ที่ประชุมร่วม 2 สภาเห็นด้วยกับญัตติหาทางแก้วิกฤติชาติของนายกฯ 445-8 เสียง "สมัคร"เปิดโอกาสให้สมาชิกแสดงความเห็นเต็มที่ วิป 3 ฝ่ายวางกรอบอภิปราย 10 ชม. ห้ามพาดพิงคนนอก หวั่นประชาชนเอือมระอาการประชุมสองสภา
เมื่อเวลา 13.30น.วันที่ 31 สิงหาคมการประชุมร่วมระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในทีประชุม โดยพิจารณาญัตติตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ โดยอันดับแรกประธานได้ถามต่อที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการพิจารณาญัตตินี้หรือไม่
อันดับแรกสมาชิกฝ่ายค้านได้ลุกขึ้นถามเพื่อความมั่นใจว่า นายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด ซึ่งขณะนั้นนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ยังเดินทางมาไม่ถึงรัฐสภา แต่นายชัยก็ได้ชี้แจงว่านายกฯได้ชี้เป็นหนังสือให้ทราบแล้ว และมีรัฐมนตรีลุกขึ้นชี้แจงถึงความมั่นใจของนายกฯ
การถามหาความตั้งใจของนายกรัฐมนตรีได้ผ่านไปกว่า 30 นาที หลังจากนั้นนายชัยได้ถามที่ประชุมว่าจะดำเนินการประชุมในญัตตินี้หรือไม่ หากไม่เห็นด้วยก็จะปิดการประชุมทันที ซึ่งที่ประชุมเห็นด้วยกับญัตตินี้ 445 เสียง ไม่เห็นด้วย 8 เสียง จึงทำให้การประชุมดำเนินการต่อ
หลังจากนั้น นายชัยให้นายสมัครลุกขึ้นชี้แจงที่เสนอญัตตินี้เข้ามา โดยได้กล่าวว่า ทั้งหมดเกิดจากสมาชิกอาวุโส ว่า รัฐบาล ศาล ยังเอาไว้ไม่อยู่ ก็ทำหนังสือมาสภา ขอบคุณนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ที่ทำให้มีเวทีนี้ ให้สมาชิกแสดงความคิดเห็น คำวิจารณ์เมื่อสักครู่ นั้น สำนวนตนคือตีปลาหน้าไซ ไม่ได้ประกาศท้าทาย เป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่เผอิญมาเป็นนายกรัฐมนตรี สำนวนของตนที่ว่า ใครนุ่งกางเกงในสีอะไรก้จะได้รู้กัน ตนจะนั่งฟังตลอด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า นายกฯอาจจะไม่ทราบว่าก่อนที่อดีตนายกฯบรรหารเสนอข้อเสนอนี้ถึงท่าน แต่ตนได้มาพบประธานสภาแล้ว ที่รัฐบาลใช้เวทีแห่งนี้ก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ตนตั้งใจมาฟังก่อน และช่วงท้ายจะให้ทางออกของบ้านเมือง แต่อยากฟัง วุฒิสมาชิก รัฐบาล
"เราภาคภูมิใจที่เป็นตัวแทนชาวไทย แต่ต้องย้อนหลังไปดู น้อยครั้งมากที่กระบวนการนิติบัญญัติจะคลี่คลายปัญหาได้ ดังนั้นอย่าคาดหวัง หรือประเมินตัวเองสูงเกินไป วิกฤติวันนี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกันคลี่คลาย การเมืองสมัยนี้ก็ไปไกลกว่าการเมืองตัวแทนอย่างเดียว มีหลายกลุ่มทำการเมืองภาคประชาชนอยู่ เราอาจมองบทบาทเราว่าเป็นเสียงสะท้อนประชาชน แต่วันนี้ประชาชนแตกแยก อย่าทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนความแตกแยกเลยครับ เราต้องทำมากกว่าเป็นกระจก ต้องพร้อมเป็นผู้นำสังคม เสนอทางออกอย่างสร้างสรรค์" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หลังจากนั้นประธานในที่ประชุมได้ให้สมาชิกอภิปรายแสดงความเห็นสลับกันไป
3ฝ่ายวางกรอบอภิปราย10ชม.ห้ามพาดพิงคนนอก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ช่วงเช้า ทางวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา ได้แยกกันประชุมเพื่อหารือถึงการประชุมร่วมรัฐสภา จากนั้นได้มาประชุมร่วมกัน 3 ฝ่ายอีกครั้ง เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องกรอบระยะเวลาการอภิปรายในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเมือง หลังการประชุมเมื่อเวลา 12.45 น. ทั้ง 3 ฝ่ายได้แถลงร่วมกัน
นายวิทยา บูรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงว่า ที่ประชุมได้กำหนดกรอบอภิปราย เบื้องต้นกำหนดระยะเวลาประชุมไว้ 10 ชั่วโมง แบ่งเป็น ส.ว. 132 นาที ส.ส. ฝ่ายค้านและรัฐบาลอีก 418 นาที ทั้งนี้ในส่วนของผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรค สามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยไม่มีเงื่อนเวลาเพื่อให้สะท้อนปัญหาในประเด็นต่างๆ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามที่นายกรัฐมนตรีร้องขอต่อรัฐสภามา
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้ เป็นที่สนใจของคนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นกรอบเวลาที่ตกลงกันไว้ค่อนข้างยืดหยุ่นพอสมควร คือ เมื่ออภิปรายไประยะเวลาหนึ่ง หากเห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องปรับลดหรือเพิ่มเวลาจะมีการพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง เพราะเป้าหมายต้องการให้สมาชิกแต่ละคนสามารถเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นที่ประชุมยังได้พูดถึงกรอบของเนื้อหาการอภิปรายว่าไม่ควรให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน หรือ พาดพิงบุคคลภายนอก จนทำให้ประชาชนเอือมระอา โดยพยายามให้อยู่ในกรอบของญัตติและรัฐธรรมนูญ
นายวิทยา อินาลา ส.ว.นครพนม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา ( วิปวุฒิสภา) กล่าวว่า สิ่งที่อยากจะทำในวันนี้ คือ ขอให้ทุกคนลืมอดีตแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ สร้างประวัติศาสตร์กันใหม่ว่า การเมืองในรูปของรัฐสภาจะสร้างอย่างไร เพื่อที่จะเป็นแนวหลักในการช่วยรัฐบาลและประชาชน เมื่อเกิดความขัดแย้งกันขึ้น เพราะการประชุมในวันนี้ ถือว่าไม่มีฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่พวกเราคือตัวแทนของประชาชนในนามของรัฐสภา ดังนั้น วันนี้จะไม่มีการเสียดสีหรือกระแนะกระแหนกัน แต่จะพูดอย่างส้รางสรรค์จะทำอย่างไรกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อที่รัฐบาลจะนำไปใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาต่อไป