถูกตี ตนคิดว่าจะต้องไปสอบถามว่าคำสั่งที่ให้สลายการชุมนุมนั้นมีในลักษณะใด เป็นความผิดพลาดในการคุมสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ เพราะที่สำคัญที่สุดที่เราไม่คิดว่าจะเจอตอนที่นายอภิสิทธิ์และคณะเข้าไปดูที่เกิดเหตุในเวลา 15.00 น. ของวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา พบผู้ที่ถูกตีจนได้รับบาดเจ็บตอน 10.00น. ยังไม่ได้รับการดูแลจากแพทย์ และจากการสอบถามพบว่าเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาตให้ระบบบริการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งมีการสนธิกำลังระหว่างศูนย์นเรนทร ศูนย์เอราวัณ หน่วยแพทย์กู้ชีพโรงพยาบาลวชิระ สภากาชาดไทย ไม่ให้เข้าไปสู่บริเวณที่มีการตรึงพื้นที่
นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ ได้ไปขอร้อง ผบ.ตร. ให้รถพยาบาลเข้ามารับผู้ป่วยได้หรือไม่ ซึ่งในเบื้องต้น รองผบ.ชน.ได้ให้คำยืนยันว่า ให้เข้าได้ ตอนแรกที่เข้าไม่ได้เนื่องจากเหตุการณ์ยังชุลมุนกันอยู่ อย่างไรก็ตามได้รับทราบว่าในช่วงเวลา 10.00-15.30 น. มีการห้ามไม่ให้หน่วยแพทย์ เข้าไปรับผู้ป่วยในบริเวณนั้นจริง และเป็นครั้งแรกที่ตำรวจใช้มาตรฐานนี้ในการควบคุมสถานการณ์พื้นที่บริเวณที่มีการก่อเหตุ แต่อนุญาตเฉพาะอาสาสมัครของกลุ่มพันธมิตรฯ ในการลำเลียงผู้ป่วยในช่วงต้น ซึ่งการลำเลียงผู้ป่วยที่ไม่แน่ใจว่าจะมีความบาดเจ็บในกรณีที่อาจจะรุนแรงขึ้นจากการลำเลียงนั้น
ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของกฎหมายสากล เพราะแม้ในยามศึกสงครามไม่ว่าเป็นฝ่ายใด สิทธิในการได้รับการปฐมพยาบาลถือว่าเป็นสิทธิทางมนุษยธรรม และด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือพันธมิตรฯ หากประสบเหตุไม่มีใครที่มีอำนาจในการปฏิเสธที่จะได้รับการรักษา ดังนั้นควรสอบถามถึงสาเหตุและทีมาของการไม่ให้หน่วยแพทย์เข้าไปดูแลผู้ป่วย นพ.บุรณัชย์ กล่าว
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ใช้ถ้อยคำรุนแรง ถึงความชอบธรรมในการสลายการชุมนุม และความอดกลั้นต่อการชุมนุม ซึ่งตรงกันข้ามกับภาพที่ปรากฏต่อสาธารณชน ตนคิดว่าสิ่งนี้เป็นการสะท้อนทั้งจิต และสำนึกของนายกฯ ที่มีต่อส่วนรวม และการที่บอกว่า พวกนั้น และพวก ส.ว.เข้าไปร่วมด้วยทำไม ตนอยากจะบอกว่าที่นายกฯบอกว่าพวกนั้นคนเป็นเหมือนเป็นแสน นายกฯเคยถามหรือไม่ว่า เหตุผลของคนพวกนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร และเมื่อคนพวกนั้นได้รับความบาดเจ็บ พวกตนในฐานะผู้แทนประชาชนก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือ
อยากถามว่า ความสำนึกของท่าน ในฐานะเป็นผู้แทนประชาชนเช่นเดียวกันหายไปไหน ส่วนข้อเรียกร้องที่จะให้นายกฯ ลาออกนั้น คิดว่าเป็นสิทธิ์ของนายกฯ ที่จะพิจารณาเองแต่อยากให้ทบทวน เพราะกรณีที่ลูกพรรค ซึ่งเป็นลูกน้องของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยเข้าชื่อขอร้องให้นายสมัครปฏิบัติตัวใหม่ ต่อคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ นายสมัครก็ได้แสดงความพร้อมที่จะถอย ลาออกและหยุดการทำงานทางการเมือง แต่เมื่อประชาชนที่มีความรู้สึกว่าประเทศชาติถูกทำร้ายได้ออกมาชุมนุมใช้สิทธิ์ ตามรัฐธรรมนูญเรียกร้องให้นายสมัครพิจารณาตัวเอง แต่นายสมัครกลับตอบโต้ด้วยการตีหัว และใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมโดยสันติ นพ.บุรณัชย์ กล่าว
รายการคมชัดลึกตอน-พันธมิตรปักหลัก ไทยคู่ฟ้า วันที่สาม
ปฏิบัติการลุยยึดทำเนียบรัฐบาลของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยล่วงเลยมาแล้ว 3 วัน และดูเหมือนว่าจะไม่ยุติลงในเวลาอันรวดเร็วแถมมีท่าทีจะบานปลาย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
