จุฬาฯ-มธ.-มช.ออกแถลงการณ์ จี้2ฝ่ายถอยคนละก้าว แนะรบ.ต้องยุติแก้รธน.ช่วยพวก ผู้นำพันธมิตรฯมอบตัวสู้คดี ประณามทุกฝ่ายที่ใช้ความรุนแรง สอนสื่อต้องเป็นกลางเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ห้องประชุม มาลัย หุวะนันท์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณาจารย์ด้านรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ 12 คน จากจุฬาฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และเชียงใหม่ พร้อมคณะ รวม 26 คน ร่วมออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยุติยุทธวิธีการเผชิญหน้า รัฐบาลต้องไม่ใช้กำลังเข้าปราบปราม ทั้งสองฝ่ายต้องยอมถอยคนละก้าว เพื่อลดความตึงเครียด และป้องกันโอกาสที่จะเกิดรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง ฝ่ายรัฐบาลต้องสัญญาต่อประชาชนว่าในระยะ 1 ปีหลังจากนี้ จะยุติการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องของตน ไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมที่กำลังเอาผิดกับฝ่ายของตน ส่วนผู้นำพันธมิตรต้องยุติยุทธวิธีที่กำลังนำไปสู่ความรุนแรง พร้อมเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อต่อสู้คดีในชั้นศาลต่อไป
จากนั้นศูนย์พัฒนาสังคม และโครงการติดตามการเมืองภาคประชาชน จุฬาฯ จัดเสวนา การเมืองท่ามกลางวิกฤตความขัดแย้ง นางนวลน้อย ตรีรัตน์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ต้องช่วยกันประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจากฝ่ายใดก็ตาม คนถอยอาจเป็นคนที่ชนะในที่สุด ในขณะนี้ความอดทนเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องตระหนัก ประชาธิปไตยในปัจจุบันพิกลพิการมาก ต้องอดทนว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป สื่อมวลชนต้องคิดว่าการวางตัวเป็นกลาง หากเลือกข้างจะตกเป็นเครื่องมือของความรุนแรงไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม นอกจากนี้การนำเสนอภาพข่าวซ้ำแล้วซ้ำอีกนั้น ควรมีการบอกวัน เวลา และสถานที่ด้วย เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเกิดความตื่นตระหนก
นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา แล้วเรียกว่าการใช้ Civil Disobedience หรือ อารยะขัดขืน นั้น ต้องใช้เหตุผลแสดงต่อสาธารณะ และคนที่จะแสดงอารยะขัดขืนต้องยอมรับผลของการกระทำ ผู้นำต้องออกมารับและสู้คดี การกระทำของพันธมิตรจะทำให้ความชอบธรรมในการแสดงอารยะขัดขืนน้อยลง และว่า หากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ลาออก คำถามคือพรรคพลังประชาชนยังมีอำนาจในการจัดตั้งอยู่ จะรับได้หรือไม่ หมายถึงการให้พรรคพลังประชาชนเป็นฝ่ายค้าน และอุ้มพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล
นายสุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ กล่าวว่า การเสนอให้รัฐบาลลาออกคงไม่ค่อยถูก เพราะมาจากการเลือกตั้ง แต่คิดต่อไปว่ารัฐบาลมีอำนาจที่จะทำอะไรได้มากมาย แต่กลับประสบความล้มเหลวในการสร้างความไว้วางใจ รัฐบาลมีความชอบธรรมเพราะมาจากการเลือกตั้ง แต่การปฏิบัติทำให้ไม่น่าไว้วางใจ สังคมต้องการความเยือกเย็น ไม่ใช่ว่าไม่ใช่พวกเราก็เป็นพวกอื่นไปเลย สังคมต้องการรัฐบาลที่เป็นผู้ใหญ่ ต้องมีความหนักแน่นและมีสติ
นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มธ. กล่าวว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม สั่นคลอนรัฐบาลพอสมควร คิดว่าสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้คงอยู่ไม่ครบวาระ อย่างยาวสุดคงมีการเลือกตั้งไม่เกินกลางปีหน้า เพราะมีเหตุปัจจัยหลายอย่างที่นำสู่การยุบสภา หากสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ การยุบสภาก็น่าจะเป็นทางออกหนึ่ง
ทางด้านนายสมบัติ จันทรวงศ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มธ. ให้สัมภาษณ์ว่า ปัญหาการเมืองต้องแก้ด้วยมาตรการทางการเมือง ความคิดทางการเมือง ต้องคิดให้ออกนอกกรอบ อย่าไปใช้วิธีการเดิมๆ เช่น การตั้งข้อหาเป็นกบฏเหมือนสมัย 14 ตุลา 2516 มาตรการทางการเมืองอาจไม่มีแค่นี้ ทั้งสองฝ่ายต้องคุยกัน เพราะทางการเมืองอยากให้เกิดสิ่งที่เป็นไปได้ ถ้าคุยกันสองฝ่ายไม่ได้ ก็ต้องคุยผ่านคนกลาง แต่เวลานี้ถ้าตั้งป้อมเรื่องกฎหมาย เรื่องจะเลยไปเรื่อยๆ
ข้อมูลจาก มติชน
