(30ส.ค.)เวลา 09.30 น.โครงการติดตามการเมืองภาคประชาชน คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนาเรื่อง การเมืองท่ามกลางวิกฤติขัดแย้ง โดยมีนักวิชาการเข้าร่วมมากมาย อาทิ นายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , นายปริญญา เทวนฤมิตรกุล รองอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ , นายสมชาย ปรีชาศิลปะกุล คณบดีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ , นายประจักษ์ ก้องกีรติ คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ,นางนวลน้อย ตรีรัตน์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ , นายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ นอกจากนี้ยังมีนายไพโรจน์ พลเพชร กรรมการประสานงานองค์กรเอกชน เป็นตัวแทนภาคประชาชน ร่วมเสวนาด้วยการเสวนาครั้งนี้ กลุ่มนักวิชาการ ได้ร่วมออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยุติยุทธวิธีการเผชิญหน้า และรัฐบาลต้องไม่ใช้กำลังเข้าปราบปราม โดยระบุว่า นับตั้งแต่เหตุการณ์บุกยึดสถานีโทรทัศน์ NBT และสถานที่ราชการต่างๆ จนถึงขั้นเข้าปิดล้อมท่าอากาศยานหลายแหล่ง สังคมไทยได้ตกอยู่ในภาวะตรึงเครียดอย่างยิ่ง การปฏิเสธที่จะเจรจาประนีประนอมในทุกกรณีของเหล่าผู้นำพันธมิตรฯ ทำให้มองไม่เห็นทางว่าความขัดแย้งในขณะนี้จะยุติลงอย่างสันติได้อย่างไร พวกเราในฐานะประชาชนที่ห่วงใยสังคมไทยจึงขอแสดงทัศนะและข้อเรียกร้องต่อไปนี้
1.ขณะที่ผู้นำฝ่ายพันธมิตรฯ กล่าวอ้างว่าการเคลื่อนไหวของตนเป็นอารยะขัดขืน ที่ยึดแนวทางสันติวิธี แต่เห็นได้ชัดว่ายุทธวิธีต่างๆ ที่ฝ่ายพันธมิตรฯ นำมาใช้กลับมุ่งไปที่การสร้างความตรึงเครียด และเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เสมือนต้องการยั่วยุให้รัฐบาลใช้กำลังเข้าปราบปรามผู้ชุมนุมของตน หากยุทธวิธีเหล่านี้ยังดำเนินต่อไป เราเชื่อว่าต้องนำไปสู่การนองเลือดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะเปิดโอกาสให้เกิดการรัฐประหารอีกอย่างแน่นอน ซึ่งจะพาสังคมไทยไปสู่หายนะในที่สุด ยุทธวิธีที่ฝ่ายพันธมิตรฯ ใช้จึงไม่อาจเรียกว่าสันติวิธีได้อีกต่อไป เราจึงขอเรียกร้องให้ผู้นำพันธมิตรฯ ยุติการใช้ยุทธวิธีที่กำลังนำสังคมไทยไปสู่ความรุนแรงและวงจรอุบาทว์ทางการเมือง
2.แนวทางอารยะขัดขืน คือสิ่งที่สังคมไทยต้องยอมรับว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่ประชาชนมีสิทธิที่จะแสดงการคัดค้านต่ออำนาจรัฐที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม แต่เห็นได้ชัดว่าผู้นำฝ่ายพันธมิตรฯ มุ่งไปที่การเอาชนะอย่างเด็ดขาดเพียงประการเดียว ซึ่งผู้นำพันธมิตรฯ กำลังบอกกับสังคมว่าอารยะขัดขืน คือการทำอะไรก็ได้ตามใจคนโดยไม่ต้องคำนึงถึงกฎกติกามารยาทใดๆ ในสังคม แต่เรื่องดังกล่าวกลับเป็นการทำลายความชอบธรรมของอารยะขัดขืนเอง ซึ่งสิ่งที่สำคัญ คือ ผู้นำแนวทางอารยะขัดขืน ต้องคำนึงถึงชีวิตของมวลชนอย่างแท้จริง แต่ในขณะนี้เหมือนกับว่าพวกเขาใช้มวลชนของตนเองเป็นโล่กำบังตนเอง เราจึงขอเรียกร้องให้ผู้นำพันธมิตรฯ ยุติการใช้ชีวิตของมวลชนของตนเป็นเดิมพันเพียงเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมืองของตน
3.ขอเรียกร้องให้ทั้งฝ่ายรัฐบาลและผู้นำพันธมิตรฯ ยอมถอยคนละก้าวเพื่อลดความตรึงเครียด และป้องกันโอกาสที่จะเกิดรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง กล่าวคือฝ่ายรัฐบาลจะต้องอดกลั้น ยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี ไม่ใช้กำลังเข้าปราบปรามประชาชน และสัญญาต่อประชาชนว่าในระยะ 1 ปีหลังจากนี้ จะยุติความพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องตนเอง และจะไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมที่กำลังเอาผิดกับบรรดานักการเมืองในฝ่ายของตน ส่วนผู้นำพันธมิตรฯ ก็จะต้องยุติยุทธวิธีที่กำลังนำไปสู่ความรุนแรง พร้อมเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสู้คดีในชั้นศาลต่อไป
รายการคมชัดลึกตอน-พันธมิตรปักหลัก ไทยคู่ฟ้า วันที่สาม
ปฏิบัติการลุยยึดทำเนียบรัฐบาลของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยล่วงเลยมาแล้ว 3 วัน และดูเหมือนว่าจะไม่ยุติลงในเวลาอันรวดเร็วแถมมีท่าทีจะบานปลาย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
