(30ส.ค.)นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายเห็นว่าทางออก 1 ในการแก้ไขสถานการณ์การเมืองขณะนี้ ควรมีรัฐบาลแห่งชาติ และนายกรัฐมนตรี มาจากคนนอกว่า ถ้าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็ต้องเปลี่ยนแปลงตามรัฐธรรมนูญ จะหยุดยั้งไม่ให้สถานการณ์บานปลาย และต้องเริ่มหากระบวนการในการเจรจาให้ได้ จะออกนอกกรอบรัฐธรรมนูญไม่ได้สิ่งที่เราต้องช่วยกันทำขณะนี้คือ กระบวนการในสภาก็เป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นหาทางว่า จะมีกระบวนการในการเจรจากันได้อย่างไร แต่ข้อเสนอที่เป็นข้อเสนอเฉพาะเป็นรายละเอียดตอนนี้ คิดว่าคงยากที่จะได้รับการยอมรับจากทั้ง 2 ฝ่าย แต่อย่างไรก็ตามต้องให้สถานการณ์อยู่ในระดับที่เย็นลงและยอมรับที่จะพูดกันก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนายกรัฐมนตรีคนนอก เพราะไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ยังมองไม่ออกว่าในทางปฏิบัติจะทำอย่างไร จะยกเว้นรัฐธรรมนูญหรือจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อย่างไร เพราะไม่มีเงื่อนไขที่จะเป็นอย่างนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ถ้าประชาชนเห็นด้วยกับแนวคิดรัฐบาลแห่งชาติ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทั้ง 2 ฝ่ายก็จะมีการอ้างประชาชน และก็ยังจะมีการเผชิญหน้ากันอยู่ ดังนั้นต้องมีการยอมรับที่จะพูดคุยกันเสียก่อน ซึ่งในการประชุมร่วม 2 สภานั้น อย่างน้อยพวกตนจะช่วยปลดล็อกปัญหาตรงนี้ โดยร่วมกับวุฒิสภาและเชิญชวน ส.ส.รัฐบาลมาปลดล็อกตรงนี้ก่อน ซึ่งประธานวุฒิสภา ก็คงอยากให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีบทบาทในการแก้ไขปัญหา จะดูดายอยู่ได้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าแนวทางที่จะหารือกันในสภาฯ จะทำให้มีทางเดินต่อไปได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องให้รัฐบาลเลือกก่อนว่าจะให้เป็นการพูดคุยกันโดยที่ประชุมร่วมหรือที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่ถ้าเป็นการประชุมร่วม 2 สภาก็เห็นว่าน่าจะเป็นเรื่องดี เพราะวุฒิสภาไม่มีพรรค ก็จะช่วยทำให้ความรู้สึกเป็นฝักเป็นฝ่ายลดลงไป อย่างไรก็ตามอยากให้รัฐบาลเป็นผู้ขอเปิดอภิปรายฯ แต่เนื่องจากรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนตรงนี้ ดังนั้นสิทธิอย่างหนึ่งที่วุฒิสภามีได้ คือ การขอเปิดอภิปรายทั่วไป ซึ่งเข้าใจว่าส.ว.มีการเข้าชื่อกันแล้ว ดังนั้นอยากให้รัฐบาลหาทาง ให้กระบวนการสภาแก้ไขปัญหา เพราะในเมื่อรัฐบาลมักจะอ้างความชอบธรรมของตัวเองว่ามาจากการเลือกตั้ง แต่เมื่อเลือกตั้งมาแล้ว ถ้าไม่ให้สถาบันที่มาจากการเลือกตั้งช่วยแก้ปัญหาก็ดูกระไรอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส. สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่ากระบวนการในสภาไม่ใช่ทางออกในการแก้ปัญหา หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนไม่ได้คิดว่าสภาจะให้คำตอบทุกอย่าง แต่ตนคิดว่าสภาไม่ควรละเลยการทำหน้าที่ของตัวเอง บ้านเมืองมีปัญหาอย่างนี้ แล้วสภาจะอยู่เฉยคงไม่ได้ และโดยสภาพของการประชุมสภาก็ไม่ได้เป็นคำตอบทุกอย่างอยู่แล้ว แต่อย่างน้อยก็เป็นเวทีให้ทุกฝ่ายที่มีตัวแทนอยู่ในสภาได้พูดคุยกัน
ส่วนการเดินทางไปร่วมสังเกตุการณ์ การชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้น ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ตนไปเยี่ยมประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ และได้คุยกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนคิดว่าต้องไม่ให้เกิดเหตุการปะทะกันรุนแรงขึ้นอีก เพราะจะยิ่งทำให้ความรู้สึกเป็นฝักเป็นฝ่าย ของประชาชนที่ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่นั้นรุนแรงขึ้น แต่เจ้าหน้าที่หลายคนก็ยืนยันกับตนว่าจะไม่ให้เกิดความรุนแรง
รายการคมชัดลึกตอน-พันธมิตรปักหลัก ไทยคู่ฟ้า วันที่สาม
ปฏิบัติการลุยยึดทำเนียบรัฐบาลของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยล่วงเลยมาแล้ว 3 วัน และดูเหมือนว่าจะไม่ยุติลงในเวลาอันรวดเร็วแถมมีท่าทีจะบานปลาย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
